Man on a Ledge ? ล้างความผิดที่ริมระเบียง!

Home / วิจารณ์หนัง / Man on a Ledge ? ล้างความผิดที่ริมระเบียง!

Man on a Ledge ระห่ำระฟ้า ท้านรก

บนตึกสูงกว่า 20 ชั้น ตรงขอบระเบียงตึกที่มีพื้นคับแคบและเสี่ยงอันตราย ประกอบกับสายตานับร้อยนับพันที่จับจ้องมองมาที่คุณคนเดียว ขณะที่เจ้าหน้าตำรวจกำลังหาโอกาสเข้าจับกุมตัวคุณให้ได้ ในสถานการณ์แบบนี้คุณจะเอาตัวรอดและเปิดโปงคนร้ายที่อยู่เบื้องหลัง ที่กดดันคุณจนคุณต้องมาอยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร?

ทั้งหมดคือจุดเริ่มต้นและเป็นโจทย์ของภาพยนตร์ Man on a Ledge ที่นับว่ามีประเด็นน่าสนใจและชวนติดตามอย่างยิ่ง

Man on a Ledge กำกับโดย แอสเกอร์ เล็ทช (Asger Leth) เล่าเรื่องของอดีตตำรวจ นิค แคสซิดี้ (Sam Worthington) ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ขโมยเพชรมูลค่า $40 ล้าน จากนักธุรกิจที่ชื่อดัง เดวิด อิงแลนด์เดอร์ (Ed Harris) ในขณะที่ทำหน้าที่อารักขาเขาอยู่ จนต้องถูกดำเนินคดี แต่นิคก็หาทางหลบหนีจนได้?

และแล้ววันหนึ่งนิคได้ไปยืนอยู่บนระเบียงของโรงแรมรูสเวลท์ใจกลางเมืองนิวยอร์ก พร้อมข้อเรียกร้อง คือ การคุยกับ ลิเดีย เมอร์เชอร์ (Elizabeth Banks) นักเจรจาประจำกรมตำรวจ การกระทำของนิคนั้นต้องการดึงความสนใจจากมวลชน เพื่อเปิดทางให้กับ โจอี้ แคสซิดี้ (Jamie Bell) ผู้เป็นน้องชายและแองจี้ (Genesis Rodriguez) แฟนสาวในการตามหาเพชรที่สูญหาย ซึ่งเป็นหลักฐานเดียวที่จะล้างความผิดให้เขาได้ และนี่คือปฏิบัติการเสี่ยงตาย! เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และกระชากหน้ากากผู้อยู่เบื้องหลังในเวลาเดียวกันออกมา

ชื่อหนัง Man on a Ledge นับว่าเป็นชื่อหนังที่ตั้งได้ทื่อด้านดีแท้ ไม่ต่างกับพฤติกรรมบ้าระห่ำของตัวละครเอกอย่างนิค ที่เลือกดึงความสนใจของผู้คนโดยการไปยืนที่ริมระเบียงโรงแรม ซึ่งนับว่าเป็นวิธีเรียกร้องความสนใจที่เป็นสากลจริงๆ และได้ผลแทบทุกครั้งเมื่อมีคนคิดจะทำ!

ตัวหนังเผยให้เห็นถึงตัวร้ายมาแต่แรกว่าคือใคร? สำหรับหนังบางเรื่อง นี่อาจเป็นจุดอ่อนที่ทำให้เราดูหนังไม่สนุก แต่ไม่ใช่กับ Man on a Ledge และเป็นเสน่ห์ของเรื่องที่กระตุ้นความสนใจ ว่าหนังจะนำเสนออะไรต่อไปให้เราดู

หนังเล่าเรื่องราว 4 เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ซึ่งแต่ละเหตุการณ์นั้นสืบเนื่องมาจากการกระทำของนิค ทั้งการเจรจาต่อรองระหว่างนิคและเมอร์เชอร์ที่ขอบตึก, การบุกขโมย ?เพชร? ของโจอี้ที่เป็นหลักฐานสำคัญ, การขัดขวางแผนการจากคู่กรณีอย่างเดวิด และความเคลื่อนไหวของตำรวจที่มีส่วนในการโยนบาปให้นิค โดยที่แต่ละส่วนล้วนเกี่ยวข้องกันจนนำไปสู่จุดร่วมกันในตอนท้ายของหนัง หนังฉลาดในการเล่าเรื่องให้ชวนติดตามที่มาพร้อมกับประกอบการตัดต่อที่เป๊ะมาก ทำให้รู้สึกลุ้นไปกับเรื่องราวเป็นระยะๆ

ในส่วนของฉากแอ็คชั่น เนื่องจากเหตุการณ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่ระเบียงฉากแอ็กชั่นจึงค่อนข้างจำกัด และต้องหาทางออกด้วยฉากไล่ล่าในช่วงท้ายที่ค่อยสมกับความเป็นหนังแอ็คชั่นหน่อย และอยู่ในระดับที่พอดีไม่มากไม่น้อยจนเกินไป อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้นและลุ้นได้บ้าง

นักแสดงในเรื่องนั้นมีมากมาย แต่ก็สามารถเฉลี่ยบทของแต่ละตัวละครได้ดี ทำให้จดจำการกระทำของแต่ละตัวละครได้ ส่งผลให้การตามเรื่องราวได้ทัน เพลิดเพลินไปได้ตลอด แซม เวิร์ทธิงตัน และ อลิซาเบธ แบงค์? คือส่วนสำคัญที่ดึงให้ติดตามเรื่องราวไปได้เรื่อยๆ แม้ฉากส่วนใหญ่ที่ทั้งคู่ปรากฏจะอยู่ที่ริมระเบียงของโรงแรมก็ตาม อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือนักแสดงจอมเก๋า เอ็ด แฮร์ริส แม้การแสดงเป็นนักธุรกิจจอมโกงของเขาจะเป็นไปตามมาตรฐาน แต่การมีเขาอยู่ในหนังก็เสริมให้ตัวละครเดวิด อิงแลนด์เดอร์ นี้ดูร้ายลึก

อันที่จริงแล้วภาพรวมของ Man on a Ledge น่าจะเป็นหนังแอ็คชั่น-ทริลเลอร์ที่ดีกว่านี้ ถ้าไม่มาตกตึก (ม้า) ตาย! จากจังหวะคลายปมของเรื่องในช่วงท้าย ที่ทำให้ต้องอึ้งปนประหลาดใจ! กับการหาทางออกให้กับเรื่องราวที่ปูมาต้น อย่างมักง่ายและไร้ชั้นเชิงเกินไป ถึงจะพยายามมองว่านี่คือการจบตามสูตรก็ตาม แต่ผู้สร้างก็ควรจะหาทางออกที่เข้าท่ากว่านี้

ซึ่งจุดนี้เป็นจุดบอดใหญ่ที่ทำให้ Man on a Ledge ไม่สมบูรณ์อย่างน่าเสียดาย?

Man on a Ledge ผมให้ 3 ดาว (เต็ม5)

โดย Charthree
http://charthree.wordpress.com