Arthur Christmas 3D : อนิเมชั่นที่ขยายคำว่า ‘คริสต์มาส’ ได้ดี และ มีเสน่ห์ ที่สุด

Home / วิจารณ์หนัง / Arthur Christmas 3D : อนิเมชั่นที่ขยายคำว่า ‘คริสต์มาส’ ได้ดี และ มีเสน่ห์ ที่สุด

ต้องขอขอบคุณคำวิจารณ์หนังเรื่องนี้จากฝั่งเมืองนอกแท้ๆ ที่ทำให้ผมตีตั๋วไปดูอนิเมชั่นเรื่องนี้ โดยที่ไม่เคยได้ดูตัวอย่าง หรือ รู้เรื่องย่อมาก่อน เข้าไปแบบว่างเปล่า เพราะคำวิจารณ์ที่อวยหนังเรื่องนี้ล้วนๆ ซึ่งเรื่องนี้เข้าฉายเฉพาะระบบ 3D เท่านั้น ส่วนด้านตัวหนังในความเห็นของผมเป็นอย่างไรไปอ่านเลยครับ

ส่วนประกอบของเทศกาลคริสต์มาสที่แสนคลาสสิก นั่นคือครอบครัวแสนพิลึกพิลั่น และวีรบุรุษจำเป็น เขาก็คือ อาร์เธอร์ ลูกชายคนสุดท้องของซานต้า เมื่อปฏิบัติการการส่งของขวัญของพี่ชายเขาในครั้งล่าสุดนี้ดันพลาดเด็กไปหนึ่งคนจากบรรดาร้อยล้านคน อาร์เธอร์สมาชิกครอบครัวคลอสที่อ่อนหัดที่สุดก็จะต้องออกปฏิบัติการสุดตื่นเต้น แข่งกับเวลาเพื่อส่งของขวัญชิ้นสุดท้ายนี้ให้ทันก่อนที่แสงอาทิตย์จะมาเยือนในเช้าวันคริสต์มาส มิฉะนั้นหนูน้อยกเวนอาจจะต้องเศร้าไปตลอดชีวิต เพียงเพราะว่าเธอเป็นคนที่พลาดได้รับของขวัญจาก ซานต้า ครอส คนเดียวบนโลกใบนี้ อาร์เธอร์จะทำสำเร็จหรือไม่ต้องดู

Arthur Christmas อนิเมชั่นจากฝั่งอังกฤษเรื่องนี้ เป็นผลงานของ 2 ผู้กำกับอย่าง ซาร่าห์ สมิธ และ แบร์รี่ คุ๊ก 2 ผู้กำกับที่ถูกเลือกจากบริษัทผู้ให้กำเนิดหนังอนิเมชั่นดินน้ำมันสุดแนวมากมายไม่ว่าจะเป็น Chicken Run , Wallace And Gromit และแน่นอนปีหน้าคือ The Pirates! อย่างบริษัท Aardman Animations ที่ถือได้ว่าเป็นบริษัทอนิเมชั่นที่ผมชอบรองมาจาก Pixar เลยก็ว่าได้ เพราะการออกแบบตัวละครของพวกเขาในแต่ละเรื่อง ไล่มาตั้งแต่ Chicken Run นั้นล้วนดูมีชีวิตจิตใจ และ น่ารักน่าจดจำ และ Arthur Christmas ก็รวมอยู่ในนั้นด้วย แต่ถ้าเอาเข้าจริงๆคือ สิ่งที่ทำให้ผมหลงใหลใน Arthur Christmas มากจริงๆไม่ใช่เพียงแค่เหล่าตัวละครที่น่ารัก น่าหยิก และอยากเข้าไปอยู่ในอนิเมชั่นเรื่องนี้ รวมเข้ากับเสียงพากย์ของทีมพากย์หนังเรื่องนี้ ที่พากย์ออกมาได้ฮามาก

หรือว่ามุขตลกสดใสจ๋าๆของหนัง ที่ทำออกมาได้เหมาะกับทุกเพศทุกวัย แต่สิ่งที่ทำให้ผมติดใจอนิเมชั่นเรื่องนี้มากนั้นคือ สาระ และ ด้านบทของเหล่าตัวละครอนิเมชั่น ทั้งหลาย ที่นอกจากมีการแฝงทั้งด้านประเด็นของเหล่าเทคโนโลยีสมัยใหม่ และ สมัยเก่า ที่สามารถนำ 2 สิ่งมากัดจิกได้อย่างลงตัวแล้ว หนังยังมีความสามารถในการคุมโทนอารมณ์ของหนัง ไม่ว่าจะเป็นฉากที่หนังอยากให้มีอารมณ์ดราม่า หรือ ฉากไหนที่หนังต้องการให้เป็นฉากที่สนุกสนาน หนังสามารถคุมโทนอารมณ์คนดูได้อยู่หมัดอย่างน่าเหลือเชื่อ แถมเหล่าข้อคิด ที่ยัดมาซะแน่น แต่สามารถผสมผสานไปกับความสนุกทั้งหลายของหนังนั้น

ถือว่าเป็นส่วนที่ดีที่สุดของหนังเลยก็ว่าได้ เพราะว่าข้อคิดเหล่านั้น ถ้ามองในมุมมองผู้ใหญ่นั้น จะสามารถนำไปปรับตัวใช้ในชีวิตประจำวันได้หลายอย่าง ส่วนถ้ามองในมุมมองของเด็ก ก็จะพบทั้งความสนุกสนานเฮฮา และ ความซาบซึ้งหลายๆอย่าง รวมไปถึงระบบ 3D ของหนัง ที่ก็ตามธรรมเนียมของ อนิเมชั่น แหละครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนนั้นระบบ 3D ของอนิเมชั่นจะดีเยี่ยมเสมอ และเรื่อง Arthur Christmas นี้ก็คืออีกเรื่อง เพราะเป็นอนิเมชั่นที่ถึงแม้ฉากทะลุจอจะไม่มาก แต่ถ้ามองด้านเรื่องมิติของหนัง ต้องขอชมว่าสามารถทำมิติออกมาได้มองเห็นชัดเจน และ สามารถยื่นมือเข้าไปจับต้องได้กำลังดีครับ

แต่ส่วนถ้าถามว่า มีส่วนไหนที่ไม่ชอบใน Arthur Christmas อย่างแรกก็คงเป็นในช่วงแรกของหนัง ที่ยังแอบมีอืดอาดในด้านของการเล่าเรื่องอยู่บ้างสมควร เพราะฉะนั้นอาจจะทำให้พ่อแม่บางคนที่พาลูกเข้าไปดูนั้นอาจจะหลับได้ก่อนจะถึงช่วงที่สนุกที่สุดของหนังอย่างครึ่งหลัง แต่ถ้าเอาความเห็นส่วนตัวนั้น Arthur Christmas น่าจะเป็นอนิเมชั่นที่ได้เข้าชิง 3 เรื่องสุดท้ายของออสการ์ แต่ไม่น่าจะมีสิทธ์ชนะรางวัล อนิเมชั่น ยอดเยี่ยม สักเท่าไหร่ แต่ด้วยเหตุผลอะไรนั้นผมก็ไม่สามารถอธิบายได้เช่นกัน เอาเป็นว่าถ้าใครโหยหาความสนุกในรูปแบบทะลุจอ พร้อมกับอารมณ์ความเป็น คริสต์มาส ก็อย่าพลาดเลยครับ

สรุป Arthur Christmas ถือว่าเป็นอนิเมชั่นที่สามารถถ่ายทอดคำว่า คริสต์มาส ออกมาได้ดี มีเสน่ห์ แถมความสนุกของหนังก็ยังมีดีไม่แพ้อนิเมชั่นของเหล่ามะกันอย่างค่าย Dreamworks เลยสักนิด เพียงแต่ว่าช่วงแรกของหนังนั้นอาจจะอืดอาดไปสักนิด แต่หลังจากนั้นคุณจะพบแต่ความสนุกแน่นอนครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ