Arrow : The Ultimate Weapon : แอ็คชั่นมันส์หยด บดกระดูก ผูกธนูอมตะ

Home / วิจารณ์หนัง / Arrow : The Ultimate Weapon : แอ็คชั่นมันส์หยด บดกระดูก ผูกธนูอมตะ

ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนังเกาหลีที่ทำรายได้สูงสุดในประเทศเกาหลีมาเมื่อปีที่แล้ว แถมด้านคำวิจารณ์ต่อตัวหนังจากฝรั่ง และ คนในอีกหลายประเทศก็ยังยอมรับด้านความมันส์ของหนังอีกด้วย แล้วอย่างงี้จะไม่น่าสนใจได้อย่างไรกัน ซึ่งตัวหนังเกาหลีเรื่องนี้ในความเห็นผมเป็นอย่างไรไปอ่านกันเลยดีกว่าครับ

มีเพียงความสุขของ ?จาอิน? น้องสาวแท้ๆเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้เขา ?นัมอี? เชื้อสายกบฏนักแม่นธนูแห่งโชซอน ใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้ ในวันแต่งงานของน้องสาว ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดได้ถูกทำลายโดยการจู่โจมของกองทัพทหารแมนจู (นีรู) ?จาอิน? และเจ้าบ่าว ?ซอกุน? ได้ถูกจับในฐานะเชลยศึก และเพื่อที่จะตามหา ?จาอิน? ?นัมอี? ได้นำธนูที่พ่อทิ้งไว้ให้ และได้บุกไปหาทหารฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ลังเล แต่ด่านที่ยากที่สุดของ นัมอี อยู่ที่ ?จยูชินทา? นายพลของกองทัพทหารแมนจูที่มีความแม่นยำในด้านของธนูไม่แพ้กัน พร้อมทั้งยังเชียวชาญด้านสงครามเป็นพิเศษ ศึกนี้จะจบลงอย่างไรต้องติดตาม

Arrow : The Ultimate Weapon กำกับการแสดงโดยผู้กำกับ คิม ฮันมิน ที่หลังจากเคยกำกับแต่หนังเกาหลีแนว ทริลเลอร์ มาสักระยะแล้ว ในปี 2011 นี้เขาจึงได้ขอลองมาหยิบจับหนังแนวใหม่ เพื่อเป็นการท้าทายดูบ้างกับหนังแนว แอ็คชั่น ย้อนยุค ที่หยิบเอาเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ของเกาหลีตอนที่ ทหารแมนจู บุกทำร้ายหมู่บ้านเล็กๆ มาใส่สี แต่งกลิ่น ให้กลายเป็นหนังแอ็คชั่น ที่ทำเงินสูงสุดในปี 2011 ของเกาหลีจนได้ โดยสิ่งที่สรุปสั้นๆ ง่ายๆ และเข้าใจง่ายต่อ Arrow : The Ultimate Weapon เลยคือ ‘ด้านบทไม่ต้องไปสนใจมัน แต่ด้านความมันส์นี้เล่นแบบจัดเต็ม’ เพราะถึงแม้โดยส่วนตัวผมนั้นจะค่อนข้างเฉยๆกับฉากแอ็คชั่นเกาหลีในหนังเกาหลีหลายๆเรื่องที่เขาว่ามันส์ไม่ว่าจะเป็น The Man From Nowhere ที่ทำเงินสูงสุดในประเทศเกาหลีปี 2010 ที่ผ่านมา

แต่เมื่อผมได้รับชมหนังเกาหลีเรื่องล่าสุดนี้ ก็ต้องขอยอมรับ และ ซูฮก ในด้านของฉากแอ็คชั่นเลยก็ว่าได้ เพราะฉากแอ็คชั่นเรื่องนี้ไม่ได้ทำออกมาเพียงได้ตรงตามมาตรฐาน แต่มันยังเกินมาตรฐานไปด้วยซ้ำ เพราะการที่ผู้กำกับนั้นเลือกที่จะใส่เรื่องราวการปูบทมานิดเดียว เรียกได้ว่าโผล่มาก็ไม่รีรอเลยที่จะตัดตัวหนังเข้าสู่โหมดฉากแอ็คชั่นแบบ ไม่มีหยุดหย่อน หรือที่เรียกว่า Non-Stop ถือว่าเป็นทางเลือกที่ถูกของผู้กำกับเลยจริงๆ เพราะในตัวหนังที่ออกมานั้น เล่นไม่มีการให้คนดูหยุดพักกับความมันส์เลยก็ว่าได้ และฉากแอ็คชั่นทั้งหลายที่หนังถ่ายทอดออกมาก็ไม่ใช่เล่นๆ เพราะมันทำเอาคนดูนั่งไม่ติดเก้าอี้

(ซึ่งต่างจากหนังฝรั่งที่เพิ่งเข้าฉายไปอย่าง Underworld Awakening ที่ถึงแม้จะมีฉากแอ็คชั่นแบบ Non-Stop แต่ฉากแอ็คชั่นเหล่านั้นมันค่อนข้างธรรมดาเกินไปนิด) โดยเรียกได้ว่าหนังเกาหลีเรื่องนี้เป็นหนังที่คอแอ็คชั่นห้ามพลาดเลยทีเดียว โดยนอกจากจุดขายของหนังอย่างฉากแอ็คชั่น ก็ต้องขอยอมรับกับหนังเกาหลีแนวย้อนยุคทุกเรื่องเลยว่า ด้านองค์ประกอบ เครื่องแต่งกาย ทั้งหลายก็ยังสามารถเนรมิตออกมาได้ดูดี มีราศี มากอีกด้วย และท้ายสุดคือด้านของ นางเอกของเรื่อง อย่าง มุน แชวอน ที่ไม่ว่าจะโทรม หรือว่าจะแต่งหน้าหนาแค่ไหน ก็ถูกใจคนรักสาวเกาหลีอย่างผมไปเต็มๆเลยหละครับ

แต่ถ้าหากใครที่ต้องการจะดูอย่างอื่นนอกจากฉากแอ็คชั่นก็น่าจะผิดหวังหน่อย เพราะว่านอกจากฉากแอ็คชั่นและเครื่องแต่งกายแล้วนั้น หนังก็ไม่มีสิ่งใดที่สามารถจับต้องได้อีกแล้ว โดยเฉพาะด้านบทของหนัง อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า บทหนังไม่ต้องไปสนใจมัน เพราะ บทหนัง เรื่องนี้ก็ไม่ได้มีอะไรหักมุม พิเศษ หรือว่าน่าสนใจไปกว่าหนังแอ็คชั่นย้อนยุคเรื่องอื่นๆของเกาหลีนักหรอก แถมฉากแอ็คชั่นทั้งหลายก็เรียกได้ว่าทำออกมาได้ เว่อร์ ซะใจ ใครที่อยากจะแอ็คชั่นเรื่องนี้เพื่อหาความสมจริงในการยิงธนู ก็คงจะต้องผิดหวังอีกเช่นกัน แต่ใครอยากดูหนังแอ็คชั่นมันส์ๆก็แน่นอนว่าต้องเรื่องนี้เลย

สรุป Arrow : The Ultimate Weapon ถือว่าเป็นหนังแอ็คชั่น เกาหลี ยุคหลังๆที่ถือว่าทำออกมาได้ดีในด้านฉากแอ็คชั่นที่สามารถทำออกมาได้ Non-Stop และทำให้คนดูนั่งไม่ติดเก้าอี้ แถมด้านองค์ประกอบ เครื่องแต่งกาย ก็อลังการได้อีก แต่ถ้าใครจะไปนั่งจับผิดด้านบท หรือความสมจริง ก็ข้ามได้เลยครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ