Contraband : ในธุรกิจส่งของเถื่อนนั้นไม่มีคำว่าถอนตัว ล้างมือคือตายลูกเดียว

Home / วิจารณ์หนัง / Contraband : ในธุรกิจส่งของเถื่อนนั้นไม่มีคำว่าถอนตัว ล้างมือคือตายลูกเดียว

หนังแอ็คชั่นรีเมคเรื่องล่าสุดของนักแสดงหนุ่มกล้ามโตอย่าง มาร์ค วอลเบิร์ก ที่คราวนี้ก็หันกลับมาเล่นหนังแนวแอ็คชั่นที่ถนัดเช่นเคย หลังจากเมื่อ 2-3 ปีให้หลังจะหันไปเล่นหนังแนวตลกอย่างพวก The Other Guys อยู่สักพัก ซึ่งในความเห็นผมนั้นหนังเป็นอย่างไรไปอ่าน

คริส ฟาร์ราเดย์ (วอห์ลเบิร์ก) ล้างมือจากวงการอาชญากรรมที่เขาเคย อยู่มานานแล้ว แต่เมื่อน้องชายของภรรยา แอนดี้ (คาเลบ แลนดรี้ โจนส์) ทำงานส่งยาเสพติดพลาด ทำให้เจ้านายสุดเหี้ยม ทิม บริกก์ (จิโอวานนี่ ริบิซี่)ตามล่าล้างหนี้ คริสจึงจำเป็นต้องเข้าสู่วงการมืดที่ เขาเคยทำอยู่ นั่นคือ การค้าของเถื่อน เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ให้แอนดี้ คริสเคยมีชื่อในวงการอยู่แล้ว เขาจึงสามารถหาคนมาร่วมขบวนได้เร็ว ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนรัก เซบาสเตียน (เบน ฟอสเตอร์) สำหรับงานใหญ่ส่งของไปปานามา โดยหวังจะได้เงินก้อนโตกลับมา แต่ก่อนที่จะงานจะสำเร็จ แอนดี้ กลับทำเรื่องผิดพลาดที่ทำให้พวกเขาต้องไปแก้อีก

Contraband กำกับการแสดงโดย บัลทาซาร์ คอร์มาเกอร์ ผู้ที่เคยเป็น โปรดิวเซอร์ ให้กับหนังอาชญกรรมชื่อดังของประเทศ ไอซ์แลน อย่าง Reykjavik-Rotterdam มาแล้ว ซึ่งในคราวนี้เขาก็ยังขอลำบากลำบนข้ามน้ำข้ามทะเล เพื่อมาเป็นผู้กำกับเต็มตัวให้กับหนังรีเมคในเรื่องนี้อีกด้วย ซึ่งเมื่อฟังจากพล๊อตหนังแล้ว ก็อดที่จะบอกไม่ได้เลยว่า เป็นหนังที่เหมือนจะไปขุดบทเก่าๆจาก 10-20 ปีเมื่อแล้วมาใช้ เพราะหนังเต็มไปด้วยบทที่เชยค่อนข้างมาก แทบจะเดาทุกฝีเก้าของตัวละครได้เลยก็ว่าได้ รวมไปถึงฉากการหักมุมของหนัง ที่ไม่ได้ช่วยให้คนดูรู้สึก ตื่นเต้น หรือว่า น่าตกใจ อะไรเลยสักนิดเดียว เพราะว่าการหักมุมเหล่านี้เราก็คงคุ้นเคยดีจนเป็นที่น่าเบื่อไปแล้ว พร้อมกับมุมกล้องของผู้กำกับหนังเรื่องนี้ ที่เน้นสไตล์ในการ ซูมเข้า และ ออกเรื่อยๆนั้น

ในบางฉากก็ต้องยอมรับว่ามุมกล้องแบบนั้นช่วยให้ฉากแอ็คชั่นทั้งหลายค่อนข้างสนุก แต่เมื่อถึงฉากคุยกันธรรมดา ผู้กำกับก็ยังดันใส่มุมกล้องแบบซูมเข้าออก คล้ายกับจะสร้างความตื่นเต้นให้กับคนดูมากเกินไปหน่อย จนดูแล้วออกแนวน่าเบื่อในด้านมุมกล้องที่โฟกัสไปที่หน้ามากเกินไปบ้าง ส่วนสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดูแล้วไม่น่าเบื่อ และ ไม่รำคาญไปกับบทเชยๆได้บ้างนั้น คงหนีไม่พ้นด้านฉากแอ็คชั่นของหนังเรื่องนี้ ที่สามารถทำออกมาได้มาตรฐานหนังแอ็คชั่นจากฮอลลีวู้ดทั่วๆไป ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่มากนัก แต่ว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะบอกว่า เป็นเพราะทั้งดนตรีประกอบที่แต่งโดย คลินท์ตัน ชอร์เตอร์ นั้น

สามารถพยุงฉากแอ็คชั่นที่มีแต่คิวบู๊เชยๆนั้น ให้มันส์ได้กำลังดีในพริบตา พร้อมกับความชอบส่วนตัวในการแสดงและสีหน้าของ เบน ฟอสเตอร์ ที่ถึงแม้จะไม่มีคิวบู๊มากมายเหมือน มาร์ค วอลเบิร์ก หรือคนอื่นๆ แต่บุคลิกในเรื่องนี้ก็ถือว่ายังแสดงออกมาได้ในระดับมาตรฐาน ถึงแม้ดูไปดูมาจะไม่ต่างกับบทของ สตีเว่น ในหนังเรื่อง The Mechanic (2011) ก็ตามที พร้อมกับบทหนังที่ถึงแม้อาจจะเห็นมาในหลายๆเรื่องแล้วก็ตาม แต่ในเรื่องนี้ก็ยังเป็นหนังที่อีกเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายในโลกของอาชญกรรมและอาชีพที่ทุจริตว่า ใครที่ทำงานในวงการนี้นั้น ไม่สามารถเจริญได้ ถึงแม้ว่าจะเลิกราจากวงการแล้ว เพราะอดีตอันโหดร้ายเหล่านั้น ยังไงในที่สุดก็ต้องกลับมาหาตัวคุณอยู่ดี

สรุป Contraband ถือว่าเป็นหนังแนวแอ็คชั่น ทริลเลอร์ ที่เปิดต้นปี 2012 ได้ไม่ค่อยสวยนัก เพราะฉากแอ็คชั่นทำออกมาได้แค่พอดูสนุกสนาน เพลิดเพลิน และ ขายดารากล้ามโต้เท่านั้น เพราะด้านบทจริงๆแล้วนั้น ออกจะแสนเชย และ น่าเบื่อไปบ้าง พร้อมขาดฉาก ไคลแม็กซ์ ของหนังที่ตื่นเต้นไม่เหมือนหลายๆเรื่อง

เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ