The Artist – ความงดงามของการเปลี่ยนแปลง!

Home / วิจารณ์หนัง / The Artist – ความงดงามของการเปลี่ยนแปลง!

The Artist บรรเลงฝัน บันดาลรัก

ใครที่เป็น ?นักดูหนัง? ตัวยงหรือเคยเรียนทางด้านประวัติศาสตร์ภาพยนตร์มาก่อน คงทราบกันดีว่าภาพยนตร์ในยุคแรกเริ่มนั้นเป็นหนังเงียบ-ขาวดำ ไม่ใช่หนังแสง สี เสียง หรือ 3 มิติ อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และคงไม่มีใครคาดคิดว่าหนังเงียบ-ขาวดำในยุคเก่า จะถูกคนรุ่นนี้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ให้คนในยุคนี้ได้ดูดังเช่นวันวาน แต่มันก็เป็นไปแล้วกับภาพยนตร์ที่กวาดคำชมจากนักวิจารณ์และรางวัลต่างๆ มากมายจากต่างประเทศกับเรื่อง The Artist

The Artist กำกับ โดย มิเชล ฮาซานาวิเซียส (Michel Hazanavicius) ผู้กำกับชาวฝรั่งเศส เล่าเรื่องราว ของวงการฮอลลีวู๊ดในปี 1927 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างยุคหนังเงียบกับผู้มาใหม่ที่คนในวงการภาพยนตร์มองว่าคืออนาคตอย่าง หนังเสียง จอร์จ วาเลนติน (Jean Dujardin) ดาราชายผู้โด่งดังที่สุดในยุคหนังเงียบ แต่เขากลับไม่ยอมรับการมาถึงของหนังเสียง ทำให้อาชีพนักแสดงของเขาตกต่ำลง ในขณะที่เป๊ปปี้ มิลเลอร์ (B?r?nice Bejo) ผู้เป็นแฟนคลับของจอร์จและใฝ่ฝันจะก้าวเข้ามาในฮอลลีวู๊ด ได้ยอมรับการเปลี่ยนแปลงและไขว่คว้าอนาคตไว้ ทำให้เธอโด่งดังในยุคของหนังเสียง สวนทางกับจอร์จ แต่ความห่วงใยและความรักของเป๊ปปี้ที่มีต่อจอร์จไม่เสื่อมคลาย จึงทำให้เธอตัดสินใจที่จะกอบกู้ และทำให้ จอร์จ วาเลนติน ยอมรับในการเปลี่ยนแปลงและกลับมาเป็นที่นิยมของผู้ชมอีกครั้งหนึ่ง

The Artist เลือกที่ย้อนกลับไปยังอดีตอันรุ่งเรืองของหนังเงียบ ภาพที่ออกมา ฉากต่างๆ ทั้งองค์ประกอบศิลป์ รวมถึงการแต่งหน้า และเครื่องแต่งกายของนักแสดง ให้ความรู้สึกเหมือนดูหนังของยุคเก่าอยู่จริงๆ

เทคนิค ลูกเล่นต่างๆ ในการทำหนังในยุคนั้น ถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นผลงานพิเศษชิ้นนี้ และด้วยความที่เป็นหนังเงียบ เรื่องราวจึงเต็มไปด้วยอวัจนภาษา ที่แสดงถึงสัญลักษณ์ แทนคำพูดและความรู้สึกต่างๆ ของตัวละคร ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายฉากที่ทำออกมาได้อย่างเหนือชั้น ขอยกตัวอย่าง เช่น ตอนที่จอร์จต้องเขาฉากถ่ายทำหนัง ที่ต้องเดินผ่านฟลอร์เต้นรำ และต้องเต้นรำกับเป๊ปปี้ที่แสดงเป็นตัวประกอบในขณะนั้น ที่สื่อความรู้สึกของการตกหลุมรักของคนทั้งสองได้ดี

อีกฉากหนึ่งที่เป๊ปปี้สวมกอดชุดทักซิโด้ในห้องแต่งตัวของจอร์จ และได้นำมือใส่ในแขนเสื้อของจอร์จและกอดตัวเอง คล้ายกับว่าจอร์จนั้นกำลังกอดเธออยู่ ซึ่งผมมองว่ามันเป็นฉากที่สื่อความความรู้สึกของตัวละครได้ยอดเยี่ยมที่สุดฉากหนึ่ง!

กับอีกฉาก ที่เกิดในช่วงที่จอร์จนั้นตกต่ำถึงขีดสุดในอาชีพนักแสดง เดินอย่างคนจิตใจล่องลอยจนเกือบถูกรถชน ซึ่งเบื้องหลังของฉากนี้ มีโรงหนังตั้งอยู่ ซึ่งโรงหนังนี้กำลังฉายหนังเรื่อง ?Lonely Star? ที่สะท้อนสถานะปัจจุบันของจอร์จได้เป็นอย่างดี

ทั้งหมดที่กล่าวถึงนั้นเป็นเพียงแค่บางส่วน เพราะยังมีฉากที่ใช้ภาพเล่าเรื่องแบบนี้อยู่อีกมากมาย ส่วนจะมองออกหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการตีความและความเข้าใจของแต่ละคน

The Artist บรรเลงฝัน บันดาลรัก

การที่ฉากเหล่าข้างต้นสามารถส่งสารให้ผู้ชมรับรู้เรื่องราวได้ ส่วนหนึ่งก็มาจากนักแสดงที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้ดี ซึ่งพระ-นางของเรื่องทั้ง ฌอง ดูจาร์แด็ง และ เบเรนิซ เบโจ ต่างมีเคมีที่เข้ากันเป็นอย่างดี ประกอบกับทั้ง 2 คน มีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่าเขาคือ ?ซุปเปอร์สตาร์? ในยุคนั้นจริงๆ

อีกคนที่ เอ่อ?น่าจะอีกตัว! ก็คือ เจ้าอักกี้ สุนัขพันธุ์แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรีย ที่แสดงเป็นสุนัขคู่ใจของพระเอกของเรื่อง ที่เป็นตัวขโมยซีนในหลายๆ ฉาก นั่นคือสุนัขที่ชื่ออักกี้ ที?ในเรื่องแสดงเป็น ?แจ็ค? สุนัขคู่ใจของจอร์จ ซึ่งเป็นอีกตัวละครที่ความน่ารัก น่าเอ็นดูของอักกี้ ช่วยสร้างสีสันและเสียงหัวเราะให้กับเรื่องราว แม้ในยามที่หมองหม่นในเรื่อง สมแล้วที่ได้รางวัล Palm Dog Award ซึ่งเปรียบได้กับรางวัลออสการ์ของนักแสดงสุนัข จากงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ เมื่อปี 2011 ที่ผ่านมา

การได้มีโอกาสชม The Artist ก็ทำให้รู้ว่าเดิมทีการชมภาพยนตร์ในยุคหนังเงียบนั้น ได้มีการนำวงออร์เคสตรา (Orchestra) หรือวงดุริยางค์วงใหญ่มาบรรเลงเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ฉายอยู่ในขณะนั้นด้วย ใน The Artist ก็มีดนตรีประกอบเช่นกัน ที่ช่วยสร้างมิติของอารมณ์ในขณะที่ชม ให้ความรู้สึกเหมือนได้ฟังดนตรีประกอบของหนังยุคเก่าจริงๆ จังหวะของบทเพลงล้วนแล้วแต่สอดคล้องกับเรื่องราวที่ปรากฎบนจอ ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับนักประพันธ์เพลงชาวฝรั่งเศสของ ลูโดวิช บรู๊ซ (Ludovic Bource)

อย่างไรก็ตามแม้ The Artist จะวางตัวเองเป็นหนังเงียบในยุคปัจจุบัน แต่ด้วยความคิดสร้างสรรค์ของผู้สร้างที่ต้องการสร้างสิ่งแปลกใหม่ให้กับผู้ชม ในเรื่องจึงได้มีการใส่เสียงเข้ามา ซึ่งมีเพียง 2 ฉาก เท่านั้น!! และเป็น 2 ฉากสำคัญ ที่ทรงพลังและตอบสนองเรื่องราวได้อย่างยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าเป็น 2 ฉาก 2 หมัดน็อก ที่ส่งให้หนังเรื่องนี้ขึ้นชั้นหนังคลาสสิกได้เลย

การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยจากหนังเงียบมาสู่หนังเสียงในเรื่อง หรือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ ของโลกแห่งความเป็นจริง ต่างก็เป็น ?สัจธรรม? ที่ทุกคนรู้และได้พบเจอกันทุกคน แต่บางคนกลับไม่ยอมเข้าใจและยอมรับให้ได้กับการเปลี่ยนแปลงจนต้องประสบชะตาที่ไม่ต่างกับจอร์จ

สิ่งที่เป๊ปปี้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวที่ภัตตาคารนั้น ผมว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นทัศนคติของคนที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงโลกและยุคสมัย และคว้าโอกาสจากกระแสของการเปลี่ยนแปลงนั้นไว้ได้ ส่งผลให้เธอนั้นโดดเด่นเหนือใครๆ

The Artist เป็นผลงานอีกเรื่องของปีที่ผ่านมา ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ ?สดุดี? นักสร้างหนังในยุคต้นของวงการภาพยนตร์ เฉกเช่นเดียวกับ Hugo? ที่ทำให้คนในยุคปัจจุบันได้เข้าใจว่า เหตุไฉนผู้คนในยุคนั้นถึงหลงใหลในเสน่ห์ของภาพยนตร์ ซึ่งส่งผลให้วงการภาพยนตร์นั้นพัฒนาอย่างต่อเนื่องและได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้

The Artist ผมให้ 5 ดาว (เต็ม5)

โดย Charthree
http://charthree.wordpress.com