A Dangerous Method : เพศ เป็นสิ่งที่เป็นแรงขับเคลื่อนของมนุษย์ จริงหรือ ??

Home / วิจารณ์หนัง / A Dangerous Method : เพศ เป็นสิ่งที่เป็นแรงขับเคลื่อนของมนุษย์ จริงหรือ ??

ขนทีมนักแสดงคุณภาพมายกเซ็ทไม่ว่าจะเป็นทั้ง เคียร์ร่า ไนท์ลีย์, ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ และ วิกโก้ มอเทนเซ่น รวมไปทั้งตัวอย่างของหนังที่ตัดต่อออกมาได้ค่อนข้างน่าติดตาม แล้วจะพลาดได้อย่างไรกับผลงานล่าสุดของผู้กำกับคุณภาพอย่าง เดวิด โครแนนเบิร์ก ซึ่งตัวหนังจะเป็นอย่างในความเห็นผม ไปอ่านครับ

ณ เมืองซูริค ปี 1904 จิตแพทย์วัย 29 ปี คาร์ล กุสตาฟ ญุง เขาใช้ชีวิตอยู่กับ เอ็มมา ภรรยาสาวที่กำลังตั้งครรภ์ในโรงพยาบาลเบอร์โกลซี แรงบันดาลใจจากงานของ ซิกมันด์ ฟรอยด์ ทำให้ ญุง พยายามทำการรักษาแบบทดลองจิตวิเคราะห์ หรือ ?การเยียวยาด้วยการสนทนา? กับ ซาบินา สปีลเรน วัย 18 ปี หญิงสาวรัสเซียการศึกษาสูง ผู้พูดภาษาเยอรมันได้คล่องแคล่ว เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคฮิสทีเรีย และมีพฤติกรรมคลุ้มคลั่งอย่างรุนแรง เป็นอาการที่เธอเกิดบาดแผลร้าวลึกจากการถูกทุบตีจากพ่อผู้บ้าอำนาจของเธอ แต่แล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็กลับมากเกินไปกว่าหมอ และ คนไข้ เสียแล้ว

A Dangerous Method เป็นผลงานการกำกับชิ้นล่าสุดของผู้กำกับคุณภาพสูงอย่าง เดวิด โครแนนเบิร์ก จากผลงาน A History of Violence และ Eastern Promises ที่ถึงแม้ว่าทั้ง 2 ผลงานนั้นจะไม่มีรางวัลออสการ์มาการันตี แต่ว่าทั้ง 2 เรื่องก็ต่างได้รับคำวิจารณ์จากนักวิจารณ์ไปสูงพอสมควร โดยในปีนี้เขาก็กลับมาพร้อมกับผลงานแนวจิตวิทยาของมนุษย์เรื่องล่าสุด ที่ยังขนนักแสดงคู่ใจอย่าง วิกโก้ มอเทนเซ่น มาเช่นเคย (ที่ล่าสุดนั้นเขาก็ได้เสนอชื่อเข้าชิง ลูกโลกทองคำ ในสาขา นักแสดงสมทบชาย ในหนังเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน) โดยถ้าหากกล่าวถึงหนังแนว จิตวิทยาของมนุษย์ นั้น ก็ถือว่าเป็นหนังประเภทนึงที่ผมชอบมากอันดับต้นๆมากเช่นกัน โดย A Dangerous Method นั้นก็เป็นหนังแนวนี้อีกเรื่องที่ทำออกมาได้ไม่ผิดหวัง และ ไม่เสียชื่อผู้กำกับเช่นเคย

เพราะหนังเริ่มต้นมาด้วยการขายการแสดง โปรดักชั่น และบท ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะด้านของการแสดงของ 2 หนุ่มอย่าง ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ และ วิกโก้ มอเทนเซ่น ที่รายแรกนั้นถึงแม้อาจจะไม่ได้มีแววเด่น แววดัง เข้าชิงเหมือนที่เขาแสดงในหนังเรื่อง Shame ในว่าสำหรับในหนังเรื่องนี้ก็ถือว่าเขาสามารถรับบทเป็น จิตแพทย์หนุ่ม ที่ต้องเก็บกดอารมณ์ราคะของตัวเองไว้ได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะเมื่อตอนเข้าฉากกับนักแสดงคุณภาพอีกคนอย่าง วิกโก้ มอเทนเซ่น ที่สมควรได้เข้าชิง ลูกโลกทองคำ ทุกประการ ซึ่งนอกจากด้านการแสดงนั้นหนังก็ยังมาพร้อมกับ โปรดักชั่น ที่ดี โดยเฉพาะเสื้อผ้าหน้าผม และ ฉาก

แต่หมัดเด็ดจริงๆของหนังเรื่องนี้คงหนีไม่พ้นการที่ผู้กำกับนั้นสามารถตั้งคำถาม และเฉลยคำตอบให้กับคนดูในหนังได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องที่ 2 นักจิตวิทยาผู้ยิ่งใหญ่เถียงกันมาทั้งเรื่องอย่าง “เพศ เป็นตัวที่ขับเคลื่อนมนุษย์จริงหรือไม่? และถ้าหากมันเป็นจริง ทำไมเราต้องเก็บกด อารมณ์ทางเพศ ของเราไว้ด้วยละ” แถมหนังยังสามารถสอดใส่ประเด็นเกี่ยวกับ จิตใต้สำนึก และ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ของมนุษย์ที่เป็นถึง จิตแพทย์ ออกมาได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการที่หนังพยายามสื่อสารกับคนดูไว้ว่า “หมอที่ป่วยเท่านั้น ถึงจะรู้จักวิธีการรักษาโรคของผู้ป่วย? ที่เมื่อผสมผสานกับดนตรีประกอบแล้วมันเยี่ยมมาก

โดยถึงอย่างไรก็ตาม หนังเรื่องนี้ก็ยังพอมีข้อเสีย และ สิ่งที่น่าผิดหวังอยู่บ้าง โดยในครึ่งแรกของหนังนั้นผมต้องขอชมเลยว่า สามารถทำออกมาได้อย่างสนุก และ ไม่มีความน่าเบื่อ แต่ต่างจากครึ่งหลังเพราะ ครึ่งหลัง ของหนังนั้นกลับมีแต่ ความเวิ่นเว้อ และ สิ่งที่ไม่ค่อยน่าสนใจ ต่อเนื้อเรื่องแล้ว โดยถ้าหนังตัดครึ่งหลังออกไปซะหน่อยคงจะดีกว่านี้ และในอีกด้านคือความเห็นส่วนตัวของผม ต่อการแสดงของ เคียร์ร่า ไนท์ลีย์ ที่ในเรื่องนี้หนุ่มๆคงถูกใจเนื้อหนังของเธอไม่มากก็น้อย แต่ต่างจากการแสดง ที่ผมดูแล้วรู้สึกว่าเรื่องนี้เธอนั้นค่อนข้างมีการ โอเว่อร์ แอ็คติ้ง ไปบ้างในหลายฉาก ที่อาจจะขัดหูขัดตาพอสมควรครับ

แต่อย่างไรก็ตามโดยสรุปแล้ว A Dangerous Method ก็ยังถือว่าเป็นหนังแนวจิตวิทยามนุษย์ที่ทำออกมาดูได้ ไม่น่าเบื่อ ที่ต้องขอบคุณผู้กำกับ โปรดักชั่น นักแสดง 2 หนุ่ม และดนตรีประกอบ รวมไปถึงด้านของประเด็นหนังมากมายที่เก็บเอาไว้ให้คิดมากมาย เข้าฉายแล้ววันนี้ในเครือ Apex และ SFW , พารากอน

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ