ทางแยกวัดใจ : ทางแยกวัดจิตใจคน กับ การตัดสินใจอันยากลำบากของ คนดี

Home / วิจารณ์หนัง / ทางแยกวัดใจ : ทางแยกวัดจิตใจคน กับ การตัดสินใจอันยากลำบากของ คนดี

ได้มีโอกาสไปดูมาวันนี้ครับ กับหนังที่ไม่ขายบัตร เพียงแต่แชร์ความดีก็ได้ดูกับ ทางแยกวัดใจ ทีแอบสนใจมาตั้งแต่ตัวอย่างหนังแล้ว ที่มีสไตล์การเล่าเรื่องแบบ 1 เหตุการณ์ แต่ว่า 3 เหตุผล โดยยิ่งเป็นของค่ายหนัง GTH ก็ยิ่งวางใจเข้าไปอีกว่าหนังคงมาดี ส่วนตัวหนังในความเห็นของผมเป็นอย่างไรไปอ่านเลยครับ

?ทางแยกวัดใจ? การถ่ายทอดเรื่องราวทางเลือกของ ?โต้ง? เด็กหนุ่มที่ประสบกับเหตุการณ์ขับรถชนมอเตอร์ไซค์ ที่ฝ่าไฟแดงมากลางสี่แยกแห่งหนึ่ง ภาพยนตร์ได้เล่าถึงเรื่องราว 3 ทางเลือก 3 การตัดสินใจของตัวละคร คือ รีบลงจากรถแล้วนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล , รีบเบิ่งรถออกไปทันทีโดยทีไม่สนใจคนเจ็บ และทางเลือกที่ 3 ขับรถออกไปตั้งสติ แล้วค่อยย้อนกลับมานำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล การตัดสินใจแต่ละทาง คือสิ่งที่กำหนดชีวิตของโต้งตลอดไป เพราะทุกอย่างล้วนแต่เกิดจากการกระทำทั้งสิ้น โดยหนังเรื่องนี้จะไม่ขายบัตร แต่จะเปิดให้ชมฟรีเพียงแต่ไปแชร์ความดีที่ http://www.iwilldoforking.com ครับ

ทางแยกวัดใจ เป็นผลงานของ 3 ผู้กำกับมือทองของ GTH ประกอบด้วย ชยนพ บุญประกอบ, โสภณ ศักดาพิศิษฏ์, นิธิวัฒน์ ธราธร ซึ่งผู้กำกับเป็นผู้กำกับอารมณ์ดีจากหนังวัยรุ่นสุดฮิตครองบ้านครองเมืองที่เพิ่งฉายไปเมื่อต้นปีอย่าง Suckseed ส่วนคนที่ 2 นั้นเป็นผู้กำกับหนังผีสยองขวัญ ที่เพิ่งจะกวาดรายได้ไปกว่าร้อยล้านบาทอย่างหนังผีสุดฮิตใน ลัดดาแลนด์ และคนสุดท้ายคือผู้กำกับอารมณ์แนวดราม่าปนความฮาจาก หนีตาม กาลิเลโอ ซึ่งใน ทางแยกวัดใจ หนังจะแบ่งเป็น 3 เหตุการณ์ ประกอบไปด้วย กลับไปช่วยคนเจ็บ , ไม่กลับไปช่วย และ ลังเลที่จะไปช่วย ซึ่งหลังจากดูหนังแล้วแต่ละตอนก็พอจะเดาได้ว่าเป็นของผู้กำกับคนไหน ซึ่งเอาเป็นว่าผมจะขอพูดถึงหนังในแบบรวมๆเลยละกันครับ โดย ทางแยกวัดใจ ถือว่าเป็นหนังที่โดนใจผมมากจริงๆ

แต่สิ่งที่โดดเด่นและชอบมากที่สุดคือ การที่หนังนั้น เป็นหนังที่อยู่ในโครงการ ทำดีให้พ่อดู ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าหนังยัดเยียดพวกประเด็นและข้อคิด เรื่องการทำดีมาเยอะแน่ๆ แต่ปรากฎว่าไม่ใช่ เพราะ ทางแยกวัดใจ กลับเป็นหนังในโครงการทำดีให้พ่อดู ที่สามารถเล่าเรื่องของหนังออกมาได้สนุกสนาน ไม่ซีเรียสจนเกินไป และ สามารถใส่จังหวะมุขตลกทั้งหลายออกมาคุมโทนหนังได้อยู่หมัด แต่ถ้ามองลึกลงไปในบทจริงๆแล้ว ถือว่าเป็นหนังไทยที่มีบทเข้มข้นมาก โดยเฉพาะความรู้สึกของตัวละครเอกอย่าง โต้ง ที่เพราะว่าหนังมีเวลาจำกัดมาก จึงไม่ได้เล่ารายละเอียด หรือ ปูบท ของ โต้ง มามากนัก

แต่ต้องขอบคุณวิธีการเล่าเรื่องของ 3 ผู้กำกับ ที่สามารถนำบทดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว และ ไม่ปล่อยให้เสียเวลา พร้อมที่จะเข้าเรื่องในทุกเมื่อ โดยเฉพาะที่ต้องขอชมคือวิธีการเรียบเรียงตอนบท คือการเริ่มด้วยตอน หันหลังกลับไปช่วย ก่อน ซึ่งเป็นอารมณ์แนวตลก ก่อนจะต่อด้วยอารมณ์หนังแนวที่มืดม่นลงมา และ ปิดฉากด้วยตอนที่ ลังเลที่จะช่วย ซึ่งได้ว่าเป็นการเรียบเรียงอารมณ์ได้เหมาะสมมากกับหนังหลากตอนของ GTH อีกเรื่อง รวมไปถึงการแสดงของ เต้ ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ ที่การแสดงในตอนสุดท้ายของ แยก นั้นถือว่าออกมาได้น่าพอใจมาก ที่สามารถควบคู่ไปกับนักแสดงเด็กอย่าง น้องเจน ได้

และสิ่งสุดท้ายที่อยากชมคือด้านของโทนหนัง ที่ดูแล้วรู้สึกได้ว่ามันเป็นหนังที่เหมือนกับการให้คนดูค้นหาช่องทางออกมาจากเขาวงกตมืดๆ ที่ตอนจบหนังนั้น เปรียบเสมือน กับแสงสว่างในเขาวงกตนั้นได้อย่างลงตัว และ ทำให้คนดูขนลุกได้ในเวลาเดียวกัน แต่ส่วนที่ไม่ค่อยชอบของหนังนั้นก็พอมีอยู่เล็กน้อย อย่างแรกเลยคือ ตอนแรกของหนังอย่าง หันหลังกลับไปช่วย ที่ต้องขอชมว่ามุขตลกฮาจริง แต่เนื้อหาบทในตอนนี้นั้นดูอ่อนไปนิด พร้อมกับความเห็นส่วนตัวที่คิดว่าหนังน่าจะยาวกว่านี้สักนิดนึง แต่สุดท้ายแล้ว เอาเข้าจริงๆผมก็ขอแนะนำให้ไปดูหนังเรื่อง ทางแยกวัดใจ เพราะเหตุผลหลายๆอย่างที่ได้บอกไป

สรุป ทางแยกวัดใจ ถือได้ว่าเป็นหนังจาก GTH อีกเรื่องที่มีจุดเด่นตรงที่หนังพูดถึงเรื่องการทำดีออกมาในรูปแบบภาพยนตร์ได้สนุกสนาน และ มีข้อคิดเยอะ พร้อมกับวิธีการเล่าเรื่องที่รวดเร็วไม่ชักช้า ทำให้หนังออกมาสนุกสนาน มีหลายอารมณ์ พร้อมกับการแสดงดีๆ อย่าพลาดเชียวครับกับ ทางแยกวัดใจ ครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ