Contagion สัมผัส ตัดชีพ!

Home / วิจารณ์หนัง / Contagion สัมผัส ตัดชีพ!

Contagion

ใครจะไปคาดคิดล่ะว่า มนุษย์ตัวใหญ่ๆ บึกบึน แข็งแรง ยังต้องแพ้พ่ายให้กับเชื้อโรคขนาดเล็กจิ๋วจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แล้วเชื้ออันร้ายกาจตัวนี้แค่สัมผัสโดน ก็คร่าชีวิตได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ที่สำคัญนอกจากคุณจะได้ตายอย่างทรมาน? ก่อนตาคุณจะหลับลง คุณยังจะได้เห็นคนความเป็นมนุษย์ที่พุ่งพล่าน เผยสันดารดิบอันร้ายกาจ สู้เพื่อการอยู่รอดครั้งสุดท้าย ก่อนไวรัสร้ายจะบุกไปกินสมองอย่างเอร็ดอร่อย

แล้วขณะที่ดูหนังเรื่องนี้อยู่ คุณไม่คิดบ้างเหรอว่า คนที่นั่งข้างๆ ที่กำลังถอนหายใจเพราะความเครียดของหนัง อีกฝั่งก็กำลังหัวเราะงอหายอย่างสะใจ หรือว่าคนถัดไปกำลังจามเสียงดัง แถมข้างหลังยังมีเสียงไอค่อกๆ แค่กๆ จะยังไม่ได้แพร่เชื้อโรคสารพัดเข้าสู่ปอดของคุณ แค่คิดก็สยองแล้ว ที่ต้องเริ่มให้ พารานอยด์ (Paranoid) แบบนี้ ก็เพราะเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ ตัวนี้ มาจากฝีมือของคุณพี่ สตีเฟ่น โซเดอร์เบิร์ก (Steven Soderbergh) นี่แหละ

ต้องขอบอกว่าแค่หน้าหนังของเรื่องนี้ โดยยังไม่ต้องพึ่งผู้กำกับ แค่กองทัพนักแสดงที่มาเล่นเรื่องนี้ ก็พอจะการันตีความไม่ธรรมดาของเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นแน่นอน เริ่มตั้งแต่ มารีออง โกติยาร์,แม็ตต์ เดม่อน ,ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น, จู้ด ลอว์, กวินเน็ธ พัลโธรว์ และ เคท วินสเล็ต ที่สำคัญ ทั้งหมดจะมากวัดแกว่งฟาดฟันกันด้วยดราม่าอันหนักหน่วงตามสไตล์ โซเดอร์เบิร์ก ให้คนดูอินกับตัวละครทั้งหลายแหล่ ที่จะมาแพร่ระบาดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ครั้งนี้

หนังพยายามหยิบจับประเด็น ความประมาทเลินเล่อในชีวิตประจำวันของมนุษย์ เพราะพฤติกรรมง่ายๆ สบายๆ นี่แหละ กลับกลายเป็นการแพร่กระจายความหายนะอันร้ายแรงที่สุด ลามจนไปถึงทั่วโลก เพราะบ่อยครั้ง ที่เราเพิ่งจะเริ่มคิดว่า ไปติดหวัดใครมานะ? หลังจากที่ตัวเองนอนป่วยซมอยู่บ้าน เช่นเดียวกันก็เพิ่งจะนึกถึงอาหารที่กินเข้าไปเมื่อคืนว่ามีอะไรบ้างนะ เมื่อตัวเองนอนปวดท้องร้องไห้โอดโอย

Contagion

ด้วยความอ่อนแอของมนุษย์ในที่สาธารณะนี่แหละ กลายเป็นประเด็นให้ โซเดอร์เบิร์ก? หยิบจับภัยอันตรายใกล้ตัว มาสร้างเป็นเนื้อเรื่องที่บีบอารมณ์เรื่องนี้ โดยเฉพาะในเมื่อทุกอย่างอยู่ในรากฐานของความเป็นไปได้จริง แม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องแต่งขึ้นมา เราก็อดที่จะหวาดเสียว คิดหาวิธีเอาตัวรอด หนีให้พ้นจากเชื้อไวรัสชนิดนี้ แถมเรื่องราวของเชื้อไวรัสอย่าง ไข้หวัดนก H5N1 ที่ระบาดอย่างหนักทั่วโลก แล้วก็ลามมาถึงเมืองไทย จนต้องฆ่าสัตว์ปีกกันจ้าละหวั่น ทำให้เรื่องที่เกิดขึ้นใน Contagion ไม่ใช่เรื่องที่ไกลอีกต่อไปสำหรับคนไทย

ส่วนพี่ โซเดอร์เบิร์ก ยังคงรักษามาตราฐานงานของเขาได้เป็นอย่างดี แม้เรื่องนี้จะไม่ได้ต้องการดราม่าที่เข้มข้น แต่ด้วยฝีมือของเหล่ากองทัพนักแสดง ล้วนโชว์ศักยภาพของตัวเองกันอย่างเต็มที่ มุมภาพสวยๆ ที่ตัดสลับฉับไว ผสมกับสีหม่นๆ ตามอารมณ์ของหนัง ยังคงเป็นเอกลักษณ์ที่หาดูได้เฉพาะในหนังของ โซเดอร์เบิร์ก และที่น่าจดจำมากๆ ในเรื่องนี้ก็จะเป็นเหล่าฉากมุมสูงของฮ่องกงและม่าเก๊า ถ่ายออกมาได้อย่างสวยล้ำจริงๆ

แม้หนังจะจบพร้อมกับอารมณ์ของคนดูที่กำลังจิตตก เพราะชีวิตประจำวันของเราเอง ก็ไม่ได้ต่างไปจากคนในเรื่องเลย ตั้งแต่ มือที่ใช้บิดประตู นิ้วที่ใช้กดลิฟท์ ห่วงที่ใช้จับเวลาขึ้นรถไฟฟ้า รวมไปถึงท่อนเหล็กบนรถเมล์ ผลักกระจกเข้าทำงาน ฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเสี่ยงต่อการพกเชื้อโรคร้ายติดตัวไปด้วยทั้งนั้น อาจจะโชคดีถ้าคุณเป็นคนรับเชื้อไปทั้งหมด แต่ถ้าโชคร้ายล่ะก็? มันไปแพร่เชื้อต่อจนคุณและครอบครัว ป่วยนอนซมกันทั้งบ้านเลยล่ะ

โดย Max Damon