The Iron Lady : นายกหญิงเหล็กพลิกแผ่นดิน ดีที่การแสดง แสลงที่การเล่าเรื่อง

Home / วิจารณ์หนัง / The Iron Lady : นายกหญิงเหล็กพลิกแผ่นดิน ดีที่การแสดง แสลงที่การเล่าเรื่อง

ได้มีโอกาสดูหนังดราม่าที่เข้าชิงออสการ์สาขานักแสดงนำหญิง และ รางวัลสาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยมปีล่าสุดใน The Iron lady ที่ก่อนไปดูนั้นก็พอได้อ่านคำวิจารณ์แบบผ่านๆมาบ้าง แต่ในใจนั้นก็ยังคงแอบหวังผลงานของผู้กำกับ ฟิลลิด้า ลอยด์ จาก Mamma Mia! อยู่พอสมควร ซึ่งตัวหนังเป็นอย่างไรไปอ่านเลย

มาร์กาเร็ต แธทเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีหญิง ผู้ซึ่งปัจจุบันอายุก้าวเข้าวัย 80 กำลังรับประทานอาหารเช้าอยู่ที่บ้านในจัตุรัสเชสเตอร์ กรุงลอนดอน อยู่ๆเธอก็นึกถึง เดนิส สามีผู้ล่วงลับไป แล้ว ทำให้ความทรงจำดีๆ ที่เธอมีต่อสามีพรั่งพรูออกมา เธอใช้ชีวิตราวกับว่าเดนิสมีตัวตนและอยู่เคียงข้างเธอ จริงๆ และเมื่อทีมงานของมาร์กาเร็ตได้เห็นถึงอาการความสับสนระหว่างอดีตและปัจจุบันของเธอ จึงแจ้งให้แครอล แธทเชอร์ ลูกสาวของมาร์กาเร็ตรับรู้ โดยเรื่องราวทั้งหมดของหนังจะเป็นการตีแผ่อดีตของเธอกว่าที่จะก้าวมาเป็น นายกรัฐมนตรี และทำให้เธอนั้นได้รับฉายา The Iron Lady หรือ หญิงเหล็ก นั้นเองครับ

The Iron Lady กำกับการแสดงโดย ฟิลลิด้า ลอยด์ ที่เราคงรู้จักกันดีจากการที่เขานำเอาละครเวทีชื่อดังอย่าง Mamma Mia! มาแปลงเป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2008 ที่ในความเห็นผมนั้นเขาเป็นผู้กำกับที่สามารถกำกับหนังออกมาได้ค่อนข้างสนุก และ โดดเด่นในการเล่าเรื่อง และ คุมโทนการแสดงของนักแสดง ซึ่งในปีนี้นั้นเขากลับมาแล้วพร้อมกับนักแสดงคู่ใจคนล่าสุดอย่าง เมอรีล สตรีป ที่ในปีนี้เขาได้เขียนบทขึ้นเพื่อให้เธอได้เข้าชิงออสการ์อีกเช่นเคยกับบทของหญิงเหล็ก มาร์กาเร็ต แธทเชอร์ นั้นเอง โดยสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของ The Iron Lady ที่ไม่พูดคงไม่ได้เลยคือด้านการแสดงของ เมอรีล สตรีป ในบทของ หญิงเหล็ก มาร์กาเร็ต แธทเชอร์ ที่หลังจากดูจบก็สมควรแล้วที่ป้าแกนั้นจะได้เข้าชิงรางวัลออสการ์เป็นครั้งที่ 17 ในชีวิตเส้นทางนักแสดงของป้าแก

เพราะ เมอรีล สตรีป นั้นสามารถ่ายทอดทั้งสีหน้า ท่าทาง ของหญิงคนนึงที่กำลังตระหนักใจ กลุ้มใจ และ กระวนกระวาย ออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะในฉากแสดงอารมณ์ทั้งหลายที่ดูแล้วนั้น พูดได้เต็มปากเลยว่า เธอเป็นคนที่อุ้มหนังทั้งเรื่องไว้ได้เลยทีเดียว แถมเมื่อผสมผสานกับทีมแต่งหน้าชั้นเยี่ยม ที่ความเห็นส่วนตัวผมนั้นรางวัล Best Make Up เรื่องนี้คงได้ไปนั้น จึงทำให้หนังเรื่อง The Iron Lady กลายเป็นเหมือนเวทีเล็กๆที่ให้ป้า เมอรีล สตรีป แสดงการแสดงที่สุดยอดได้อย่างเต็มที่ และสิ่งที่ชอบในหนังเรื่องนี้อีกคือการที่ผู้กำกับนั้นได้ใส่ประเด็นเรื่องราวของการเสียดสีการเมืองเข้ามาด้วยเช่นกัน

แต่ยังไงก็ตามข้อดีที่ผมกล่าวมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแสดง หรือแม้แต่ประเด็นเสียดสีการเมือง ทั้งหมดนั้นก็ยังไม่สามารถทำให้หนังดูสนุกขึ้นได้ เพราะเอาเข้าจริงๆสิ่งที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ของ The Iron Lady เลยคือการที่ผู้กำกับนั้นเลือกที่จะเล่าเรื่องหนังในรูปแบบของการตัดภาพสลับฉากจากอดีต และ ปัจจุบัน อารมณ์ประมาณว่าให้คนดูนั้นรู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในหัวของ มาร์กาเร็ต แธทเชอร์ และเดินเรื่องตามสิ่งที่เธอคิด เธอเห็น ในช่วงเวลาเหล่านั้น แทนที่ผู้กำกับนั้นจะเลือกที่จะเล่าเรื่องในแบบเส้นตรง ที่สามารถทำให้คนดูเข้าใจง่าย และ อินง่ายกว่าการเล่าเรื่องแบบตัดสลับฉากแบบนี้

แต่สรุป The Iron Lady ถือว่าเป็นหนังชีวประวัติที่มีดีตรงด้านการแสดงอันสุดยอดของป้า เมอรีล สตรีป ที่หนังเปรียบเสมือนเป็นเวทีเล็กๆให้ป้าแกได้โชว์การแสดงได้เต็มที่ ผสมผสานไปกับประเด็นการเมืองที่โอเค เพียงแต่ว่าทั้งหมดนั้นไม่สามารถช่วยหนังจากการเล่าเรื่องอันน่าเบื่อ และ น่าผิดหวังของหนังได้มากนักครับ

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ