Fright Night : คืนนี้คุณมีนัดความสยองกับแวมไพร์

Home / วิจารณ์หนัง / Fright Night : คืนนี้คุณมีนัดความสยองกับแวมไพร์

Fright Night

Fright Night เรื่องราวของชายหนุ่มไฮสคูลธรรมดาอย่าง ชาร์ลี บริวสเตอร์ ที่หลังจากได้มีการหายตัวไปของเพื่อนเขาหลายๆคนในวันที่ผ่านมา ทำให้เพื่อนสนิทที่เริ่มห่างเหินของเขาอย่าง เอ็ด ได้เริ่มตั้งข้อสงสัยต่อเพื่อนบ้านใหม่ของ ชาร์ลี อย่าง เจอร์รี่ ว่าเขานั้นเป็น แวมไพร์ กินเลือด ซึ่งในตอนแรกใครจะไปเชื่อเรื่องประหลาดนี้ได้ลงหล่ะ จนกระทั่ง ชาร์ลี ได้ดันไปเห็นเหตุการ์ณการฆ่าของแวมไพร์ เจอร์รี่ และหลังจากนั้นเองทำให้เขา และ แม่พร้อมกับแฟนสาวสวยของเขา ต้องหนีการตามล่าของแวมไพร์เดือดตัวนี้ ทั้งในระบบโรงปกติ และ 3D หรือจะ 4DX ก็เข้าท่าดีเหมือนกันสำหรับหนังแวมไพร์รีเมคเรื่องนี้

Fright Night ในฉบับรีเมคนี้ได้ผู้กำกับอย่าง Craig Gillespie หลังจากเคยประเดิมงานกำกับชิ้นแรกไปแล้วกับหนังดราม่า อินดี้ อย่าง Lars and the Real Girl คราวนี้ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เขานั้นคิดอยากจะรีเมคหนังแวมไพร์ สยองขวัญปนตลก ผลงานอันโด่งดังเรื่องนี้ขึ้นมา ซึ่งในส่วนตัวผมนั้นก็ไม่เคยได้ดูต้นฉบับมาก่อน จึงไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับฉบับเก่าได้ แต่ในสิ่งแรกที่ Fright Night สามารถทำได้ประสบความสำเร็จเลยคงหนีไม่พ้นด้านของ 3D ของหนังซึ่งมีความเป็นมิติ และ ชั้นเชิงได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะฉากพุ่งทะลุจอที่สามารถกลมกลืนไปกับเนื้อเรื่องได้แบบไม่ยัดเยียด (ซึ่ง 4DX ของหนังก็ถือว่าเป็นอีกรสชาติที่ถือว่าสนุกใช้ได้เหมือนกัน แต่ขอไปเขียนรีวิวแยกตามในทีหลัง) ซึ่งนอกจากนั้น สไตล์ความเป็นหนังสยองขวัญและตลก

ของหนังแวมไพร์เรื่องนี้ ผมคิดว่าผู้กำกับยังสามารถถ่ายทอดออกมาได้กลมกล่อมและเข้ากับสถานการ์ณต่างๆ ในเวลานั้นได้อย่างลงตัว ซึ่งถ้าให้เปรียบเทียบเรื่องนี้มันก็เป็นหนังสยองขวัญกวนๆคล้ายๆกับหนังซอม บี้เมื่อ 2 ปีที่แล้วอย่าง Zombieland นั้นเอง ซึ่งในความคิดเห็นของผมแล้วนั้น สำหรับใครอยากจะไปดูความเป็นสยองขวัญ แนวสะดุ้ง อาจจะต้องผิดหวังสักเล็กน้อย แต่ถ้าในด้านความสนุก และ กวนโอ๊ยนั้น Fright Night ก็ถือว่าเป็นหนังแวมไพร์รีเมคอีกเรื่องที่ทำมาได้ไม่เสียของ ที่ไม่ได้ดีเพียงด้านความสนุก แต่ด้านประเด็นแฝงของหนังที่ถือว่าทำออกมาได้เจ็บแสบอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะประเด็น

เรื่อง ราวของความสัมพันธุ์เกี่ยวกับคนในครอบครัวของแม่ และตัวของ ชาร์ลี ที่ไม่ค่อยจะมีความสัมพันธุ์และเอาใจใส่คนในครอบครัวมากสักเท่าไหร่ ถึงเป็นช่องทางให้กับ เจอร์รี่ เข้ามาตีสนิทได้อย่างง่ายๆ ซึ่งหนังคงจะมีประเด็นแฝงประมาณที่ว่าถ้าเปรียบในโลกจริงนั้น เจอร์รี่ คงจะเป็นสิ่งเสพติดที่สามารถเข้าหาตัวของ เด็กไฮสคูลได้อย่างง่ายดาย ถ้าหากขาดความเอาใจใส่ของ พ่อแม่ ด้วยแล้ว ซึ่งหลายๆประเด็นในหนังก็ถือว่าใช้ได้เลยเหมือนกัน ซึ่งอย่างสุดท้ายที่ต้องชื่นชมคงหนีไม่พ้นตัวขโมยซีนอย่าง เดวิด เทนแนนท์ ที่มารับบทเป็น หมอผี ปีเตอร์ วินเซนท์ ที่ถือว่าเป็นตัวละครที่ได้ใจทั้งผมและผู้ชมในโรง

ไปแบบเต็มๆด้วย ความฮา และ ทะเล้นของเขา แต่ก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกันเมื่อ Fright Night กลับยังเป็นหนังแวมไพร์ที่ยังไม่สุดสักเท่าไหร่ ซึ่งข้อผิดพลาดของ Fright Night ประเด็นแรกเลยคือการปล่อยตัวหนังนั้นปูบทในช่วงแรกนั้นนาน และ ขาดฉากความน่าตื่นเต้นมากซะเกินไป ซึ่งต่างจากหนังแวมไพร์เรื่องอื่นๆ จึงอาจจะทำให้ผู้ชมหมดความสนใจในช่วงแรกก็เป็นได้ และนอกจากนั้นด้านประเด็นความสัมพันธุ์ฉันท์เพื่อนของ เอ็ด และ ชาร์ลี ที่ดูเหมือนกับว่าจะใส่เข้ามาเป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้น จึงทำให้รู้สึกว่าประเด็นต่างๆเหล่านี้ดูแล้วไม่สุดสักเท่าไหร่นัก และสุดท้ายของแสดงความยินดีกับเพลง 99 Problems ในตอนจบ

สรุปแล้ว นั้น Fright Night ถือว่าเป็นหนังแวมไพร์รีเมคที่ทำออกมาได้ไม่เสียของ และสามารถนำผู้ชมนั้นไปสู่ความสนุกและสยองขวัญได้อย่างเต็มที่ด้วยความ ทะเล้นของบรรดานักแสดงต่างๆ และความหล่อของ ฟาร์เรลล์ แต่น่าเสียดายที่ว่าในช่วงแรกๆของหนังนั้นกลับมีความน่าเบื่อตกค้างอยู่เล็ก น้อยนัก

เรื่องนี้ผมให้ 7.5/10 ครับ