It Gets Better : ไม่ได้ขอให้มารัก : เพศที่สาม แล้วมันผิดตรงไหน ใครบอกที

Home / วิจารณ์หนัง / It Gets Better : ไม่ได้ขอให้มารัก : เพศที่สาม แล้วมันผิดตรงไหน ใครบอกที

ถึงแม้ว่าผลงานเก่าของผู้กำกับ พี่กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ อย่าง ฮักนะ สารคาม จะไม่ค่อยถูกใจผมก็ตาม แต่ส่วนตัวนั้นผมก็ยังแอบมีความหวังเล็กๆว่าเขาน่าจะกลับมาแก้ตัวใหม่อีกครั้งได้กับหนังที่บอกเล่าเกี่ยวกับ เพศที่สาม ในเรื่องนี้ ซึ่งจะเรียกว่าเป็นหนังตัวแทน Insect In The Backyard ก็เป็นได้หละครับ

It Gets Better เป็นหนังที่เล่าเกี่ยวกับ 3 เรื่องราวความรัก 3 เหตุการณ์ที่มีเพศที่สามเป็นประเด็นหลักๆ ประกอบไปด้วยเรื่องแรกที่เป็นเรื่องราวของ สายธาร กระเทยแปลงเพศที่ขับรถเล่นไปอย่างไร้จุดหมาย แต่แล้วเธอก็ต้องหยุดเมื่อได้ดันไปเจอกับ ไฟ หนุ่มช่างซ่อมที่เธอตกหลุมรักเข้าจังๆ , เรื่องที่ 2 นั้นเป็นเรื่องราวของ ต้นไม้ ชายหนุ่มหล่อดูดีมีชาติตระกูลที่ต้องเดินทางมาพัทยาเพื่อขายธุรกิจผับกระเทย The Fountain ของพ่อเขา แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเขาดันตกหลุมรัก หลิว คนขับรถ และปิดท้ายเรื่องสุดท้ายด้วยเรื่องราวของ ดิน ที่หลังจากบวชเณรได้ดันไปพบรักในวัดกับหลวงพี่แสงร์ครับ

It Gets Better หรือในชื่อไทยว่า ไม่ได้ขอให้มารัก เป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับในตำนานอย่าง พี่กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ที่เอ่ยชื่อมานั้นเราๆคงไม่รู้จักกัน แต่ถ้าหากบอกชื่อว่าเขานี้แหละที่เป็นผู้กำกับที่สร้างหนังไทยเกี่ยวกับเพศที่สามและโดนแบนอย่าง Insect In The Backyard หลายคนคงอ๋อกันขึ้นมาทันที โดยสำหรับในผลงานใหม่ของเขาอย่าง ไม่ได้ขอให้มารัก นั้นก็ยังคงมุ่งตรงไปที่เรื่องของ เพศที่สาม ที่สังคมไม่ค่อยยอมรับอยู่เช่นเคย ซึ่งหนังได้เล่าเรื่องเป็น 3 เหตุการณ์ความรักตัดสลับไปมา โดยด้านประเด็นของ เพศที่สาม ที่ผู้กำกับ ธัญญ์วาริน พยายามถ่ายทอดออกมาในหนังเรื่องนี้นั้นต้องขอชมเลยว่า ‘ดีเกินคาด’ เพราะผู้กำกับได้เลือกเหล่าตัวละคร เพศที่สาม ออกมาถ่ายทอดเรื่องราวของ คุณค่า ความเป็นคนที่มีอยู่ในตัวมนุษย์เราทุกๆคน

ออกมาได้อย่างลึกซึ้ง และ เรียกได้เลยว่าประเด็นเหล่านี้นั้นเป็น หมัดเด็ด ของหนังเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ เพราะผู้กำกับได้พยายามใส่เรื่องราวเกี่ยวกับ คุณค่าความเป็นคน ให้คนดูรู้สึกซึมซับไปทีละนิดๆได้อย่างแนบเนียน และ ดูแล้วรู้สึกไม่ยัดเยียดแต่อย่างใด โดยเฉพาะการทีนำเรื่อง เพศที่สาม มาเล่นเลยยิ่งดูแล้วรู้สึกค่อนข้างอินไปใหญ่กับเพศที่สังคมไม่ค่อยยอมรับอย่าง กระเทย ที่ผู้กำกับสามารถถ่ายทอดเรื่อง พร้อมไปกับ ตั้งคำถามแก่คนดูเรื่อยๆว่า ‘เป็นกระเทยแล้วมันผิดตรงไหน’ ที่สามารถผสมผสานไปกับเรื่องราวความรัก และ ความโรแมนติค ปนตลกนิดๆ ได้อย่างลงตัว และดีกว่า ฮักนะสารคาม อย่างมาก

และสิ่งที่ดีไม่แพ้ไปกว่าประเด็นเลยคือด้านของการแสดงของนักแสดงรุ่นเก๋าอย่าง พี่ต่าย เพ็ญพักตร์ ที่เธอนั้นเป็นนักแสดงที่สามารถควบคุมโทนหนัง และ สะกดคนดูให้จ้องอยู่กับเธอได้ทุกเวลาในฉากที่เธอออกมา แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นจริงๆ และ ยากที่จะลืมต่อหนังเรื่องนี้เลยคือด้านของ ตอนจบ ในหนังเรื่องที่สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวความรักทั้ง 3 เหตุการณ์ออกมาได้ค่อนข้างมีเหตุมีผล และที่สำคัญคือมัน หักมุม และ มีพลัง อย่างมาก พร้อมไปกับสุดท้ายหนังก็ยังมีทิ้งท้ายไว้ตลอดว่าคนที่รักเราจริงๆในชีวิตไม่มีใครอีกแล้วนอก ‘ตัวของเราเอง’ และ ‘พ่อแม่’ ที่คนที่เป็นเพศที่สามนั้นคงเข้าใจและอินกันได้ไม่ยากเลย

แต่ว่าสิ่งที่น่าเสียดาย และ เป็นสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่เพอร์เฟ็คนั้นคือการที่ผู้กำกับยังไม่สามารถแก้ปัญหาข้อด้อยของตัวเองได้ นั้นคือด้านของ ‘การตัดต่อ’ ที่ผมได้สังเกตุมาตั้งแต่หนังเรื่อง ฮักนะ สารคาม แล้วว่าด้าน การตัดต่อ ของผู้กำกับคนนี้นั้นค่อนข้างจะมีปัญหา และ เรื่องนี้ก็เป็นอย่างนั้นอีกเช่นกัน เพราะหนังเล่นเลือกที่จะตัดสลับเหตุการณ์ของ 3 เรื่องราวไปเรื่อยๆแทนที่จะเล่าเป็นหนังสั้นๆทีละเรื่อง ในหลายๆฉากของหนังนั้นจึงดูแล้วไม่ค่อย ต่อเนื่อง แต่ปัญหาสำคัญของหนังคือด้านของนักแสดงคนอื่นๆนอกจาก พี่ตาย เพ็ญพักตร์ อย่างเช่น อาร์ กฤษตฌาพนธ์ , นิค พาวิช และ ซาหริ่ม ภาณุพงศ์ ที่นักแสดงชายทั้งหลายเหล่านี้นั้นยังแสดงออกมาได้ค่อนข้างแข็ง และรู้สึกไม่อินกับบทที่ตัวเองได้ไปพอสมควร หวังว่าเรื่องหน้าการแสดงจะดีกว่านี้

แต่อย่างไรก็ตามโดยสรุปแล้ว ไม่ได้ขอให้มารัก ถือว่าเป็นหนังไทยช่วงหลังๆเกี่ยวกับ เพศที่สาม ที่ทำออกมาได้ดี เต็มไปด้วยประเด็นเรื่องราวของคุณค่าความเป็นคน ผสมผสานไปด้วยการแสดงดีๆจากพี่ต่าย เพ็ญพักตร์ และตอนจบของหนังสามารถนำ 3 เหตุการณ์มาเชื่อมโยงต่อกันออกมาได้ หักมุม อย่างมาก

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ