We Need To Talk About Kevin : ลูกพฤติกรรมอย่างไร แม่ก็เป็นอย่างนั้น

Home / วิจารณ์หนัง / We Need To Talk About Kevin : ลูกพฤติกรรมอย่างไร แม่ก็เป็นอย่างนั้น

เป็นหนังที่ได้รับคำวิจารณ์ค่อนข้างดีอีกเรื่องในปี 2011 ไม่ว่าจะเป็นทั้งด้านการแสดง หรือแม้แต่ด้านเนื้อเรื่อง รวมถึงไปคว้ารางวัลใหญ่ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไกลถึงประเทศลอนดอนอีกด้วย และสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดคือความน่าสนใจของ คำสารภาพโหดของเควิน ที่ตัวหนังนั้นเป็นอย่างไรไปอ่านเลยดีกว่าครับ

ภาพยนตร์?เรื่องนี้บอก?เล่า?เรื่องราวของ อีวา (ทิลดา สวินตัน) ?แม่?ผู้ยอมสละละทิ้ง?ความ?เจริญก้าวหน้าทาง?การงาน?เพื่อ?ให้กำ?เนิดลูกชาย ?เควิน ?และ?เมื่อ?เควินอายุ?ได้ 15 ปี (?เอซรา มิล?เลอร์) ?ความสัมพันธ์ระหว่าง อีวา ?และ ?เควิน ร้าวฉานขึ้น?เป็นทวีคูณ ?เมื่อ?เควิน?ทำ?ในสิ่งที่?ไม่อาจ?ให้อภัย?ได้?ในสายตาของคน?ทั้งชุมชน อีวาพยายาม?ทำ?ใจ?และสืบหาสา?เหตุว่า?ทำ?ไมลูกชายของ?เธอ?ถึง?ได้กลาย?เป็นฆาตกร?เลือด?เย็นที่สังหารหมู่?ผู้คนจำนวนมาก ?โดย?เธอ?ได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าลูกของ?เธออาจ?โรคจิต?โดยสันดาน ?หรืออาจ?เป็น?เพราะ?ความผิดพลาด?ใน?การ?เลี้ยงดูของ?เธอ?เอง อีวาต้องรับมือกับ?ความรู้สึก?โศก?เศร้า?และ?ความรู้สึกว่าตัว?เองต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่?เควินสร้างขึ้น?ทั้งหมด ?และ?เธอ?เองต้องค้นหาคำตอบ?ให้กับตัว?เองว่า?แท้ที่จริง?แล้ว ?เธอ?เคยรักลูกชายตัว?เองรึ?เปล่า

We Need To Talk About Kevin กำกับการแสดงโดยผู้กำกับสาว ลินน์ แรมเซย์ ที่คราวนี้นั้นได้หยิบเอานวนิยายชื่อดังที่คว้ารางวัล ออเรนจ์ ไพรซ์ และยังเป็นหนังสือนวนิยายขายดีอันดับหนึ่งของ ไลโอแนล ไชรเวอร์ ในปี 2003 มาทำเป็นหนัง โดยเมื่อหนังนั้นเปิดรอบนักวิจารณ์ไปนั้น นักเขียนหนังสือยังถึงกับชมกับปากตัวเองเลยว่า สามารถเนรมิตจินตนาการทั้งหลายในหนังสือออกมาได้อย่างดีเยี่ยม โดยในความเห็นผมอย่างแรกที่โดนจริงๆใน คำสารภาพโหด ครั้งนี้เลยคือด้านเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง แม่ กับ ลูก ที่หนังสอนให้เห็นว่า ถ้าเกิดลูกโตไปในอนาคตแล้วมีพฤติกรรมที่ชั่วร้ายนั้น ก็จงอย่าโทษสังคมหรือว่าคนรอบข้าง แต่จงให้โทษกับพ่อแม่ของเด็ก ที่ตอนเล็กๆนั้น ไม่สามารถเลี้ยงลูกและปฏิบัติกับลูกไปในทางที่ดีได้เช่นเดียวกับนางเอกของหนัง

ที่เลี้ยงดูเควินในวัยเด็กด้วย พฤติกรรม ที่โหดร้าย ไม่ว่าจะเป็นการลงอารมณ์เสียใส่ที่ลูก จึงไม่แปลกถ้าหากตอนโตนั้น เด็กน้อยๆอย่าง เควิน จะมีพฤติกรรมเช่นนั้น พร้อมกับสไตล์การเล่าเรื่องและปูบทของหนังเรื่องนี้ที่สามารถไล่เลี่ยความน่าสนใจในตัวบทของหนังดราม่าเล็กๆนี้ได้อย่างชาญฉลาด และ น่ามหัศจรรย์มาก เพราะถึงแม้หนังจะมาในรูปแบบเดิมๆที่เล่าเรื่องตั้งแต่เควินตั้งแต่เด็กไปจนโต แต่ในระหว่างฉากการเล่าเรื่องเหล่านั้นหนังมีการใส่เรื่องราวเหตุการณ์ในอนาคตและประเด็นต่างๆเข้ามาได้อย่างลงตัว และ สร้างความน่าค้นหาในเหตุการณ์เหล่านั้นได้อย่างเหลือเชื่อ โดยเฉพาะช่วงกลางเรื่อง

ที่ผู้กำกับสามารถผสมผสานการเล่าเรื่องเหล่านั้นไปกับประเด็นเรื่องราวในครอบครัว ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ เปิดอกคุยกัน ที่ในหนังนั้นไม่ได้แสดงให้เห็นถึงฉากการเปิดอกคุยกันของครอบครัว อีวา เลยแม้แต่ฉากเดียว แต่ครอบครัวนี้กลับเลือกที่จะใช้วิธีการดูแลเอาใจใส่ และ ตามใจลูก มากกว่าจะมานั่งด่าว่าลูก จึงไม่แปลกถ้าโตไปเด็กคนนี้จะเป็นฆาตรกรเนื่องจากปมที่พ่อแม่ของเขาได้ผูกมาตั้งแต่ตอนเด็ก และส่วนในด้านของการแสดงในหนังเรื่องนี้ ตัวละครหลักของเรื่องอย่าง อีวา นำแสดงโดย ทิลดา สวินตัน ที่นอกจากเธอจะสามารถเข้าสู่ตัวละครแม่ ที่ต้องมานั่งเป็นห่วงลูกได้อย่างดีแล้ว

เธอยังสามารถถ่ายทอดการแสดงในฉากที่โทรม เศร้า เสียใจ และอื่นๆอีกมากมายออกมาได้ค่อนข้างดีอีกด้วย รวมไปถึงด้านนักแสดงหน้าใหม่อย่าง เอซรา มิล?เลอร์ ที่รับบทเป็น เควิน ตอนโตนั้น ก็ยังสามารถถ่ายทอดการแสดงที่โรคจิตสุดๆ ผสมผสานไปกับการเล่าเรื่องที่อาจจะทำให้คุณจิตแตกไปได้อย่างลงตัวอีกด้วย แต่ถ้าหากใครนั้นที่ไม่ใช่คอหนังดราม่าแนวที่ต้องจับเนื้อเรื่องทั้งหลายมาประติดประต่อกันเอง แถมยังมีฉากมากมายในหนังที่อาจจะทำให้คุณง่วงจนเผลอหลับไปนั้น หนังเรื่อง We Need To Talk About Kevin ก็น่าจะไม่ใช่หนังที่เหมาะสำหรับคุณ เพราะหนังเต็มไปด้วยสิ่งเหล่านั้นครับ

สรุป We Need To Talk About Kevin ถือว่าเป็นหนังแนวดราม่า ทริลเลอร์ ที่สามารถเล่าเรื่องราวของประเด็นความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว , การเลี้ยงดูลูก และ วิธีสั่งสอนลูก ออกมาได้ดี พร้อมกับการแสดงที่สุดยอดของ สวินตัน นั้น จึงไม่แปลกใจเลยถ้าหากหนังเรื่องนี้จะได้ไปกวาดรางวัลมากมายขนาดนี้

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ