The Hangover Part 2 เพื่อนผู้ชายเขารู้กัน

Home / วิจารณ์หนัง / The Hangover Part 2 เพื่อนผู้ชายเขารู้กัน

เดอะแฮงค์โอเวอร์ ภาค2

เดอะแฮงค์โอเวอร์ เป็นหนังตลกอีกเรื่องที่ได้รับการตอบรับที่ดี ทั้งรายได้และเสียงชื่นชม จากภาคแรก พอมาภาคที่สอง สานต่อความสำเร็จ นักแสดงที่วันนี้พอมีชื่อเสียงขึ้นมาแล้ว หลังจากเรื่องแรก ยังไม่ค่อยมีใครคุ้นกันนัก แต่ตอนนี้ พวกเขาเป็นที่รู้จักกันเยอะละ ภาคที่สอง ขายตรงๆว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในกรุงเทพ ก็ทำเอาบ้านเราสนใจยิ่งกว่าเดิมว่า จะสื่อภาพเมืองไทยออกมาอย่างไร จะเล่าประเทศฉันในแง่ไม่ดีรึเปล่า (มันคือหนัง มันคือเรื่องแต่ง)

ขนาดของจอภาพ จอกว้างยาวสุด 2.35:1 หากดูแบบเสียงอังกฤษ ก็จะได้ยินเสียงตัวละครคนไทยพูดภาษาไทยเลย แบบไม่มีซับขึ้น มีนักแสดงไทยที่เด่นๆคือ คุณนิรุตติ์ ศิริจรรยา

เดอะแฮงค์โอเวอร์ภาคสอง เป็นเรื่องของ สตู (ใส่แว่น เอ็ด เฮล์มส์) ที่จะมาแต่งงานกับสาวไทย ลอร์เลน (เจมี่ จุง) (เอ่อ ภาคที่แล้ว เมาจนแต่งงานไปแล้วไม่ใช่เหรอ ภาคนี้มีเหตุผลบอกให้) ก็เลยชวนเพื่อนๆไปเมืองไทยกัน แต่ไม่ขอเชิญอลัน(อ้วน แซ็ค แกลิเฟียนาคิส) ไปด้วย เนื่องจากกลัวจะทำให้เกิดเรื่องวายป่วงขึ้นมาอีกรอบ แต่ฟิล (แบรดลี่ย์ คูเปอร์) และดั๊ก (จัสติน มาร์ธา)ก็ขอร้อง งานเพื่อนทั้งที ใจคอจะไม่เชิญหน่อยเหรอ ก็เลยต้องยอมเชิญไป นั่นแหละ ความหายนะก็เตรียมบังเกิด พอถึงเมืองไทย งานเตรียมจัดมีริมทะเล (ดูท่าทางจะเป็นกระบี่ ) พ่อตา(นิรุตติ์ ศิริจรรยา) ก็ดูท่าทางไม่ชอบขี้หน้า สตู และพูดส่อเสียดเหยียดหยามตลอด และคืนใกล้วันแต่งงานนั้นเอง กลุ่มเพื่อน ฟิล สตู อลัน ดั๊ก และ เท๊ดดี้ น้องชายของลอร์เลน ก็นั่งดื่มเบียร์เพียงคนละขวด อยู่รอบกองไฟ เพราะสตูขอร้อง ไม่อยากมีปาร์ตี้สละโสดเมาปลิ้นจนมีปัญหาแบบสองภาคที่แล้วอีก แต่ก็ไม่รอดจนได้ ตื่นมาตอนเช้าในโรงแรมเก่าๆที่กรุงเทพ เหลือเพียงสามคนเช่นเดิม และจำไม่ได้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น มาอยู่ที่นี่ได้ไง ฟิล ที่เนื้อตัวมอมแมมไปหมด, สตู กับรอยสักบนใบหน้า และ อลัน ที่ผมหายไปทั้งหัวเหลือเพียงเครา ส่วนดั๊กภาคนี้รอดตัวอยู่รีสอร์ทไม่มีปัญหาอะไร อ้าว เท๊ดดี้หายไปไหน เหลือแค่เพียงนิ้วหนึ่งนิ้ว (พ่อตารู้โดนฆ่าตายแน่) กับลิงแสบที่มาจากไหนอีกไม่รู้อีกหนึ่งตัว

หลังจากนั้น จึงเป็นการตามหาเท๊ดดี้ และสืบหาเบาะแสว่า เกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน อยู่ริมทะเลภาคใต้อยู่ดีดี มาโผล่ที่กรุงเทพได้อย่างไร รอยสักมาจากไหน มีพระมาเกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขา? ลิงเกี่ยวอะไรด้วย แล้วก็มิสเตอร์เฉา(คนจีน) กลับมาพบกันได้ไงอีก ตัวละครทั้งสาม เดินหาคำตอบภายใต้เบาะแสที่มี แล้วก็พาเราสำรวจกรุงเทพในมุมที่เราอาจจะเคยคุ้นตากันบ้าง ไม่คุ้นบ้าง พานั่งตุ๊กตุ๊ก สองแถม เรือตามคลอง ผจญกับแก๊งค์ค้ายาเสพย์ติด, ความเมาบ้าระห่ำ ฯลฯ ในบรรยากาศมนต์เสน่ห์ของกรุงเทพที่ชาวต่างชาติหลงไหล (สังเกตุดีๆ คนไทยที่เดินอยู่ในกรุงเทพในหนังเรื่องนี้ แทบไม่เห็นวัยรุ่นเลย)

เดอะแฮงค์โอเวอร์ ภาค2

ภาพของกรุงเทพ ในหนังเรื่องนี้เป็นเมืองที่ฉายมุมมองของนักเที่ยวยามราตรี ไม่ได้มีแลนด์มาร์กด้านดีอะไรที่คนรู้จักทั่วไป ก็มีพวกที่เที่ยวกลางคืน เมืองที่ดูแน่นไปหมดน่าตื่นตา ถามว่าออกมาในแง่ไม่ดีรึเปล่า ก็ต้องถามกลับว่า ยอมรับได้ไหมหล่ะ ที่มันมีเรื่องแบบนี้อยู่จริงๆในบ้านเรา ซึ่งไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้นครับ แต่ทะเลใต้สวยเสมอ รวมไปถึงบางเหตุการณ์ บางสถานที่ ซึ่งถูกสมมติขึ้นมา ไม่ได้มีอยู่จริง เป็นสีสันเพิ่มให้เนื้อเรื่อง ส่วนคาแรคเตอร์ของทั้งสามคน ฟิลยังคงเป็นสติของกลุ่ม (ภาคนี้ดูเซฟไปหน่อย) อลันก็เป็นสติของกลุ่ม แต่สติแตกนะ (มันเพี้ยนมาก) สตูก็ไม่แพ้กัน คนนั้นหลุดโลก ได้รับบทเรียนอะไรเยอะขึ้นไปอีกในภาคนี้ หนังอาจเดินตามสเตปเดิมของภาคหนึ่ง เพียงแต่เปลี่ยนโลเกชั่นมากรุงเทพ อีกอย่างที่น่าทึ่งก็คือ ฉากขับรถไล่ล่าในกรุงเทพตอนกลางคืน ถนนเส้นแคบๆ ซิ่งกันได้ขนาดนี้เลยครับ

เวอร์ชั่นที่ดูในโรง มีโมเสกในบางฉาก ในฉากเปลือยแบบเสื่อมๆของนักแสดง อืม โมเสกไปเถอะ มันก็ไม่ได้น่ามองนัก ในหนังมีการกล่าวถึงพระ ซึ่งจากการแต่งกานคงเป็นเลี่ยงไปว่าไม่ใช่พระที่มีอยู่จริงในไทย เพื่อไม่ให้โดนตำหนิ อ่อ จุดสำคัญของหนังตระกูล แฮงค์โอเวอร์อยู่ที่ช่วงเครดิตจบครับ นั่งดูต่อเถอะ แล้วจะร้องว๊ากกกก night life มันช่างมีมนต์เสน่ห์ และรู้ว่า เรื่องเมื่อคืน มันไม่หน่อยเลย

8/10 หนังสนุกในระดับหนึ่ง ผู้ชายส่วนหนึ่งที่เคยมีชีวิตโชกโชน และมีความลับหมู่กับกลุ่มเพื่อนสนิทที่รู้กันเพียงแค่นั้น เพื่อนผู้ชายเขารู้กัน เรื่องบ้าๆบอๆแบบนี้ (ห้ามให้เมีย-แฟนรู้เชียวนะ) และไปชมภาพของกรุงเทพในมุมมองของต่างชาติครับ มันคือหนัง

โดย Tyler movie.mthai.com