วัยรุ่นพันล้าน : สูตรลับที่สุดของ ‘เถ้าแก่น้อย’ มันคือ ‘ความพยายาม’

Home / วิจารณ์หนัง / วัยรุ่นพันล้าน : สูตรลับที่สุดของ ‘เถ้าแก่น้อย’ มันคือ ‘ความพยายาม’

Top Secret หรือในชื่อไทยว่า วัยรุ่นพันล้าน เป็นหนังไทยที่สร้างมาจากประวัติของผู้ก่อตั้งโรงงานสาหร่ายทอดอย่าง เถ้าแก่น้อย ที่เป็นเรื่องราวของ ต๊อบ เด็กม.ปลาย ที่วันๆของเขาใช้ชีวิตและหมดเวลาไปกับเกมส์ออนไลน์ แต่จนกระทั่งวันนึง เขาดันได้เงินก้อนแรกของเขาจากการขาย ไอเทม ในเกมส์ออนไลน์ของเขานี้แหละ จึงทำให้เขามีแรงสู้และคิดว่าจะเอาดีกับด้านเกมส์นี้ได้อย่างแน่นอน จนกระทั่งบ้านของ ต๊อบ นั้นเป็นหนี้ 40 ล้านโดยพ่อและแม่ของเขาอยากให้เขาย้ายไปเมืองจีนเพื่อหนีหนี้ แต่ต๊อบได้ให้คำสัญญาไว้ว่าจะปลดหนี้ให้กับพ่อแม่เอง โดยการขายของต่างๆที่นำมาซึ่ง สาหร่ายทอด นี้เอง

Top Secret กำกับการแสดงโดย พี่ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์ หลังจากเคยทำหนังเด็กในตำนานอย่าง แฟนฉัน และตามมาด้วยมิตรภาพคนกับผีอย่างหนังเรื่อง เด็กหอ ก็ถือว่าเป็นผู้กำกับที่ถือว่าคนดูให้ความไว้วางใจมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ซึ่งหลังจากหายหน้าหายตาในการกำกับหนังใหญ่ไปหลายปีทีเดียว (ไม่นับรวมพวกตอนสั้นใน 5 แพร่ง) ในปีนี้พี่ย้งก็กลับมาพร้อมกับผลงานหนังแนว ดราม่า ให้กำลังใจเรื่องใหม่อย่าง Top Secret ที่ถือได้ว่าเป็นหนังชีวประวัติของผู้ก่อตั้งโรงงาน เถ้าแก่น้อย ที่น่าสนใจทีเดียว โดยสิ่งแรกที่ถือว่า Top Secret ประสบความสำเร็จเกินกว่าที่คาดมากเลยคือด้านของ นักแสดงคู่พระ-นางอย่าง พีช พชร และนางเอกหน้าใหม่อย่าง มุกไหม วลันลักษณ์ ที่ถือว่าเกินคาดทั้งคู่ โดยเฉพาะในด้านของการแสดงที่เรียกได้เต็มปากเลยว่า…

ทำให้คนดูอิน และ เข้าใจความรู้สึกของตัวละครตัวนั้นได้ดีอย่างน่าเหลือเชื่อ โดยเฉพาะที่ต้องขอชมคือ มุกไหม ที่ถือว่าเป็นผลงานเรื่องแรกที่ถือว่าแสดงออกมาได้ดีเหลือเชื่อมาก โดยเฉพาะฉากดราม่าต่างๆที่เรียกได้ว่าทำเอาคนดูน้ำตาตกตามไปด้วยเลยทีเดียว (ถ้านึกไม่ค่อยออกลองนึกถึงตอน พีช พชร เล่นหนังเรื่องแรกอย่าง Suck Seed แต่ก็ถือว่าแสดงออกมาได้ กวน และ ขี้เล่น เกินคาดเลยทีเดียว) ซึ่งนอกจากนั้นด้านตัวบทของหนังที่แน่นอนว่าต้องออกมาเป็นแนว Feel-Good ตาสไตล์ของค่าย GTH ที่ก็ถือว่าไม่ได้ทำให้ผิดหวังเช่นเคย ถึงแม้ว่าจะมีการแต่งเติมกลิ่นและสีในด้านของบทที่บิดจากความจริงไปเล็กน้อย

แต่ ในเมื่อว่ามันเป็นหนังก็แน่นอนที่ว่าอาจจะมีบิดไปบ้างเล็กน้อย แต่จุดประสงค์สำคัญในการ แต่งกลิ่น และ บิดความจริงออกไปคือการทำให้คนดูสนุก และ ปริ่มเปรม ไปกับความหวังเล็กๆของ ต๊อบ ซึ่งในข้อนี้หนังก็ถือว่าทำได้สำเร็จอีกแล้ว และถึงแม้เราจะได้ยินคำคมที่ประมาณว่า ‘ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น’ มาบ่อยมากแล้ว แต่ก็ยอมรับว่าไม่เคยเบื่อเลยสักนิด โดยเฉพาะการหนังเรื่อง Top Secret ขยายคำคมนั้นออกมาเป็นหนังยาว ที่ดูแล้วมั่นใจเลยว่า หลังจากคุณดูหนังเรื่องนี้จบแล้วนั้น ในวันหลังๆเวลาคุณท้อคุณจะคิดถึงหนังเรื่องนี้ประมาณ The Shawshank Redemtion เลยทีเดียวครับ

แต่ก็ตามสไตล์หนังทุกเรื่องก็ไม่ได้ สมบูรณ์ไปสักทุกอย่างหรอกครับ ซึ่งสิ่งที่ไม่ชอบอยู่สิ่งเดียวใน Top Secret คงเป็นด้านของการสร้าง อารมณ์ร่วมของหนังกับคนดู ที่พี่ย้ง เลือกที่จะให้คนดูซึมซับความสำเร็จที่มาพร้อมน้ำตาของ ต๊อบ ไปกันเอง มากกว่าที่จะใส่เพลงอารมณ์แนวเศร้าๆและทำให้เราปริ่มจนน้ำตาตก (ส่วนตัวนั้นผมชอบในข้อหลังมากกว่า เพราะในข้อแรกนั้น การซึมซับกับหนังสักเรื่องถือว่าเป็นเรื่องยากพอสมควรสำหรับผม) แต่ยังไงก็ตามนั้น ถ้าให้โดยสรุปแล้วคือ Top Secret ถือว่าเป็นหนังดราม่า ที่สามารถใส่จังหวะความฮาให้คนดูได้อย่างถูกระยะ ที่มาพร้อมกับนักแสดงที่เรียกได้ว่า…

มีพลังและแสดงได้อินกับบทบาท ไปได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะนางเอกหน้าใหม่อย่าง มุกไหม ที่คุณหนุ่มๆไปดูคงต้องร้องไห้ตามไปกันแน่ๆ และนอกจากนั้นทางด้านของ การให้กำลังใจ และ การสู้ไม่ถอย ของหนังนั้นต้องให้กำลังใจคนดูได้อย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าบางฉากที่มันดราม่าจัดๆ ผมก็อยากได้ดนตรีบิวท์สักนิดนึงหน่ะ ฮ่าๆ

ป.ล. บทของผู้กำกับรุ่นเก๋าอย่าง อาเปี๊ยก โปสเตอร์ ถึงแม้จะเป็นบทเล็กๆแต่ก็ต้องเรียกได้เลยว่าดูไปยิ้มไปพร้อมเปี่ยมด้วยพลัง อย่างแน่นอน

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ