Trespass : ถึงเวลาที่คุณต้องฮึดขึ้นสู้ เมื่อคุณโดนโจรกระจอกกดขี่ถึงขั้นสูงสุด

Home / วิจารณ์หนัง / Trespass : ถึงเวลาที่คุณต้องฮึดขึ้นสู้ เมื่อคุณโดนโจรกระจอกกดขี่ถึงขั้นสูงสุด

เป็นโปรแกรมที่เรียกว่าสายฟ้าแล่บเลยก็ว่าได้กับ Trespass ที่เตรียมจะเข้าฉายไทยในวันที่ 24 พ.ย. นี้แล้วแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ซึ่งโดยส่วนตัวสิ่งที่น่าสนใจในหนังเรื่องนี้คงหนีไม่พ้นกับผู้กำกับ โจเอล ชูมาคเกอร์ จากหนังตู้โทรศัพท์มรณะอย่าง Phone Booth ซึ่งในความเห็นผมหนังเป็นอย่างไรไปอ่านเลยครับ

ในชุมชนของคนมีฐานะ ระบบความปลอดภัยถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่เว้นแม้แต่บ้านของครอบครัวมิลเลอร์ ด้วยการตกแต่งภายในที่ถูกออกแบบอย่างงดงาม และระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย ชีวิตของ ไคล์ (นิโคลัส เคจ) นักธุรกิจใหญ่, ซาร่าห์ (นิโคล คิดแมน) ภรรยาที่สวยงาม และลูกสาววัยรุ่น อาเวรี่ (ลิอาน่า ลิเบราโต้) ก็ดูจะเพียบพร้อมไปทุกอย่าง แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น เมื่อ โจนาห์ คือสมาชิกกลุ่มอาชญากรสุดโหดที่นำโดย เอเลียส (เบน เมนเดลโซห์น) ที่วางแผนบุกปล้นบ้านมานานหลายเดือน ครอบครัวมิลเลอร์ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์คับขันที่พวกเขาต้องผ่านมันไป

Trespass ผลงานของผู้กำกับ โจเอล ชูมาคเกอร์ จาก Phone Booth , The Phantom of the Opera และ The Number 23 ที่ในตอนแรกนั้นมีกำหนดคิวฉายในอเมริกาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่เนื่องด้วยจากค่ายหนังนั้นเห็นสถานการ์ณจะดูไม่ค่อยดี จึงตัดสินใจจับหนังเรื่องนี้เข้าฉายแบบจำกัดแทน และจับยัดลงดีวีดีอย่างรวดเร็วในท้ายสุด ซึ่งหลังจากที่ผมได้ดูหนังเรื่องนี้ก็ต้องขอบอกเลยว่า ค่ายหนังคิดถูกอย่างมากกับ Trespass ที่จะจับมันยัดลงดีวีดีอย่างรวดเร็ว เพราะสิ่งเดียวที่ผู้กำกับ โจเอล ชูมาคเกอร์ ยังเสนอให้กับคนดูได้อยู่นั้นคือ ด้านของลีลาการกำกับของฉากแอ็คชั่น ระทึก ที่ยังอยู่ในระดับที่ทนพอดูได้ แต่น่าเสียดายที่นอกจากนั้น หนังก็ไม่ได้สร้างความระทึกอะไรให้คนดูได้อีกเลย เริ่มตั้งแต่ประเด็นของ บท และ เนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้

ที่ถ้ามองแบบผิวเผินนั้น มันสามารถเป็น Funny Games ในเวอร์ชั่นที่เจ้าของบ้านสู้ตายได้เลย แต่ผู้กำกับ กลับไม่เลือกที่จะทำอย่างงั้น หนังกลับมัวแต่ไปเสียเวลาเกี่ยวกับฉากย้อนความหลังต่างๆ ที่เมื่อคนดูอย่างเรายิ่งดูไปเท่าไหร่ก็มีแต่จะพบกับ ความน่ารำคาญ และ เสียเวลาโดยใช่เหตุ เพราะว่าคนดูก็ต่างรู้กันไปหมดแล้วว่าฉากต่อไปของหนังจะเป็นอย่างไร เนื่องด้วยพล๊อตของหนังที่ผิวเผินดูไฮเทค แต่เนื้อในของหนังกลับเชย และ น่าเบื่อ พร้อมกับด้านของปูมหลังตัวละคร และ ความน่าโดดเด่นในคาแรกเตอร์ ที่เรียกได้ว่าแทบจะไม่มี โดยเฉพาะด้านของตัวละครโจรทั้ง 4-5 คนของหนังที่เมื่อหนังยิ่งก้าวเดินไปทีไร

ก็ยิ่งเหมือนกับว่าตัวละครโจรเหล่านี้นั้นเดินมาเคาะประตูบ้านของเหล่าพระเอกแล้วพูดว่า ‘พวกเอ็งอยากฆ่าข้าไหม’ เพราะโจรเหล่านี้นอกจากจะไม่มีความน่าเกรงขามแล้ว ยังไม่มีความสมเหตุสมผล จะทำอะไรอย่างที่พูดก็ไม่ทำสักอย่าง เพราะฉะนั้นจากโจรกรรม และ การเข้นให้พระเอกพูดความจริง จึงเต็มไปด้วยความน่ารำคาญ และ ยึกๆยักๆ ของเหล่าโจรกับตัวเอก ที่ไม่คิดจะทำอะไรให้บทมันก้าวหน้าไปสักที ที่เรียกได้ว่าดูแล้วจะหาอะไรมาขว้างใส่หน้าให้มันจบๆไปเลยก็ว่าได้

สรุปแล้วคือ Trespass ถือว่าเป็นหนังแนวโจรกรรมปล้นบ้าน ที่ข้อดีคือ ฉากแอ็คชั่น ระทึก ยังอยู่ในระดับพอดูเล่น แต่ข้อเสียก็ต้องเรียงตั้งแต่ด้านตัวละครโจร ที่เรียกได้ว่าน่ารำคาญ , บทหนังที่ดูแล้วน่าเบื่อ และด้านของตัวละครนำหนังนั้น อาจทำให้อยากเห็นบทสรุปไวไวซักที

เรื่องนี้ผมให้ 5/10 ครับ