Blitz : ล่าโคตรคลั่งล้าง สน. ไปกับเฮีย เจสัน สเตแธม

Home / วิจารณ์หนัง / Blitz : ล่าโคตรคลั่งล้าง สน. ไปกับเฮีย เจสัน สเตแธม

Blitz

Blitz เรื่องราวของนักสืบมือดีอย่าง ทอม แบรนท์ ที่เมื่อวันดีคืนดีเขากลับต้องมาเจอกับคดีที่ไม่คาดฝันนั้นคือการมาของ นายตัวร้ายโรคจิต ที่ใช้ชื่อฆาตกรว่า ‘เดอะ บลิทซ์’ ที่ได้มีเป้าหมายหลักๆนั้นคือ การล้างโคตรตำรวจทั้ง 8 คนที่ทำให้เขาเคยโดนเข้าคุก เข้าตาราง ในอดีต โดยมีวิธีการฆ่าที่สุดจะโหดเหี้ยม จึงทำให้เฮียเถิก เบรนท์ ต้องผนึกกำลังกับ หัวหน้าตำรวจ คนใหม่ที่มีแววว่าจะเป็น แต๋ว อย่าง พอตเตอร์ แนช เพื่อจับตัวฆาตกรอย่าง เดอะ บลิทซ์ มาให้ได้ก่อนที่เขานั้นจะมาตามตัวถึงเป้าหมายที่สำคัญของเขา ที่นั้นก็คือ แบรนท์ นั้นเอง (เรื่องนี้เข้าฉายเฉพาะในเครือของ Apex เท่านั้นนะครับ)

Blitz ผลงานการกำกับของผู้กำกับ Elliott Lester หลังจากเคยลองเปิดซิงค์ไปแล้วกับหนังดราม่าอย่าง Love Is A Drug ในปี 2006 และหลังจากทิ้งห่างมาถึง 5 ปีไม่รู้ว่าจะเป็นการกลับมาอันยิ่งใหญ่หรือไม่ โดยการที่เขาดึงเอาตัวพระเอกนักบู๊แห่งยุคอย่างเฮียเถิก สเตแธม มาเล่นหนังแผ่นอย่างงี้ ซึ่งผนึกกำลังอีกชั้นกับมือเขียนบทอย่าง Nathan Parker ที่เคยเขียนบทให้กับหนังไซไฟ ดราม่า สุดคัลท์อย่าง Moon มาแล้ว ซึ่งที่เขาว่าๆกันคือ Blitz เป็นหนังที่สร้างมาจากเรื่องจริง ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเรื่องราวที่จริงของเหตุการ์ณนั้นมันเป็นอย่างไรกันแน่ แต่ถ้าพูดถึงหนังนั้น อย่างแรกที่ต้องชมของ Blitz เลยคงหนีไม่พ้นด้านของ ประเด็น ของหนังที่ถือว่าเริ่มปูบทประเด็นและจบลงได้สวยงาม โดยเฉพาะในด้านประเด็น กรรมตามสนอง ของหนังที่หนังพยายามจะสื่อให้ชัดเจนที่สุด

รวมไปถึงฉากแอ็คชั่นอัน น้อยนิดของหนังที่ถือว่าเรื่องเพลงประกอบแนวร๊อคๆให้มาเข้ากับฉากการวิ่งไล่ ล่าของ พระเอก และ ตัวร้าย นั้นก็ถือว่าเป็นแนวคิดที่เข้ากันได้ดีเลยทีเดียว และยังสามารถปลุกคนดูที่อาจจะหลับในช่วงแรกๆให้มาดูก็เป็นได้ (เพราะหนังค่อนข้างจะง่วงมากทีเดียว จนเผลอแอบไปเห็นว่าคนหลับกันเยอะเหมือนกัน ฮ่าๆ) แต่ก็น่าเสียเมื่อ Blitz นั้นก็กลับที่จะเป็นได้แค่หนังแอ็คชั่น เกรดบี ที่ถือว่ามีประเด็นดีอย่างที่บอกไปแล้ว แต่กลับมีการถ่ายทอดประเด็นเหล่านี้ออกมาได้ค่อนข้างแย่ ซึ่งอย่างแรกที่ Blitz ทำพลาดในด้านการเล่าเรื่องเลยคือ การที่หนังพยายามเปิดตัวเป็นหนังแอ็คชั่น

แต่ ทั้งที่จริงแล้วคือหนังนั้นออกจะเป็นหนังสืบสวนที่ไร้ทุนสร้าง โดยถ้าหากการสืบสวนของหนังนั้นน่าสนใจ และ น่าติดตามก็จะไม่เสียหาย แต่ว่า Blitz กลับทำเรื่องราวการสืบสวนต่างๆได้น่าเบื่อ และ ขาดการน่าติดตามโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะการที่หนังเล่นเปิดตัวคนร้ายแบบไม่ปกปิดหน้าตาตั้งแต่ 30 นาทีแรกของหนัง ทำให้เวลาที่เหลือทั้งหมดของหนังนั้นดูตัวละครตำรวจทุกคนเหมือนถูกชักใยให้ เล่นตามบท ที่ทำเหมือนไม่รู้ตัวคนร้าย (ทั้งที่คนดูนั้นรู้หมดแล้ว) จึงเป็นข้อเสียชิ้นใหญ่ของหนังที่ไม่น่าให้อภัย ซึ่งนั้นรวมไปถึงการที่หนังเล่นไม่อยู่กับร่องรอยในการสืบสวนคดีชิ้นนี้ แต่กลับมีการจะไปเน้นน้ำหนักกับตัวละคร

เพื่อนตำรวจหญิงอย่าง อลิซาเบธ ฟอลล์ ที่พยายามทำให้ตัวละครของเธอนั้นดูมีมิติ เลยน่าค้นหา แต่นั้นก็กลับเป็นสิ่งที่ฆ่าหนังเองซะอีก เมื่อการเน้นมิติให้ตัวละครตัวนี้กลับไม่มีอะไรดีขึ้นเลย หน้ำซ้ำยังทำให้คนดูไม่อิน และกลับจะเป็นฉากต่างๆที่น่าเบื่อของหนังด้วยซ้ำ ทางที่ดีนั้นหนังน่าจะอยู่กับร่องรอยกับสืบสวนและแอ็คชั่นอย่างเดียวน่าจะดี กว่ามาทำอย่างงี้ ซึ่งอย่างสุดท้ายที่เป็นข้อพลาดของหนังเลยคือ การเลือกนักแสดงมาเล่นบท ซึ่งโดยส่วนตัวนั้น ตัวละคร พอตเตอร์ แนช ที่รับบทโดย Paddy Considine ดูแล้วเหมือนเป็นตัวละครที่ว่างเปล่า และสร้างความรำคาญให้คนดูเสียมากกว่าที่จะทำให้คนดูขำซะอีก

โดยสรุป แล้วนั้น Blitz ถือว่าเป็นหนังสืบสวน แอ็คชั่น ที่ถือว่ามีประเด็น และ ฉากแอ็คชั่นไล่ล่าอันน้อยนิดถือว่าอยู่ในขั้นพอใช้ แต่พอพูดถึงด้านบทและการเล่าเรื่องประเด็นต่างๆของหนังกลับสอบตก เมื่อหนังกลับทำได้ไม่น่าสนใจพอที่จะยึดคนดูให้กับการสืบสวนหาตัวคนร้าย Blitz จึงแนะนำรอแผ่นเสียจะดีกว่า

เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ