The Help : ความถูกต้อง ที่เป็นสิ่งที่ใครก็ต้องการ แม้แต่ ‘คนผิวดำ’ ก็ตาม

Home / วิจารณ์หนัง / The Help : ความถูกต้อง ที่เป็นสิ่งที่ใครก็ต้องการ แม้แต่ ‘คนผิวดำ’ ก็ตาม

ต้องยอมรับว่าเห็นทั้งจากตัวอย่าง และ คำวิจารณ์ ของหนังพร้อมด้วยนักแสดง ทำให้หนังดราม่าเล็กๆอย่าง The Help กลายเป็นหนังที่คาดหวังสูงที่สุดในรอบปีเลยก็ว่าได้ และนอกจากนั้นหนังยังทำเงินในอเมริกาไปสูงกว่า ร้อยล้านเหรียญ เพราะฉะนั้นวันนี้เข้าฉายบ้านเราแล้ว ในความเห็นของผมจะเป็นไงไปอ่านเลยครับ

The Help เรื่องราวของนักเขียนข่าวสาวอย่าง สกีเตอร์ ที่เธอเพิ่งได้รับงานให้เขียนข่าวที่เธอมีปัญหา หรือข่าวที่เธอสนใจ และเรื่องที่เธอเลือกที่จะเขียนคือ เรื่องราวเกี่ยวกับคนใช้ และ บ่าวนาย ที่เกิดขึ้นในยุค ค.ศ. 1960 ที่เป็นยุคที่ยังมีการแบ่งชนชั้น รวมไปถึงสีผิว ซึ่งเธอรู้ว่ามันจะผิดกฏหมายในรัฐ มิสซิซิปปี้ ขั้นรุนแรง เธอจึงต้องการความช่วยเหลือจากเหล่าคนใช้ทั้งหลาย โดยเริ่มจากคนใช้ผิวดำอย่าง เอบีลีน และ มินนี่ ที่เป็นต้นตอแห่งหนังสือเล่มนี้ เพื่อที่พวกเขาจะได้ทวงความยุติธรรมแห่งความเท่าเทียม และ การไม่แบ่งแยก ให้เกิดขึ้นมาจนได้ (สามารถติดตามตารางการวนฉายของหนังที่ได้เวบเมเจอร์)

The Help เป็นผลงานการกำกับของ เททต์ เทย์เลอร์ หลายคนคงยังไม่เคยคุ้นชื่อกัน เพราะเป็นผู้กำกับหน้าใหม่ โดยผู้กำกับคนนี้ผันตัวจากการเริ่มเป็นตัวประกอบ ไปจนถึงนักแสดง และก้าวขั้นมาเป็นผู้กำกับ โดยผลงานประเดิมของเขาอย่างหนังดราม่าเล็กๆ Pretty Ugly People เมื่อ 3 ปีก่อนอาจจะไปไม่ค่อยสวยนักเท่าไหร่ แต่ปีนี้เขากลับมาพร้อมกับผลงานที่เรียกได้ว่ากู้ชื่อเสียงกลับมาเลยก็ว่าได้ ซึ่งโดยส่วนตัวผมเป็นคนที่ชื่นชอบในหนังที่มีการเสียดสี หรือ เหยียดสีผิว เป็นทุนเดิม เพราะฉะนั้น The Help จึงเป็นหนังที่สามารถตอบโจทย์นั้นของผมได้ดีมากที่สุด เพราะหนังเต็มไปด้วยประเด็นเรื่องสีผิว ที่สามารถใช้ประเด็นนี้มาเสียดสีกับด้านความยุติธรรม และ ความถูกต้อง ได้ดีมากที่สุด โดยการลุกขึ้นต่อสู้ของ คนผิวสี ที่เรียกได้ว่าเป็น ชนกลุ่มน้อย ของหนัง

สามารถนำมาซึ่งการแสดง และ เนื้อเรื่อง ที่มีพลังมากที่สุดก็ว่าได้ โดยเฉพาะหลายๆฉากของหนังที่สามารถตราตรึงคนดูให้อยู่กับที่ได้อย่างดีเยี่ยม แถมหนังยังสามารถบ่งบอกด้านความชัดเจนในแต่ละตัวละคร ของหนังได้ดีเยี่ยมอีกด้วย ซึ่งสิ่งทั้งหมดนี้ต้องขอยกความดีให้กับนักแสดงยกทีมไม่ว่าจะเป็น วิโอลา เดวิส และ ออคเทเวีย สเปนเซอร์ กับบทของสาวใช้ผิวดำตัวนำของเรื่อง ที่รับบทเป็นผู้ปิดทองหลังพระที่ถูกลืม ที่ประเด็นนี้ที่จริงก็สามารถใช้ได้กับทุกอาชีพไม่ว่าจะเป็น ครู ที่เมื่อนักเรียนทั้งหลายโตแล้วก็เชื่อได้ว่าเลยว่าต้องลืมผู้ให้ความรู้อย่างแน่นอน เปรียบเช่นเดียวกับเหล่าคนใช้ ที่คอยเลี้ยงลูกคนผิวขาวมาตลอด

แต่เมื่อเหล่าคนผิวขาวทั้งหลายโตก็กลับเป็นหนามมาทิ่มแทงเหล่าคนใช้ซะเอง เพราะฉะนั้นทั้งด้านประเด็นความแค้นของเหล่าคนใช้ และความน่าหมั้นไส้ ของบ่าวนายนั้น หนังสามารถทำออกมาได้น่าเชื่อถือ และ สามารถทำให้คนดูอินไปกับเรื่องราวนี้ได้อย่างง่ายๆ แถมอมรอยยิ้ม ที่เรียกได้ว่านี้เป็นหนังดราม่าอีกเรื่องที่ดูแล้วได้ทั้งประเด็นดราม่าที่หนักหน่วง แถมพร้อมกับรอยยิ้ม อีกเรื่องของปีต่อจาก 50/50 เลยก็ว่าได้ครับ แต่อย่างไรก็ตาม ในเมื่อการที่ผมตั้งความหวังต่อ The Help มากเกินไป จึงผิดหวังในบางประเด็นไปบ้าง โดยเฉพาะประเด็นของเรื่อง ความรัก ของนางเอก สกีตเตอร์ ที่โดยส่วนตัวมันน่าจะมีอะไรมากกว่านี้

เพราะในเมื่อหนังเล่นใส่ประเด็นที่แม่ อยากให้ลูกมีคู่ พร้อมกับความรักต่างๆเข้ามาขนาดนี้แล้ว ก็ไม่น่าจะทิ้งมันไปง่ายๆ น่าจะเน้นด้านนี้อีกสักหน่อย หรือถ้าอีกมุมมองนึงคือ หนังไม่น่าใส่ประเด็นนี้เขามาเลย แล้วเอาเวลาในฉากความรักของนางเอกทั้งหลาย ไปเน้นเรื่องประเด็นผิวสีน่าจะเหมาะกว่า แถมในตอนกลางๆเรื่องของหนังยังแอบทิ้งช่วงประเด็นที่แท้จริงของหนังไปมากพอสมควร แต่อย่างไรก็ตาม The Help ถือว่าเป็นหนังดราม่าคุณภาพอีกเรื่องปี (ตอนนี้เข้าฉายที่พารากอนที่เดียวเท่านั้น และวันที่ 24 พ.ย. จึงจะเริ่มฉายที่ รัชโยธิน ตามด้วย เอสพลานาด แคราย-รัชดา และ พาราไดซ์ ซีนีเพล็กซ์ครับ)

โดยรวมแล้ว The Help ถือว่าเป็นหนังดราม่าที่ถือว่าสามารถเล่าเรื่อง ปน มุขฮาได้สนุกสนาน แต่มาพร้อมกับประเด็นที่เรียกได้ว่าหนักแน่น โดยเฉพาะในด้านของเรื่องผิวสี พร้อมกับความถูกต้อง ที่หนังพยายามจะเสนอกับผู้ชม แถมนักแสดงก็เยี่ยมอีกด้วย เพียงแต่ว่าในบางฉากและบางจุดของหนังยังน่าติเตียนเล็กน้อย

เรื่องนี้ผมให้? 8/10 ครับ