Spy Kids : All The Time In The World in 4D สายลับเด็กกลับมาป่วน 4 !!

Home / วิจารณ์หนัง / Spy Kids : All The Time In The World in 4D สายลับเด็กกลับมาป่วน 4 !!

Spy Kids : All The Time In The World หรือในชื่อไทยว่า ซุปเปอร์ทีม ระเบิดพลังทะลุจอ เรื่องราวของคุณแม่เลี้ยงลูกสองอย่าง มาลิสซ่า ที่เมื่อแต่ก่อนเธอได้เป็นสุดยอดสายลับแห่งองค์กร OSS ที่มีคู่ปรับตลอดกาลอย่าง ติ๊กต๊อก ผู้ร้ายที่คิดจะขโมยเวลาของคนทั้งโลกด้วยเหตุผลที่ว่า ทุกคนใช้เวลาได้ไม่คุ้มค่าซะเลย เขาเลยคิดจะเอาเวลาทั้งหมดไปใช้เอง โดยสิ่งเดียวที่จะหยุดมันได้คือ ก้อนหินวิเศษ ก้อนเล็กๆ ที่ได้ดันไปตกอยู่กับลูกสาวของเธออย่าง รีเบคก้า พร้อมกับน้องชายอย่าง ซีซิล ที่ทำให้พวกเขานั้นต้องกลายเป็น สายลับ รุ่นเล็กเพื่อเอาชีวิตรอดจาก ดร.ติ๊กต๊อก นี้ให้และปกป้องโลกไว้ให้ได้

Spy Kids : All The Time In The World กำกับการแสดงโดยผู้กำกับรุ่นใหญ่อย่าง Robert Rodriguez ที่ถูกใจทั้งขาจรและขาโจ๋หลังจากเคยกำกับหนังคัลท์มาซะหลายเรื่องไม่ว่าจะ เป็น El Maraichi หรือแม้แต่หนังขาวดำอย่าง Sin City จึงทำให้ชื่อของผู้กำกับคนนี้รู้จักกันดีสำหรับขาโจ๋ ซึ่งสำหรับ Spy Kids ทั้ง 4 ภาคก็เป็นผลงานของเขาหมดเลยเช่นกัน ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้กำกับคิดอย่างไรถึงจะชุบชีวิตหนังสายลับเด็ก ขึ้นมาอีก แทนที่จะเอาเวลาไปทำหนังอาร์ทอย่าง Sin City 2 ซะจะดีกว่า แต่อย่างไรก็ตามสำหรับ Spy Kids 4 อย่างแรกที่ต้องพูดถึงคือลูกเล่นการดมกลิ่น ของหนังที่มีการ์ดที่เรียกว่า Aroma-Scope แถมมาให้ดมด้วยเช่นกัน ซึ่งสำหรับกลิ่นก็ต้องยอมรับว่าแรงและชัดเจนใช้ได้ แถมถือว่าเป็นสีสันให้กับหนังภาค 4 ในระดับที่พอรับได้บ้าง

เพียงแต่ ว่ามันออกจะยุ่งยากไปสักนิดที่จะมีเบอร์ขึ้นมาให้หนัง และต้องมามองหาเลขที่จะเอานิ่วไปถูดมระหว่างความมืดในโรงหนัง และหนำซ้ำบางเบอร์ของหนังนั้น กลิ่นก็ไม่ได้ตรงเสมอไป โดยเบอร์ที่จำได้ชัดเลยนั้นคือเบอร์ 8 ที่บนจอภาพยนตร์นั้นไม่มีฉากที่มีกลิ่นเลยสักนิด แต่ก็ยังจะขึ้นเบอร์มาให้ดมกันซะงั้น ซึ่งถ้าโดยสรุปแล้วสำหรับลูกเล่นการดมกลิ่นของหนังเรื่องนี้ก็ถือว่าสอบผ่าน ในระดับความสนุกที่อยากให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับหนัง ซึ่งใครมีลูกๆหลานๆ ก็เรียกได้ว่าลูกเล่นนี้น่าจะถูกใจเด็กๆไม่ใช่น้อย เมื่อลองย้อนกลับมามองด้านของหนังนั้น ก็ถือว่า Spy Kids 4 เรียกได้ว่าเป็นภาคที่ด้อยที่สุดก็ว่าได้เลยหละ

เพราะ ว่าด้านความสนุกในภาคนี้เรียกได้ว่าทำมาเพื่อเด็กๆโดยเฉพาะ ต่างจากภาค 1-2-3 ที่ทำความสนุกออกมาในระดับที่ดูได้ทุกวัย โดยเฉพาะภาค 1 และภาค 2 ที่เรียกได้ว่าเป็นหนังเด็กขวัญใจนักวิจารณ์เรื่องนึงเลยก็ได้ แต่เมื่อมาในภาค 4 มันกลับดูน่าผิดหวังไปซะหมด ไม่ว่าจะเป็นด้านมุขฮา หรือ ฉากแอ็คชั่น ที่เรียกได้ว่าผู้ใหญ่ทั้งหลายดูแล้วไม่ต้องสนุกกันเลยทีเดียว เพราะมุขฮา ก็ออกมาแนว ติ๊งต๊อง ซะเกินไปจนไม่น่าเชื่อว่านี้หรือคือหนังของผู้กำกับในดวงใจอย่าง Robert Rodriguez และในด้านของตัวร้ายของหนังอย่าง ดร.ติ๊กต๊อก ที่ต้องเรียกได้ว่าออกแบบมาได้อย่างกับพวกตัวร้ายในการ์ตูน

ที่ฉาย ทางช่อง Cartoon Network ยังไงยังงั้นเพราะเรียกได้ว่าเป็นตัวร้ายที่จะ ติ๊งต๊อง ก็ไม่สุดแต่จะดูร้ายก็ไม่สุดเช่นกัน เพราะฉะนั้นมันจึงออกมาดูเป็น ตัวร้าย ที่กิ๊กก๊อกที่สุดในหนังเลยก็ว่าได้ พร้อมกับฉากแอ็คชั่นต่างๆ ที่ต้องยอมรับว่าถึงแม้ Score ของหนังที่แต่งโดย Robert Rodriguez เองนั้นจะดูยิ่งใหญ่ และ มันส์แค่ไหน แต่ฉากที่ออกมานั้นกลับไม่เข้ากับ Score ของหนังเสียเลย และมิติของหนังที่เป็น 3D ก็เรียกได้ว่าไม่ค่อยมีมิติมากสักเท่าไหร่นัก หนังเล่นเน้นฉากทะลุจอจนเกินความจำเป็น สิ่งเดียวที่สามารถเรียกเข้าไปดูได้คงหนีไม่พ้นความสวยเช้งของดาราสาว Jessica Alba คนเดียวเท่านั้นแหละ

โดยสรุปแล้วนั้นสำหรับ Spy Kids 4 ก็ถือว่าเป็นหนังสายลับเด็กที่มีลูกเล่นให้ดมกลิ่น ที่อยู่ในขั้นพอสนุกใช้ได้ ซึ่งสำหรับใครที่มีลูกๆหลานๆคงสนุกกันน่าดู แต่เมื่อมองในด้านของหนังนั้น ก็ถือว่าทำออกมาได้น่าผิดหวังในทุกด้าน เพราะเน้นขายเด็กซะมากเกินไปจนลืมความสนุกแบบที่ขายได้ทุกวัยในภาคแรกๆ

เรื่องนี้ผมให้ 5/10 ครับ