Melancholia ขอต้อนรับสู่หนังโลกแตก แสนหดหู่ ของ Lars von Trier

Home / วิจารณ์หนัง / Melancholia ขอต้อนรับสู่หนังโลกแตก แสนหดหู่ ของ Lars von Trier

Melancholia เรื่องราวเกิดขึ้นระหว่างการแต่งงานที่ดำเนินไปด้วยความน่าเบื่อของน้องสาว ประสบการ์ณสูงอย่าง จัสตีน ที่กำลังจะแต่งงานกับหนุ่มอย่าง ไมเคิล ที่กำลังจะถูกท้าทายโดยการที่กำลังจะมีดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า เมลันคลอเลีย กำลังจะพุ่งชนโลกในอีกไม่ช้า และเมื่อพี่สาวสุดหดหู่อย่าง แคลร์ ได้ทราบข่าวจากสามีอย่าง จอห์น จึงไม่รีบรอช้าที่จะพยายามหนีจากดาวเคราะห์ เมลันคลอเลีย ที่กำลังจะพุ่งชนโลกในอีกไม่ช้าทั้งที่ทุกคนก็รู้อยู่ว่า ไม่มีใครหนีพ้นจากการชนครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน (Melancholia เข้าฉายเฉพาะในเครือ Apex และเข้าฉายที่ SF Emporium แค่ 2 ที่นะครับทุกท่าน)

Melancholia กำกับการแสดงโดย Lars von Trier หลังจาก 2 ปีที่แล้วนำเราเข้าไปสู่ชีวิตของสามี ภรรยา ในรูปแบบดาร์ก และ หดหู่มาแล้วอย่างใน Antichrist และทิ้งห่างช่วงเวลาถึง 2 ปีเขาถึงกลับมากับหนังเรื่องใหม่ที่ได้รางวัลด้านนักแสดงมามาดๆจาก คานส์ ซึ่งนั้นก็คือ Melancholia เป็นหนังที่เขาพยายามจะสร้างให้เหมือนกับบุคลิกตัวตนที่แท้จริงของเขามากที่ สุด เนื่องจากผู้กำกับ Lars von Trier นั้นเป็นคนที่เกิดมามีโรคซึมเศร้า และ สิ้นหวัง (หนังของเขาแทบทุกเรื่องจึงออกมาเป็นแบบประมาณนั้น) ซึ่งสำหรับ Melancholia ถึงแม้จะไม่ได้แสดงความหดหู่ออกมาโดยตรง แต่ถ้าลองคิดลึกและเข้าไปในหนังแล้วต้องบอกว่าหนังทำออกมาได้ หดหู่ และ สิ้นหวัง มาก โดยเฉพาะเรื่องที่ผู้กำกับยัดเอาความหดหู่ และ เน้นหนักกับสิ่งที่เรียกว่า ‘ชีวิต’

โดยผู้กำกับนำสิ่งที่เรียกว่า ‘ชีวิต’ ผ่านตัวละครประสบการณ์สูงอย่าง จัสตีน มาถ่ายทอดอารมณ์ได้ดี และ ลึกซึ้งโดยเฉพาะเรื่องประเด็นของ คนเรามีเกิดก็ต้องมีตาย เพราะฉะนั้นอย่าเครียดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป ดูจากตัวละครของ จัสตีน ที่เป็นสาวมีประสบการณ์สูงกว่าพี่สาวอย่าง แคลร์ เมื่อถึงคราวที่โลกกำลังจะต้องดับลง คนเหล่านี้จะมีอารมณ์ประมาณว่า สิ้นหวัง และ เสียดาย กับประสบการณ์ที่สะสมมาทั้งชีวิต ที่ต้องสูญเสียไปในเวลาไม่ถึง 2 วินาที ซึ่งในข้อนี้นั้น ผู้กำกับ von Trier สามารถนำเอาประเด็นมานำเสนอได้อย่างแนบเนียนไปกับเนื้อเรื่องได้ดี และยังสามารถคุมแก่นหนังต่างๆได้อยู่เสมอหละ

รวม เข้าไปกับการแสดงอันเหนือชั้นของ 2 นักแสดงสาวอย่าง Kirsten Dunst และ Charlotte Gainsbourg ที่ต้องบอกว่ารายแรกนั้นพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการแสดงอารมณ์และสีหน้าในช่วงเวลาที่หดหู่ และสับสนที่สุดในชีวิตของตัวละคร จัสตีน ที่ดูไปดูมาอาจจะทำให้คนดูอินไปกับการแสดงของเธอด้วยก็ได้ ส่วนในด้านของรายหลังนั้นก็ยังคงเส้นคงวา แสดงได้ทรงพลังในบทของสาวหดหู่อยู่เช่นเดิม ส่วนอย่างสุดท้ายที่ต้องขอชมผู้กำกับ von Trier นั้นคือด้านของความ อาร์ท ในด้านของการถ่ายภาพและฉากต่างๆที่ถึงแม้จะไม่เทียบเท่า The Tree Of Life แต่เรื่องนี้ก็ต้องขอยอมรับเลยว่า…

ผู้กำกับสามารถปล่อยของที่เป็น ลักษณะและจิตใจของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่ฉากเริ่มแรกของหนังที่บอกเลยว่าเป็นการปล่อยของ 5 นาทีที่เด็ดจริงๆ (แต่ก็ยังไม่เท่าการปล่อยของเกือบ 30 นาทีใน The Tree Of Life หรอกหน่ะ ฮ่าๆ) แต่ยังไงสำหรับหนังเรื่อง Melancholia จะเรียกว่าข้อเสียก็คงไม่ได้ คงต้องเรียกว่าสำหรับใครไม่ใช่คอหนังของ von Trier แต่เดิมนั้น เรื่องนี้อาจจะพาเอาท่านหลับอย่างสบายใจได้ เพราะตัวหนังมีความเป็นเอกลักษณ์ของผู้กำกับสูง นั้นคือ หนังมีอารมณ์นิ่งๆ และ มีบทพูดบทจาน้อย จึงขอบอกไว้เลยใครไม่ชอบทางหนังนิ่งๆเรื่องนี้นั้นต้องมองข้ามโดยด่วนหละ ครับ

โดยสรุปแล้วสำหรับ melancholia ถือว่าอีกหนึ่งหนังดราม่า สำหรับคอดราม่าไม่น่าพลาดเพราะหนังอุดมไปด้วย อุดมคติ เรื่อง ชีวิต แบบหดหู่ และ ไร้ความหวังเท่าที่ผู้กำกับใส่มาได้ รวมเข้าไปกับการถ่ายภาพและความอาร์ท พร้อมกับนักแสดงขั้นเทพอีก 2 คน เพราะฉะนั้นคอดราม่าจงอย่ารีรอที่จะตีตั๋วเข้าไปดูกัน

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ