The Adventures Of Tintin 3D : การผจญภัยของตินติน และ กัปตันแฮ็ดด๊อก

Home / วิจารณ์หนัง / The Adventures Of Tintin 3D : การผจญภัยของตินติน และ กัปตันแฮ็ดด๊อก

ได้ดูหนังอนิเมชั่นจาก 2 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งฮอลลีวู้ดมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วครับ โดยส่วนตัวค่อนข้างคาดหวังกับหนังเรื่องนี้มากพอสมควร เนื่องด้วยตัวอย่าง และ คำวิจารณ์ของหนังที่ออกมาดีจนอาจจะได้เข้าชิงออสการ์สาขาอนิเมชั่นก็เป็นได้ โดยส่วนตัวในความเห็นผมนั้นหนังเป็นอย่างไรไปอ่านเลยดีกว่าครับ

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการติดตามการผจญภัยของตินติน (เจมี่ เบลล์) นักข่าวหนุ่มที่อยากรู้อยากเห็น กับสุนัขคู่ใจที่แสนซื่อสัตย์ภักดีอย่าง สโนวี่ เมื่อพวกเขาค้นพบเรือต้นแบบที่เก็บความลับมหาศาลเอาไว้ ตินตินที่หลงใหลในความลึกลับเก่าแก่นานหลายศตวรรษ พบว่าเขาถูก อิวาน อิวาโนวิทช์ แซคคาไรน์(แดเนียล เคร็ก) วายร้ายสุดโหดผู้เชื่อว่าตินตินได้ขโมยขุมทรัพย์มูลค่ามหาศาลที่เกี่ยวพันกับโจรสลัดที่ชื่อว่า เร็ด แร็คแฮม จับตามองอยู่ แต่ด้วยความช่วยเหลือจากสโนวี่ สุนัขคู่ใจของเขา, กัปตันแฮ็ดด็อกเจ้าอารมณ์ (แอนดี้ เซอร์กิส) และทีมนักสืบ ธอมป์สัน และธอมสัน (ไซม่อน เพ็กก์ และนิค ฟรอสท์) ตินตินต้องเดินทางไปกว่าครึ่งโลก และต้องเอาชนะและต้องนำหน้าเหล่าศัตรูในการไล่ล่าสุดตื่นเต้นเพื่อค้นหาตำแหน่งของเรือยักษ์เดอะ ยูนิคอร์น

The Adventures Of TinTin เป็นผลงานกำกับของ สตีเว่น สปีลเบิร์ก ที่มาคราวนี้ไม่ได้มาคนเดียว แต่ควบ ปีเตอร์ แจ็คสัน มาเป็น โปรดิวเซอร์ ให้กับหนังเรื่องนี้ พร้อมกับ เอ็ดการ์ ไรท์ มาร่วมเป็นมือเขียนบทอีกด้วย โดยหลายคนคงรู้จักนักสืบหนุ่มอย่าง ตินติน กันอยู่แล้ว และสำหรับแฟนพันธ์แท้ของการ์ตูนเรื่องนี้ คงอดไม่ได้เลยที่อยากจะให้มันมาอยู่ในรูปแบบหนัง และในวันนี้มันก็ได้ทำออกมาแล้ว และสิ่งแรกที่คงจะเติมเต็มฝันให้กับเหล่าแฟนๆ และ คนดู ทั้งหลาย ที่สามารถทำออกมาได้ดีเกินหน้าเกินตาเลยคือด้านของ งานออกแบบ อนิเมชั่น ที่ลงทุนใช้ โมชั่น แคปเจอร์ เขามาช่วยในงานอนิเมชั่นครั้งนี้ งานของอนิเมชั่นเรื่องนี้จึงออกมาสวยงาม และ ครบถ้วนทุกรายละเอียด เช่น ฉากการออกแบบเมือง และ ตัวละคร ที่หน้าตาออกมาดีไม่แพ้ต้นฉบับ

พร้อมกับฉากการผจญภัย ของหนังที่แน่นอนว่า ขึ้นชื่อเรื่องว่า เป็นการผจญภัย ของ ตินติน เพราะฉะนั้นหนังจึงจัดเต็มแน่นอนกับด้านของฉากการผจญภัย ที่ต้องยอมรับว่าผู้กำกับ สปีลเบิร์ก สามารถเนรมิตรฉากผจญภัยเหล่านั้นออกมาได้ค่อนข้างดี และ ทำให้คนดูสนุกสนานไปกับ ตินติน ได้อย่างอยู่หมัด พร้อมกับด้านของเพลงประกอบโดย จอห์น วิลเลี่ยมส์ ที่เมื่ออยู่ในหนังแล้ว สามารถให้อารมณ์ของการ์ตูนอนิเมชั่นอารมณ์ยุค 80-90 ได้เป็นอย่างดี แถมทีมพากย์เสียงของอนิเมชั่นเรื่องนี้ก็ออกมาแบบไร้ที่ติโดยเฉพาะด้านของ แอนดี้ เซอร์กิส ในบทของ กัปตันแฮ็ดด็อก ที่มีเสน่ห์ และ สามารถจับต้องได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

แต่อย่างไรก็ตามสำหรับอนิเมชั่นเรื่องนี้ ก็ยังมีด้านของข้อเสียที่น่าผิดหวังอยู่ค่อนข้างมาก และ เสียชื่อผู้กำกับ สปีลเบิร์ก ไปบ้าง เพราะอย่างแรกที่น่าผิดหวังที่สุดใน The Adventures Of TinTin เลยคือ การสร้างเสน่ห์ ให้กับตัวละครหลักของหนังอย่าง ตินติน ที่น่าเสียดายที่ เจมี่ เบลล์ และบทหนัง ไม่สามารถเนรมิตเสน่ห์ของตัวละครนี้ออกมาได้ดีนัก โดยส่วนมากจะโดน แฮ็ดด็อก และ ตัวละครอื่นๆนั้นแย่งไปหมด รวมไปถึงช่วงแรกของหนัง ที่ถึงแม้จะมีการปูคดี และ ที่มาที่ไปของรูปคดีมาค่อนข้างดี แต่น่าเสียดายที่หนังดันเล่าเรื่องได้ขาดความน่าสนใจในตัวหนังไปค่อนข้างมาก และอาจจะทำให้หลายคนหลับได้

และการที่หนังเล่นไม่ปูบทที่มาที่ไปของตัวละคร ตินติน นั้นถือว่าเป็นความผิดพลาดมากที่สุดของ สปีลเบิร์ก เพราะมันทำให้ตัวละคร ตินติน นั้นกลับกลายเป็นตัวละคร นักสืบ ที่แค่พยายามจะหาของชิ้นส่วนต่างๆ มารวมกันให้ไขคดีได้เท่านั้น แต่ถ้ามองมุมอื่น จะพบได้เลยว่า ตัวละคร ตินติน นั้นยังไม่สามารถหา เนื้อ และ น้ำ ในตัวละครนี้ได้สักเท่าไหร่นัก แถมในตอนที่ คดี ของหนังในตอนนี้ถูกเปิดเผยหมดแล้วนั้น ก็ยังดูแล้วไม่ค่อยน่าสนใจ หรือ น่าแปลกใจ เหมือนกับที่ตั้งตารอคอยสักเท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากใครอยากจะไปดูเอาความสนุกในฉากผจญภัย อนิเมชั่น เรื่องนี้ก็จัดได้ว่าโอเคอยู่ในระดับนึงครับ

สรุปแล้วนั้น The Adventures Of TinTin ถือว่าเป็นอนิเมชั่น ที่มีข้อดีอยู่ตรงด้านความสนุกในด้านฉาก ผจญภัย ที่ สปีลเบิร์ก ได้จัดเต็มให้กับคนดู แถมงานสร้าง และ การออกแบบของหนังก็โอเคอยู่ แต่ว่าตัวละครตินตินขาดเสน่ห์ แถมในช่วงแรกของหนังก็ออกแนวจะอืดๆไปสักนิดด้วยหละครับ

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ