In Time : เวลาเป็นสิ่งที่ไม่เคยคอยใคร ฉะนั้นจงอย่าปล่อยให้มันหลุดมือ

Home / วิจารณ์หนัง / In Time : เวลาเป็นสิ่งที่ไม่เคยคอยใคร ฉะนั้นจงอย่าปล่อยให้มันหลุดมือ

in time

ยอมรับว่าตั้งแต่เห็นตัวอย่าง และ ชื่อผู้กำกับของหนังเรื่องนี้ก็น่าสนใจทันที เพราะส่วนตัวผมก็เป็นคนที่อยากเห็นหนังที่ใช้เงินซื้อเวลา หรือเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับเวลาอยู่แล้ว และในที่สุดหนังเรื่อง In Time ก็โผล่มา แต่น่าเสียดายที่เปิดตัวคำวิจารณ์ไปไม่ค่อยสวยสักเท่าไหร่ ส่วนความเห็นของผมอย่างไรไปอ่านเลยครับ

In Time เรื่องราวของอนาคตอันใกล้ในโลกมนุษย์ ที่ทุกคนบนโลกมีอายุได้ไม่เกิน 25 ปี และทุกคนใช้จ่ายทุกอย่างด้วยสิ่งที่เรียกว่า เวลา คนจนจะมีอายุไขน้อยกว่าคนรวย เฉกเช่น วิล ซาลาส ชายหนุ่มที่อยู่ในสลัมเล็กๆ ที่ต้องทำงานเพื่อแลกกับเวลาวันต่อวัน จนกระทั่งเขาได้ไปเจอกับ เฮนรี่ ชายหนุ่มที่มีเวลาอยู่ในมือเกือบๆจะหนึ่งร้อยปี และเรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อ เฮนรี่ ได้ถ่ายโอนเวลาทั้งหมดไปให้กับ วิล จนทำให้ระบบเกิดปั่นป่วนเพราะคนเราไม่ควรจะอยู่อย่างอมตะ จึงทำให้ เดอะ ไทม์คีปเปอร์ ต้องออกตามล่าเวลาหนึ่งร้อยกว่าปี เพราะเหตุสงสัยว่า วิล ซาลาส จะเป็นคนฆ่า เฮนรี่ เอาเสียเอง

In Time ผลงานการกำกับของ แอนดริว นิคโคล จาก Gattaca และ Lord Of War ซึ่งใน In Time นี้เขารับทั้งหน้าที่เป็นผู้กำกับ และ เขียนบท เอง ซึ่งหลายคนรวมทั้งผมตอนเห็นตัวอย่างก็คงอดพูดไม่ได้ว่า ทั้งตัวบท และ เนื้อเรื่อง ก็ต่างมีไอเดียที่ดี และ น่าค้นหา ซึ่งเอาเข้าจริงๆก่อนที่ผู้อ่านจะไปตีตั๋วเพื่อดู In Time ผมก็ขอเตือนไว้ก่อนว่า อย่าคาดหวังว่านี้มันคือหนังแอ็คชั่นจ้า ตามในตัวอย่างหนัง เพราะจริงๆแล้ว In Time เป็นหนังแนว ทริลเลอร์ ไซไฟ ที่มีฉากแอ็คชั่นมาเป็นน้ำจิ้ม และฉากแอ็คชั่นที่เป็นน้ำจิ้มนั้นเอง คือสิ่งที่ต้องขอชมผู้กำกับ นิคโคล ว่าสามารถทำฉากขับรถไล่ล่าออกมาได้อยู่ในขั้นดูเพลินๆ รวมเข้ากับบทเรื่องราวของ เวลา ที่ถือว่ามีข้อคิดเรื่องราวของ การใช้เวลา ในแต่ละวันของเราใส่เข้ามาแบบแน่นเอี๊ยด และน่าจะเป็นข้อคิดประจำวันให้หลายๆคนได้

ซึ่งข้อคิดเหล่านั้น เน้นๆและหลักๆที่ In Time พยายามจะเสนอคือ ทุกเวลา นั้นมีค่า จงอย่าใช้มันไปในทางที่ผิด โดยผ่านการเสียดสีจากตัวละครในชุมชนเล็กๆอย่าง วิล กับมหานครใหญ่โตแห่งเมืองคนรวยอย่าง เมืองนิว กรีนิช ที่สามารถเข้ามาเชื่อมกับโลกในความเป็นจริงของเราได้เลยก็ว่าได้ เพราะถ้าลองๆคิดดูนั้น คนฐานะดีๆทั้งหลาย หรือที่เรียกง่ายๆนั้นคือ คนรวย มักจะใช้เวลาต่างๆไปกับของไร้สาระ ไม่ว่าจะเป็น การเข้าสปา และอย่างอื่นอีกมากมาย ต่างกับคนฐานะไม่ค่อยดี ที่วันๆต้องทำงานหาเช้ากินค่ำ ซึ่งดูเหมือนว่า คนฐานะไม่ค่อยดี จะใช้เวลาได้คุ้มค่ามากกว่าคนฐานะรวยๆเสียอีกนะครับ

แต่ด้านของ องค์ประกอบ เรื่องของเวลา ที่รู้สึกว่าหนังยังไม่สามารถตีบทแตกได้สักเท่าไหร่นักว่า ตกลงว่าหนังจะเสียดสีระดับฐานะคน หรือว่าหนังนั้นมีบทรั่วกันแน่ พร้อมกับด้านของนักแสดงอย่าง จัสติน ทิมเบอร์เลค ที่มาในบทที่ออกแนวซีเรียสๆ และ แอ็คชั่น หน่อยดูเหมือนกับว่าจะไปไม่ค่อยรอดสักเท่าไหร่นัก ยังดีที่มีเคมีที่ดีต่อนักแสดงหญิงอย่าง อแมนด้า ไซย์ฟรายด์ (โดยส่วนตัวนั้น ทิมเบอร์เลค เหมาะที่จะไปในด้านของหนังแนว โรแมนติก คอมเมดี้ อย่าง Friend With Benefits มากกว่าจะมารับบทหนังแนวเน้นแอ็คชั่น โดยเฉพาะใครที่มีอคติกับพี่แกก็อย่าไปดูเชียวละครับ)

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ