W.E. กว่าจะได้มาซึ่ง ความรัก ที่ต้องการ

Home / วิจารณ์หนัง / W.E. กว่าจะได้มาซึ่ง ความรัก ที่ต้องการ

W./E. หยุดโลกไว้ที่รักเธอ

?ความรัก? เป็นสิ่งที่ทำให้โลกหมุน ?ความรัก? ทำให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น ?ความรัก? ทำให้เรามองข้ามความบกพร่องต่างๆ ของคนที่เรารัก ?ความรัก? ทำให้เรายังมีลมหายใจอยู่ได้ ฯลฯ ไม่เว้นแม้แต่กษัตริย์ที่ยอมสละทุกสิ่ง ทั้งพระราชอำนาจและราชบัลลังก์เพื่อสตรีที่พระองค์รัก และนี่คือเรื่องราว ?ความรัก? อันเป็นตำนาน ที่ภาพยนตร์ W.E.จะถ่ายทอดให้เราได้รับรู้?

W.E. หนังโรแมนติด ดราม่า เรื่องนี้กำกับโดย มาดอนน่า (Madonna) ซุปเปอร์สตาร์หญิงตลอดกาล ซึ่งเป็นผลงานการกำกับชิ้นที่ 2 ของมาดอนน่าต่อจาก Filth and Wisdom เมื่อปี 2008

W.E. เล่าเรื่องของ วอลลี่ วินโทรป (Abbie Cornish) ผู้หญิงชนชั้นสูง ในช่วงปี 1998 ที่ใครๆ ต่างก็มองว่าเธอมีชีวิตครอบครัวที่น่าอิจฉา แต่ความจริงหาเป็นนั้นไม่ เพราะเธอต้องทุกข์ระทมกับชีวิตแต่งงานที่ไม่อาจเรียกว่า ?ชีวิตคู่? ได้ จนเมื่อในเมืองแมนฮัตตันได้มีการจัดงานประมูลทรัพย์สินของดยุคและดัชเชสแห่งวินเซอร์ของราชวงศ์อังกฤษ วอลลี่จึงได้ไปชมนิทรรศการเกี่ยวกับพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 แห่งราชวงศ์อังกฤษ (James D?Arcy) และหญิงชาวอเมริกันวอลลิส ซิมป์สัน (Andrea Riseborough) ผู้เป็นคนรักของพระองศ์ เธอจึงสนใจในเรื่องราวความรักของทั้ง 2 และเริ่มค้นหาความหมายของคำว่า ?รัก? ในแบบของตนเอง

หนังเล่าเรื่องราวยุคปัจจุบันของวอลลี่ วินโทรป ตัดสลับกับเรื่องราวของวอลลิส ซิมป์สัน และพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ในปี 1936? ที่ดำเนินเรื่องแบบเรื่อยๆ เอื่อยๆ โดยเฉพาะช่วงต้นจนถึงกลางเรื่อง ส่งผลให้หนังในภาพรวมนั้นค่อนข้างดูยากและเรียกร้องการติดตามอย่างเอาจริงเอาจังพอสมควรหากจะตามเรื่องราวให้ทัน

งานด้านภาพ งานกำกับศิลป์ และดนตรีประกอบของ W.E. คือส่วนที่ช่วยหนังไว้ได้เยอะ ซึ่งทำออกมาได้ยอดเยี่ยม โดดเด่น ชวนติดตามมากกว่าเรื่องราวที่เห็นอยู่ตรงหน้าซะอีก โดยเฉพาะจังหวะการตัดสลับระหว่างยุคอดีตและปัจจุบันที่ทำออกได้ละเมียดละไมและโรแมนติก รวมถึงดนตรีประกอบที่เหมือนตัวละครอีกตัวหนึ่ง ที่มีบทบาทต่อเรื่อง และเสมือนเสียงแทนความรู้สึกในจิตใจของตัวละครหญิง 2 ยุค ทั้ง วอลลี่ และวอลลิส ช่วยเสริมสร้างมิติให้กับเรื่องราวที่เล่าอย่างเรียบให้มีรสชาติขึ้นมาบ้าง

W./E. หยุดโลกไว้ที่รักเธอ

W.E. เป็นการประชันด้านการแสดงระหว่างแอ็บบี้ คอร์นิช ในบทวอลลี่ และแอนเดรีย ไรส์โบโรห์ ในบทวอลลิส ซิมป์สัน ที่ต่างฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี แม้บทจะไม่เอื้อให้ถ่ายทอดความรู้สึกทางคำพูดมากนัก แต่แววตาและการสื่ออารมณ์ทางสีหน้าก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้รู้สึกเห็นใจและพร้อมให้กำลังใจให้พบเส้นทางความรักในแบบที่พวกเธอปรารถนา

W.E. มีประเด็นที่นำเสนอหลายประการ แต่ก็นำเสนอออกมาได้ไม่ชัดนัก อาจเป็นเพราะประเด็นส่วนใหญ่น่าจะเป็นประเด็นที่ผู้หญิงจะเข้าใจมากกว่าผู้ชาย! แต่กระนั้นก็มีประเด็นหนึ่งที่แข็งแรงที่สุด ที่เผยให้เห็นผ่านคำพูดและการแสดงของนำหญิงทั้ง 2? นั่นคือ ประเด็นที่ว่า เราต้อง ?เสียสละ? อะไรไปบ้าง เพื่อให้ได้มาซึ่ง ?ความรัก? ในแบบที่เราต้องการ? ซึ่งเป็นคำถามที่ตั้งขึ้นให้คนดูกลับไปขบคิดเป็นอาหารสมอง

?เหรียญมีสองด้าน ความรักก็เช่นกัน? การที่เราจะได้ซึ่งความรักมานั้น ไม่ใช่ได้มาด้วยการมอบความรักให้เพียงอย่างเดียว ในหลายๆ ครั้ง เราก็ต้องเสียสละบางสิ่ง เพื่อที่จะได้ความรักนั้นมา

เช่นเดียวกับ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 และวอลลิส ซิมป์สัน สิ่งที่ทั้ง 2 ต้องเสียสละให้กับความรัก ทั้งการสละราชบัลลังก์และการเสื่อมพระเกียรติยศของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ทั้งการถูกประณามหยามเหยียดจากผู้คนของวอลลิส ซิมป์สัน นั้น แต่ด้วยการเสียสละนี้ไม่ใช่หรือ ที่ทำให้ไม่ว่าเวลาจะผ่านมาแล้วกี่ทศวรรษ ตำนานนี้ก็ยังเป็นสิ่งที่น่าประทับใจไม่เสื่อมคลาย โดยเฉพาะ ?วรรคทอง? ในการแถลงสละราชบัลลังก์ของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ว่า ?ข้ามิอาจครองบัลลังก์ได้โดยปราศจากคนรักที่แท้จริงอยู่เคียงข้าง?

หากการศึกษาประวัติของบุคคลอื่น ทำให้เราได้แบบอย่างการดำเนินชีวิตหรือตอบคำถามบางคำถามในชีวิตของเราได้ การศึกษาเรื่องราวความรักของบางคู่ ก็น่าจะเป็นแบบอย่างของการใช้ชีวิตคู่ หรือตอบคำถามของความรักที่เรายังไม่เข้าใจได้เฉกเช่นเดียวกัน เหมือนกับวอลลี่ ที่ศึกษาเรื่องราวความรักของวอลลิส ซิมป์สัน และพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 จนสามารถพบคำตอบของคำถามเกี่ยวกับ ?ความรัก? ที่อยู่ในใจของตัวเองได้สำเร็จ

W.E. ผมให้ 3 (เต็ม5)

โดย Charthree
http://charthree.wordpress.com