ปิดฉากจินตนาการ โลกพ่อมด อย่างสมศักดิ์ศรี แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เครื่องรางยมฑูต ภาค2

Home / วิจารณ์หนัง / ปิดฉากจินตนาการ โลกพ่อมด อย่างสมศักดิ์ศรี แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เครื่องรางยมฑูต ภาค2

ได้เวลาปิดฉากกันอย่างจริงจังสักทีสำหรับ ?แฮรี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค-2? (Harry Potter and the Deadly Hallows Part 2)

ย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เรารู้จักเด็กชายใส่แว่นที่มีรอยแผลเป็นรูปสายฟ้าฟาด จากหนังสือวรรณกรรมเด็ก ก่อนที่เด็กชายคนนี้จะกลายเป็นตัวตนที่จับต้องได้ในภาพยนตร์ สเน่ห์และความน่าติดตามของหนังเรื่องนี้ อยู่ที่ความใกล้ชิดชีวิตจริงของทุกคน ตัวเอกไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่ ไม่ได้มีเวทมนต์ที่พิเศษหรือยิ่งใหญ่เป็นเพียงเด็กชายธรรมดาที่มีแต่ความกล้า(ล้วนๆ) ประกอบกับโชคช่วยนิดหน่อย มีเพื่อนเก่งอีกนิดนึง และมีคนรอบข้างให้การช่วยเหลือ … สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตเราทุกคน ยกเว้นการก้าวข้ามผ่านไปสู่โลกคู่ขนานอย่างโลกแห่งเวทมนต์เท่านั้นที่เราอาจทำได้ไม่จริง (เอ๊ะ!! หรือมีจริง)

หลังจากที่ได้ดู ?แฮรี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค-1? (Harry Potter and the Deadly Hallows Part 1) ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว คงปฏิเสธไม่ได้อย่างแน่นอนว่า คุณกำลังเฝ้ารอภาค ?แฮรี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค-2? (Harry Potter and the Deadly Hallows Part 2) อย่างใจจดใจจ่อ แบบนับวันรอก็ว่าได้ กว่า 8 ปี สำหรับการรอคอยบทสรุปการมีชีวิตของใครคนใดคนหนึ่งระหว่าง 1 พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ในโลกศาสตร์มืด “โวลเดอมอร์” และ 1 เด็กชายผู้รอดชีวิต “แฮรี่ พอตเตอร์” การต่อสู้ของ 2 พ่อมด ที่แม้แต่มักเกิ้ลอย่างพวกเรายังรอลุ้นถึงบทสรุปที่กำลังจะเกิดขึ้น

ในที่สุด วันนี้ที่รอคอยก็มาถึง กับการปิดฉากอภิมหาสงครามที่หลายคนรอคอย เริ่มตื่นเต้นแล้วสิ … ถ้าพร้อมแล้วเรามาเก็บความประทับใจสุดท้ายของภาพยนตร์เรื่องนี้พร้อมๆกัน

หนังเปิดฉาก ด้วยการดำเนินเรื่องต่อจากภาคที่แล้ว แบบไม่มีการย้อนกลับให้คนดูได้เห็นถึงเรื่องราวที่ผ่านมา (ดีนะเนียที่ยืมภาคที่แล้วมาดูย้อนความทรงจำ..) ตามมาด้วยตัวเอกทั้ง 3 กับการเริ่มคลี่คลายปริศนาเพื่อตามหาฮอร์ครักซ์ที่เหลือ

แม้ในภาคนี้จะเน้นที่ฉากแอ็คชั้นเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังคงมีกลิ่นอายความดราม่าให้เราแอบน้ำตาซึม โดยเฉพาะฉากที่ทำให้เราประทับใจที่สุดและทำออกมาได้เหนือความคาดหมายคงหนีไม่พ้น ฉากการเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับ “เสเวรัส สเนป” หนังทำให้เราเกิดความรู้สึกร่วมและทำให้เราเข้าใจการกระทำทั้งหมดที่ผ่านมาของตัวละครตัวนี้ได้ไม่ยาก การตัดสลับฉากและการทำโปรดักชั่นในฉากนี้ เรียกน้ำตาจากคนดูได้ไม่น้อยเช่นกัน เป็นฉากดราม่าที่ดีที่สุดในภาคนี้

ส่วนฉากแอ็คชั่นที่หลายคนรอคอย ถ้าพูดในแง่ของเอฟเฟ็กต์และความตระการตามีเยอะและไม่ทำให้ผิดหวัง แต่ถ้าพูดในแง่ของความรู้สึกตื่นเต้นในการชมฉากการต่อสู้กลับดูไม่ตรึงใจสักเท่าไหร่ เหมือนหนังต้องการเน้นที่ความอลังการของเอฟเฟ็กต์มากกว่าให้คนดูรู้สึกร่วมในความสนุก ทำให้ค่อนข้างผิดหวังนิดหน่อยสำหรับคนที่คาดหวังจะมาดูความสนุกและความตื่นเต้นในฉากแอ็คชั่น แต่ก็ถือว่าคุ้มกับเอฟเฟ็กต์และความตระการตาที่หนังมีให้? โดยเฉพาะฉากไคลแม็กของเรื่อง อย่างฉากการต่อสู้ระหว่าง โวลเดอมอร์ กับ แฮรี่

แต่สิ่งที่ต้องชมอีกอย่างนั่นคือ หนังเล่าเรื่องทั้งหมดที่เหลือผ่านคำพูดของตัวละครออกมาให้เราเข้าใจได้ง่าย แม้คนที่ไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อน มาดูภาคนี้ก็สามารถเข้าใจเรื่องราวได้ไม่ยาก ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ดี ที่ขอชื่นชม

โดยรวมแล้ว บอกได้เลยว่าถือเป็นการปิดฉากอภิมหาสงครามได้อย่างสมศักดิ์ศรี แม้เวลาจะน้อยไปนิด(ประมาณ 2 ชั่วโมง) แต่อรรถรสความสนุก การเล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย ความสมบทบาทของการแสดง ฉากเอฟเฟ็กต์ตระการตา รวมทั้งฉากดราม่าทำออกมาได้สมศักดิ์ศรี สมการรอคอย แต่ทั้งนี้ต้องขอบอกก่อนเลยว่าหนังก็คือหนังอย่าเอาความสนุกจากหนังไปเทียบกับจินตนาการสุดล้ำของเราจากการอ่าน เพราะนั่นจะทำให้คุณดูบทสรุปของภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ประทับใจ

วิจารณ์โดย ย่งยี้

————————————-

บทวิจารณ์ของภาคที่แล้ว

สิ้นสุดการรอคอยกับ บทสรุป สงครามพ่อมด แฮรี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค-1 Harry Potter and the Deadly Hallows Part 1

ตรงนี้ก็มีคุยกันอยู่อีกกลุ่มใหญ่ คลิก