Haywire : เป้าหมาย เธอ คือ ฆ่า และ เป้าหมาย ฆ่า ก็คือ เธอ(แรงหยุดโลก)

Home / วิจารณ์หนัง / Haywire : เป้าหมาย เธอ คือ ฆ่า และ เป้าหมาย ฆ่า ก็คือ เธอ(แรงหยุดโลก)

ถ้าพูดถึงผู้กำกับอย่าง สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก หลายคนก็คงต้องนึกถึงหนังปล้นชื่อดังอย่าง Ocean ทั้ง 3 ภาค และหนังดราม่าสุดเข้มข้นอย่าง Traffic โดยในช่วงพักหลังนี้ไม่รู้ว่าแกขยันหรือว่าอะไรถึงได้ผลิตหนังมาถึงปีละเรื่อง และหนังแต่ละเรื่องนั้นก็ไม่ได้ทำออกมาลวกๆเสียด้วย รวมไปถึงหนังเรื่องนี้ด้วยครับ

มัลเลอรี่ เคน (จีน่า คาราโน่) เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการณ์พิเศษ ทำงานในส่วนที่อันตรายที่สุดของโลก หลังจากภารกิจช่วยนักข่าวในบาร์เซโลน่าประสบความสำเร็จ มัลเลอรี่ กลับพบว่าเขาถูกลอบฆ่าในเวลาต่อมา และหลักฐานทั้งหมดก็พุ่งเป้าไปที่เธอ ยิ่งกว่านั้นเพื่อนที่เธอไว้ใจที่สุดก็กลับกลายเป็นคนที่ต้องการกำจัดเธอ มัลเลอรี่ ต้องเอาชนะหน่วยสวาทที่ไล่ล่าเธอ และอันตรายยิ่งกว่าก็คือหน่วยปฏิบัติการณ์พิเศษที่เธอเคยสังกัด มัลเลอรี่ ต้องข้ามเขตแดนหลายประเทศเพื่อมุ่งหน้ากลับไปอเมริกา โดยเธอต้องพยายามพิสูจน์ความบริสุทธิ์และตามหาผู้บงการเบื้องหลังให้ได้ เพื่อที่จะดับแค้นของเธอ

Haywire กำกับการแสดงโดยผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ที่ในช่วง 2-3 ปีให้หลังนี้เรียกได้ว่าเป็นปีทองของเขาเลยก็ว่าได้ เพราะเล่นผลิตหนังมาปีละ 1-2 เรื่อง โดยปีที่แล้วเราก็เพิ่งได้เห็นเขากำกับหนังไวรัสล้างโลก รวมดารา ไปแปปๆกับ Contagion ที่คำวิจารณ์ก็ออกมาดีไม่เสียชื่อ และในปีนี้เขาก็กลับมาพร้อมกับหนังแอ็คชั่นเรื่องใหม่ของเขา ที่คำวิจารณ์จากมะเขือเน่าก็ยังคงการันตีความมีคุณภาพด้วยคะแนนสูงถึง 80% ตามสไตล์ผู้กำกับคนนี้เช่นเคย ซึ่งใน Haywire ก็ยังเป็นผลงานอีกเรื่องของ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ที่จับเอาดาราคุ้นหน้าคุ้นตา มารวมอยู่ในเรื่องเดียวกัน ซึ่งถ้าหากเรายังจำผลงานล่าสุดของเขาอย่าง Contagion ได้ก็จะรู้ว่าเขามีเทคนิคในการแชร์บทของเหล่าดาราค่อนข้างลงตัว และ เท่าเทียมกันได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แต่ไม่ใช่กับ Haywire ครับ

เพราะว่าใน Haywire นั้นเขากลับเลือกที่จะใช้นักแสดงหน้าใหม่อย่าง จีน่า คาราโน่ เป็นตัวดำเนินเรื่องแทน โดยดาราชายทั้งหลายที่ถูกใส่เข้ามานั้นก็เป็นได้แค่ตัว แบ็คอัพ เรียกคนดูเท่านั้น โดยใครหวังจะไปดูเหล่าดาราชายในดวงใจไม่ว่าจะเป็น แชนนิ่ง เททั่ม, ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ หรือแม้แต่ ยวน แม็คเกรเกอร์ ก็คงต้องผิดหวังหน่อยเพราะออกกันมาแค่คนละนิดคนหน่อยเท่านั้น โดยใน Haywire นั้นผมสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า ‘มันเป็นหนังแอ็คชั่นที่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน’ เพราะถ้าใครหวังจะดูฉากแอ็คชั่นมันส์ๆ ตูมตามๆ ก็คงต้องผิดหวังกันไปตามระเบียบ เพราะสำหรับใน Haywire มันไม่ใช่อย่างงั้นเลย

แต่ใน Haywire นั้นผู้กำกับกลับเลือกที่จะใช้ฉากแอ็คชั่นทั้งหลายนั้นเป็นการขาย ลายเส้น และ เสน่ห์ ของตัวผู้กำกับมากกว่า โดยการที่เล่นไม่ใส่ ดนตรีประกอบ อะไรในฉากแอ็คชั่นนั้นเลย โดยให้ฉากแอ็คชั่นเหล่านั้นดู สมจริง และ ดิบๆ มากกว่า และในเมื่อฉากแอ็คชั่นเหล่านั้นมันดิบ มันจึงเป็นส่วนที่เปิดโอกาสให้คนดูนั้นได้เห็นลีลาสุดงามของแชมป์มวยไทยแบบ MMA อย่าง จีน่า คาราโน่ ได้อย่างเต็มที่ ผสมผสานไปกับการที่เล่าเรื่องแนวๆของผู้กำกับ และ ด้านของตัวบทที่ดูเหมือนจะไม่ซับซ้อน แต่เมื่อปมหนังได้ถูกเฉลยออกนั้นก็จะสามารถรู้ได้เลยว่าผู้กำกับมีสิ่งที่ปกปิดคนดูอยู่มากพอสมควรหละครับ

โดยถึงแม้เรื่องนี้อาจจะขนด้านของลายเส้นผู้กำกับออกมามากพอสมควร แต่หนังก็ยังมีบางจุดที่ผู้กำกับยังพลาดให้กับหนังเรื่องนี้อยู่บ้าง นั้นคือการที่ผุ้กำกับนั้นเล่นที่จะไม่ใส่ปมหลัง หรือ มิติ อะไรให้กับตัวละครเอกของเรื่องอย่าง มัลเลอรี่ เลยสักนิด พอถึงในฉากแอ็คชั่น หรือ การดำเนินเรื่องทั้งหลาย อาจจะทำให้คนดูนั้นดูแล้วไม่ได้รู้สึก อิน หรือมีความเอาใจช่วย ไปกับการตามล่าหาตัวนางเอกก็เป็นได้ ถึงแม้หนังจะเปิดตัวและค่อยๆยัดความเชื่อให้กับผู้ชมเข้าไปว่า ‘ตัวนี้เป็นนางเอกนะ ต้องเอาใจช่วย’ ก็ตามที และในอีกด้านที่ค่อนข้างผิดหวังเล็กน้อยนั้นคือการจับยัดดาราเข้ามาเยอะแต่ไม่ค่อยเลือกใช้เท่าไหร่ โดยเฉพาะดาราชายอย่าง ไมเคิล ดักลาส ที่ไม่ได้เปิดโอกาสให้เขาโชว์การแสดงเท่าไหร่นัก มีหน้าที่มาพูดๆๆๆๆ และ เรียกแขกเข้าโรงเท่านั้นเอง

แต่ยังไงก็ตามโดยสรุปแล้วนั้น Haywire ถือว่าเป็นหนัง ทริลเลอร์ เรื่องล่าสุดของผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ที่ทำออกมาได้ไม่เสียชื่อผู้กำกับในด้านของ เสน่ห์ และ ลายเส้น ของผู้กำกับ ที่สร้างมาเพื่อแฟนคลับเฮียแกโดยเฉพาะ แต่ถ้าใครหวังจะดูฉากแอ็คชั่นมันส์ๆเรื่องนี้ก็ไม่ใช่หนังที่คุณตามหาหรอกครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ