Tinker Tailor Soldier Spy : ถอดรหัสสายลับพันหน้า ดูแล้วมาคุยกัน

Home / วิจารณ์หนัง / Tinker Tailor Soldier Spy : ถอดรหัสสายลับพันหน้า ดูแล้วมาคุยกัน

มีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แต่ต้องใช่เวลาในการไตร่ตรองเนื้อเรื่อง และ ทบทวน เรื่องราวอยู่นานพอสมควร กว่าจะมาเขียนรีวิวเรื่องนี้ได้ และ เป็นหนังที่ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า ถ้าหากคุณไม่มีสมาธิอยู่กับหนังเรื่องนี้แค่ประมาณ 3 นาที คุณก็จะตามเนื้อเรื่องแสนเร็วของหนังเรื่องนี้ไม่ทันแล้วครับ

ปี 1973 สงครามเย็นช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ได้ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง หน่วยสืบราชการลับแห่งสหราชอาณาจักร หรือที่รู้จักกันในนามเอ็ม 16 และเซอร์คัส กำลังพยายามไล่ตามแผนจารกรรมของประเทศอื่นให้ทันเพื่อปกป้องอังกฤษให้ปลอดภัย จนกระทั่งมีข่าววงในบอกมาว่า ได้มีข่าวลือมาว่าได้มีหนอนบ่อนไส้อยู่ในองค์กรของพวกเขา ทำให้ต้องเรียกตัวของตำรวจที่เกษียณไปแล้วอย่าง จอร์จ สไมลี่ย์ กลับมาสืบสวนให้ได้ว่าใครคือหนอนบ่อนไส้ ระหว่าง ทิงเกอร์ (นักบัดกรี) , เทเลอร์ (ช่างตัดเสื้อ) , โซลเยอร์ (ทหาร) หรือว่า พัวร์แมน (คนจน) ที่ต้องเป็นหนึ่งในพวกเขาแน่นอน

Tinker Tailor Soldier Spy เป็นผลงานดัดแปลงจากหนังสือขายดีในชื่อเดียวกันของ จอห์น เลอ การ์เร โดยได้ผู้กำกับมือดีอย่าง โทมัส อัลเฟรดสัน ผู้กำกับชาว สวีเด่น ที่เคยทำเอาทั้งโลกนั้นต้องตกหลุมรักแวมไพร์เด็กวัยกระเตาะมาแล้วใน Let The Right One In (ที่ในภายหลังนั้นฮอลลีวู้ดนำไปรีเมคในชื่อว่า Let Me In ครับ) และในปีนี้เขากลับมาพร้อมกับหนังฮอลลีวู้ดเต็มตัวเรื่องแรกของเขาที่ดึงเอาดาราดังๆมากมายมาเล่นไม่ว่าจะเป็น แกร์รี่ โอลล์แมน หรือแม้แต่ โคลิน เฟิรธ์ ที่เพิ่งคว้าออสการ์สาขานำชายไปเมื่อปีที่แล้ว โดยในสิ่งแรกที่อยากจะเตือนคนที่คิดจะไปดูหนังเรื่องนี้ก่อนเลยว่า คุณต้องมีสมาธิอยู่กับหนังเรื่องนี้ตลอดเวลา เพราะหนังจะเน้นสไตล์ในการใช้คำพูดดำเนินเรื่องมากกว่าการเฉลยภาพต่างๆให้คนดูเข้าใจไม่เหมือนหนังเรื่องอื่น

ถ้าเอาง่ายๆคือ ถ้าหากคุณเผลอเหม่อไปเพียง 4-5 นาทีนั้นคุณอาจจะตามเรื่องไม่ทัน และ พาลทำเอาอยากให้คุณออกจากโรงได้ (เฉกเช่นเดียวกับผม ที่แอบตามเรื่องไม่ทันในบางช่วง และ ทำเอาให้ต้องมาถามผู้รู้ในทีหลัง) เพราะฉะนั้นขอเข้าเรื่องหนังเลยละกัน ในสิ่งแรกที่ต้องขอชม Tinker Tailor Soldier Spy เลยคือ ด้านของความเนี๊ยบในการทำงาน และ เล่าเรื่อง ของผู้กำกับ อัลเฟรดสัน ที่ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆนั้น ผู้กำกับสามารถเล่าเรื่อง และ ตามเก็บรายละเอียดเหล่านั้นได้หมด จนไม่สามารถติเตียนด้านช่องโหว่ของบทได้เลยแม้แต่นิดเดียว ต้องขอย้ำว่า “แม้แต่นิดเดียว” ก็ตาม

พร้อมกับด้านของโปรดักชั่นหนังที่สามารถเนรมิตฉากหลังในช่วงของ สงครามเย็น ออกมาได้สวยงาม และ สามารถทำให้คนดูนั้นเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย แถมด้านการแสดงของนักแสดงรุ่นเก๋าหลายๆคน ที่หนึ่งในนั้นต้องยกให้ แกร์รี่ โอลด์แมน ที่ในเรื่องนี้สามารถแสดงบทบาทของ สายลับ มือฉมังในสไตล์เงียบขรึมได้อย่างเยี่ยมยอด และ ไร้ที่ติ พร้อมกับด้านของอารมณ์ความน่าสนใจในการสืบสวนครั้งนี้ ก็ยังสามารถพยุงอารมณ์ความน่าสนใจเหล่านั้นไปในอารมณ์ที่นิ่งๆ เรียบๆ แต่น่าติดตามได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย พร้อมกับประเด็นเรื่องราวของ สติ ในหนังที่ถ่ายทอดออกมาให้คนดูรับรู้ได้เลยว่า

สติ นั้นเป็นสิ่งเดียวที่สามารถหาทางออกของทุกปัญหาได้เสมอ เพราะฉะนั้นถ้าหากเรามีสติ ก็จะไม่มีปัญหาใดที่สามารถจะมาทำให้เราเครียด หรือ จม ไปกับมันได้อย่างแน่นอน แต่ในด้านข้อเสียของหนังเรื่องนี้ก็ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นข้อเสียได้ซะเต็มปากอย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่ผมไม่ชอบในหนังเรื่องนี้นั้นอย่างแรกเลยคือ การที่หนังเน้นใช้คำพูดดำเนินเรื่องมากกว่าการใช้ภาพ ซึ่งไม่ใช่สไตล์ของผมอย่างแน่นอน และอย่างที่ 2 คือการที่ตัวบทนั้นดำเนินเรื่องเร็วมาก จนในบางช่วงนั้น ผมไม่สามารถตามได้ทัน แต่ก็ยังดีที่บทเฉลยของหนังนั้นสามารถรวบรัดบทเข้าด้วยกันได้อย่างชาญฉลาดและมีเหตุผลที่ดี

สรุป Tinker Tailor Soldier Spy นั้นเป็นหนังแนวสืบสวนอีกเรื่องที่มาพร้อมกับสไตล์การตัดต่อที่เร็ว แต่สามารถเก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของหนังออกมาได้ยอดเยี่ยม แถมการแสดงของดาราแพ็คเก๋านั้นก็ยังสามารถถ่ายทอดออกมาได้ดีเกินคาด เพียงแต่ว่าใครไม่ชอบหนังสไตล์บทเร็วๆและห้ามเหม่อก็ข้ามได้เลย

เรื่องนี้ผมให้ 9/10 ครับ