The Skin I Live In : แค้นครั้งนี้ มันต้องแลกด้วย เนื้อ , เลือด และ ผิวหนังของคุณ

Home / วิจารณ์หนัง / The Skin I Live In : แค้นครั้งนี้ มันต้องแลกด้วย เนื้อ , เลือด และ ผิวหนังของคุณ

ไม่เคยรู้จักแม้แต่กระทั่งเนื้อเรื่องย่อ หรือว่าชื่อของผู้กำกับ จะเคยก็เห็นแค่โปสเตอร์หนัง และ ชื่อหนัง เท่านั้น แต่เพราะคำวิจารณ์ของหนังที่ออกมาค่อนข้าง รวมไปถึงเป็นหนังจากประเทศสเปนไม่กี่เรื่องที่ได้เข้าฉายในไทย (คงเพราะได้เข้าชิงลูกโลกทองคำ) ในวันนี้ผมจึงได้มีโอกาสไปลองหนังเรื่องนี้มาแล้วครับ

แอนโตนิโอ แบนเดอรัส มารับบท โรเบิร์ต ศัลยแพทย์ที่สูญเสียภรรยาผู้เป็นที่รักไปจากอุบัติเหตุรถคว่ำ เธอตายเพราะถูกไฟคลอกทั้งตัว เขาจึงเก็บปมอันขมขื่นนั้นมาทดลองการปลูกถ่ายผิวหนัง เพื่อสร้างผิวหนังที่ทนต่อความร้อน หวังว่าองค์ความรู้ที่เขาได้สร้างขึ้น จะช่วยไม่ให้เกิดการสูญเสียอีก การทดลองเป็นไปด้วยดี โรเบิร์ตใช้หญิงปริศนาผู้หนึ่ง (รับบทโดย เอเลน่า อนาย่า) เป็นหนูทดลอง โดยเขาทำการขังคนไข้ไว้ในคฤหาสน์ไม่ยอมให้ออกไปไหน นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ก่อนที่เปโดร อัลโมโดวาร์จะพาผู้ชมย้อนกลับไปรับรู้ปมอันน่าเจ็บปวดในอดีต ก่อนที่ความลับที่ชวนช็อคจะเผยตัวเองออกมาในที่สุด

The Skin I Live In เป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับสเปนสุดแนวอย่าง เปโทร อัลโมโดวาร์ หรือที่เราจะรุ้จักเขาดีจากหนังดราม่า สุดดาร์คใน Broken Embraces ที่พาเอา เพเนโลปี้ ครูซ ดังเป็นพลุอยู่ช่วงนึง โดยในปีนี้นั้นเขาก็กลับมาแล้ว พร้อมกับหนังทริลเลอร์พล๊อตสุด วิปริต เรื่องใหม่ที่สร้างจากนิยายของฝรั่งเศสเรื่อง Tarantula หรือในอีกชื่อว่า Mygale ของ เทียร์รี่ จอนควิดด์ ที่ถ้าใครที่อ่านจากพล๊อตนั้นอาจจะคิดในใจว่า ‘มาอีกแล้วหรอวะ หนังแนววิปริตขายความโหด และ ซาดิส’ แต่เอาเข้าจริงๆผมขอบอกเลยว่า The Skin i Live In ไม่ใช่อย่างงั้น แต่มันกลับกลายเป็นหนังแนวดราม่า ทริลเลอร์ ที่สามารถเล่าเรื่องได้อย่างมีชั้นเชิง และ สามารถเล่นกับประเด็นเรื่องราวของ จิตใต้สำนึก และ จริยธรรม ของมนุษย์ได้อย่างเข้มข้น โดยเริ่มตั้งวิธีการกำกับ

ของผู้กำกับ เปโทร อัลโมโดวาร์ ที่สามารถถ่ายทอดบทหนังของเรื่องนี้ออกมาได้อย่างมีเสน่ห์ทั้งความโรคจิต วิปริต และ สวยงาม ผสมผสานเข้ากับหนังแนวอารมณ์สืบสวนหาความจริง ที่สามารถทำให้คนดูนั้นตั้งคำถามเกี่ยวกับบทตัวหนังได้ตลอดเรื่องไม่ว่าจะเป็น ‘ตัวละครนี้มันเป็นใคร’ และจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ผู้กำกับสามารถถ่ายทอดบทเหล่านี้ออกมาได้เกินกว่าที่คนดูจะคาดเดาได้อย่างยอดเยี่ยมมาก รวมไปดึงด้านของฉากจบของหนัง ที่สามารถคลี่คลายปมทั้งหมดออกมาได้อย่างชาญฉลาด แถมฉากหักมุมของหนังก็เล่นทำให้คนดูเหมือนโดนตบหน้าและต่อยซ้ำอีกหลายหมัดได้อย่างน่าเหวอและวิปริตมาก

พร้อมไปกับการแสดงของ แอนโทนิโอ้ แบนเดอร์รัส ที่ได้กลับมารับบทนำแบบเครียดๆ และได้โชว์ฝีมือการแสดงจิตๆของเฮียแกสักที หลังจากที่ไปตกหลุมกับการพากย์เสียงเจ้าแมวเหมียว Puss In Boots และไปท่องผจญภัยกับเด็กๆใน Spy Kids เสียตั้งนาน ความเห็นส่วนตัวบทแนวโรคจิต โชว์ลักษณะคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นแบบในเรื่องนี้แหละที่เหมาะกับเฮียแกที่สุดแล้ว แต่เอาเข้าจริงๆส่วนที่ชอบที่สุดของหนังไม่ได้อยู่ในหัวข้อที่กล่าวมา เพราะสิ่งที่หนังทำให้ผมรู้สึกชอบ และ หลงใหล ไปกับมันได้จริงคือด้านประเด็นความซับซ้อนและยุ่งยากเกี่ยวกับด้านของ จิตใต้สำนึก ที่อยู่ในตัวของพวกเราทุกคน

ที่หนังมีสไตล์ และ ลักษณะ การถ่ายทอดสิ่งพวกนี้ออกมาได้เนียนได้ไปกับตัวบท และดูแล้วไม่ยัดเยียดเกินไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประเด็นการสูญเสีย ที่ถึงแม้ปากของคนเรานั้นจะบอกว่า ยอมรับได้ แต่จิตใต้สำนึก ของคนเราจริงๆแล้วนั้นมันก็ไม่ได้ไปไหนไกลนัก เพียงแต่จมปลักอยู่กับความสูญเสียเหล่านั้นไปเรื่อยๆ แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรก็เท่านั้นเอง โดยผมคงพูดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะถ้าเจาะลึกไปมากกว่านี้คงต้องสปอยล์หนังแทบทั้งเรื่องแน่ๆ เอาเป็นว่าถ้าใครเป็นคอหนังแนววิปริต ลึกลับ เรื่องนี้ก็ไม่ควรพลาดเลยจริงๆครับ เข้าฉายแล้วเฉพาะที่ พารากอน , SFW และ เฮ้าส์ ครับ

สรุป The Skin I Live In เป็นหนังแนวดราม่า ทริลเลอร์ ที่ต้องขอบคุณผู้กำกับที่สามารถถ่ายทอดบทหนังออกมาได้อย่างมีชั้นเชิง และ น่าสนใจ พร้อมกับการที่ให้คนดูตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวบทหนังไปได้เรื่อยๆ ผสมผสานไปกับประเด็นจิตใจของมนุษย์ และ การแสดงดีๆ เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเรื่องนี้

เรื่องนี้ผมให้ 9/10 ครับ