Green Lantern เอาชนะความกลัวด้วยตัวเอง

Home / วิจารณ์หนัง / Green Lantern เอาชนะความกลัวด้วยตัวเอง

green lantern

Green Lantern กรีน แลนเทิร์น หนังซูเปอร์ฮีโร่อีกเรื่อง ของค่ายการ์ตูนดีซีคอมมิค (ค่ายเดียวกับ ซูเปอร์แมน แบทแมน) โดยค่ายหนังวอร์นเนอร์บราเดอร์ ที่ได้พระเอกสุดฮอทของฮอลลีวูดในยุคนี้อย่าง ไรอัน เรย์โนลด์ มารับบทเป็น ฮาล จอร์แดน หนุ่มนักบินที่มีพรสวรรค์ แต่ก็มีอารมณ์รั้น และได้อยู่ในชุดสีเขียว แปะหน้ากาก เรื่องราวของมนุษย์โลกที่ควรค่าแก่หน้าที่นี้ ได้พลังเป็นแหวนและตะเกียงจากชาวต่างดาว ที่หนีตายมาหาผู้ทำหน้าที่ต่อ แล้วกลายเป็นหน่วยกรีนแลนเทิร์น ซึ่งคอยปกป้องโลกและจักรวาลจากการคุกคามของสัตว์ประหลาด โลกวุ่นเพราะพวกคุณอีกแล้ววว

หนังได้เรท ท. ทั่วไป ไม่ค่อยมีอะไรโหดร้ายทารุณนัก หนังฉายแบบ 2.35:1 จอกว้างยาวสุด ทำมาเพื่อเหมาะดูในโรงสามมิติ และโรงสามมิติสมัยนี้ ก็ไม่ต้องกลัวเรื่องที่ว่า แค่ดูภาพก็มึนอยู่แล้ว (ดูหนังสามมิติแล้วมึนหัว นี่วัดอายุ-สุขภาพ ได้เลย อิอิ) ยังมาอ่านซับอีกเหรอ เดี๋ยวนี้โรงสามมิติพากย์ไทยก็มีให้เลือกนะครับ ฟังเสียงพากย์แทน เรื่องนี้ได้หนุ่ม แดน วรเวช ที่มีความสามารถรอบด้าน มาโชว์ฝีมืองานพากย์เป็นครั้งแรก หลายๆคนแย้งว่า ทำไมไม่เอานักพากย์อาชีพมา เอาดารามาทำไม อยากจะบอกว่า ถ้าเขาพากย์ไม่ได้ พากย์ไม่ดี ทางค่ายหนังก็คงไม่เลือกให้มาพากย์แล้วแหละครับ มาตรฐานงานพากย์ก็เป็นที่เชื่อถือได้ส่วนหนึ่ง

นี่เป็นภาคแรก ก็ยังเป็นการปูตามสูตรเดิมๆของหนังซูเปอร์ฮีโร่ คนธรรมดาๆ – ต้องกลายมาเป็นฮีโร่ที่แบกรับความรับผิดชอบ – ยังไม่เก่งอะไรเท่าไหร่เลยต้องได้รับการฝึกวิชา – เผชิญกับปัญหาชีวิตส่วนตัวของการเป็นมนุษย์ – มีเรื่องเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดกันบ้าง – เรื่องผู้หญิงอีกนั่นแหละที่ทำให้มีจุดแตกหัก – ปะทะวายร้ายสุดยอดสุดโหด – ทิ้งเชื้อภาคต่อ นี่แหละ สูตรสำเร็จซูเปอร์ฮีโร่ ที่มีมาหลายเรื่อง แต่กรีน แลนเทิร์นมีในส่วนของความพิเศษทางด้านอาวุธ การใช้จินตนาการสร้างอาวุธเพื่อต่อสู้ อาวุธบางทีก็ดีจริงจังดูเป็นอาวุธที่ทรงพลัง แต่ส่วนมากจะดูเป็นเด็กๆซะมากกว่า และความเป็นสามมิติ ก็ไปได้ด้วยดีกับจินตนาการในส่วนนี้ และเนื้อหาพูดถึงสิ่งมีชีวิตที่อยู่นอกโลกของเรา

มีฉากตื่นตาเช่น การต่อสู้ในห้วงอวกาศ เออแหะ เหาะขึ้นไปสู้กันได้เลย และน่าจะเป็นฮีโร่ที่บ้านไกลจากออฟฟิศมากที่สุด เพราะต้องบินออกนอกโลกกันเป็นว่าเล่นเลยทีเดียว ส่วนอารมณ์ของขันของหนังก็มีแทรกอยู่บ้าง? ส่วนนางเอก เบลค ไลฟ์ลี่ ก็ดูเหมือนจะใช้อะไรในตัวเธอได้น้อยนัก เรียบไปมั้ย ศัตรูของภาคนี้ก็ดูจะเก่งไม่เบา แต่พระเอกก็เป็นพระเอกวันยังค่ำ ตัวร้ายเป็นสัตว์ประหลาดที่คอยดูดกินความกลัวของคู่ต่อสู้ ยิ่งกลัว เราก็ยิ่งแพ้มัน ฟังดูแล้วเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งน่าดู ต้องสู้โดยปราศจากความกลัวเนี่ยนะ

Green Lantern

หากมองในแง่ความจริงจังของหนัง กรีนแลนเทิร์นก็เปรียบได้กับพนักงานที่ถูกปรับตำแหน่ง-ความรับผิดชอบ ในหน้าที่การงาน เคยไหมเวลาที่อยู่ๆเราได้รับมอบหมายงานที่ยากขึ้น โดยที่ตัวเราเองมีความกังวลในความสามารถของเราว่า จะทำได้ยังไง ความรับผิดชอบ ความยากมันมีมาก แล้วเขาเห็นอะไรในตัวเราถึงได้เอางานนี้ ตำแหน่งนี้มาให้เรา แต่คนเป็นหัวหน้า อยู่ในมุมที่มองเป็นอะไรกว้างกว่า ก็น่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่น่าแปลกใจที่ตัวเราเองแท้ๆ กลับไม่รู้ในศักยภาพของตนเอง นี่แหละถึงได้เป็นเหตุผลหนึ่งที่เราควรจะได้รู้จักคนเยอะๆ แล้วจะพบสักคนที่เปลี่ยนให้ชีวิตเรา เป็นในสิ่งที่ควรจะเป็น

แต่นั่นไม่ใช่ผลรูปแบบเดียวที่จะได้เสมอไป เฮคเตอร์ ก็พบกับคนที่มาเปลี่ยนชีวิตของเขาเช่นกัน แต่ผลลัพธ์กลับไปอีกทาง ความอิจฉาริษยา ความกลัว ความคลั่ง การขาดผู้สนับสนุน ทำให้ชีวิตมุ่งไปถนนอีกสาย

อีกประเด็นนั่นคือ การที่เราจะเอาชนะงานนั้นให้ได้ ต่อสู้กับความกลัวที่เรามีโดยใช้ความมุ่งมั่น บางทีท่านที่ได้ดูอาจได้กำลังใจเพิ่มขึ้น ในการพยายามทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ ซึ่งในตอนนี้ที่เรายังไม่สมหวัง เพราะเรายังขาดอะไรไปสักอย่างรึเปล่า ความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น ความไม่ย่อท้อ ซึ่งเป็นคุณสมบัติของคนที่แหวนกรีนแลนเทิร์นจะเลือกให้สวมมัน แหวนสำคัญ ตะเกียงสำคัญ ความปฏิญานที่มุ่งมั่นก็สำคัญ ในชีวิตเรา เรามีสิ่งที่จุดพลังให้เราสู้ชีวิตต่อไปได้ใช่ไหม

หนังจบอย่าเพิ่งลุก ให้นั่งดูรายชื่อนักแสดงอีกสักแป๊บเดียว มีเรื่องต่ออีกนิด

ให้ 6.5/10 ครับ ผมว่า กรีนแลนเทิร์น เป็นฮีโร่ที่มาช้าไป คนอื่นๆเค้ามาโชว์เหนือกันเยอะแล้ว แต่หนังก็มีแง่คิดดีๆให้เรานะ แล้วคุณดูแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ดูแล้วมาคุยกันจ้า

โดย Tyler movie.mthai.com