The Grey – คุณค่าของการมี ชีวิต

Home / วิจารณ์หนัง / The Grey – คุณค่าของการมี ชีวิต

the grey

คุณเคยคิดที่จะ ?ฆ่าตัวตาย? ไหม? หากเคยคิด เพราะเหตุใดคุณถึงคิดเช่นนั้น อะไรคือแรงจูงใจต่อการกระทำ ปัญหาจากหน้าที่การงาน? หนี้สิน? ครอบครัว? หรือคนรัก? ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม สุดท้าย? ทำไมคุณยังมีชีวิตอยู่ อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณข้ามผ่านวันนั้นมาได้ แล้วถ้าหากสิ่งที่คุณต้องเผชิญในอนาคตนั้นเลวร้ายกว่าที่คุณเคยผ่านมาล่ะ ความคิดที่จะ ?ฆ่าตัวตาย? นั้นจะกลับมาใหม่อีกหรือไม่

นี่? เป็นคำถามที่ผมไม่เคยคิดถึง แต่หลังจากที่ผมได้ชม The Grey จบ! คำถามนี้ก็ได้เกิดขึ้นในหัวของผม

The Grey เป็นฝีมือการกำกับของ โจ คาร์นาฮาน (Joe Carnahan) ที่เคยมีผลงานกำกับมันส์ๆ อย่าง Smokin? Aces และ A Team มาก่อน ในผลงานล่าสุดนี้ได้ ริดลี่ย์ สก็อต (Ridley Scott) มาร่วมงานในฐานะโปรดิวเซอร์ และนักแสดงนำชั้นดีอย่างเลียม นีสัน มาร่วมงาน

The Grey เล่าเรื่องของจอห์น ออตเวย์ (Liam Neeson) ผู้อยู่ในบริษัทขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บของอลาสก้า โดยทำหน้าที่ ?นักแม่นปืน? ยิงหมาป่าที่เข้าใกล้แหล่งขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งใช้ชีวิตทำหน้าที่ไปวันๆ โดยจิตใจหวนคิดถึงแต่ภรรยาที่จากไปแล้ว จนได้เขียนจดหมายลาและวางแผนฆ่าตัวตาย! จนเมื่อเขาและลูกจ้างขุดเจาะน้ำมันเดินทางกลับบ้านด้วยเครื่องบินหลังเสร็จภารกิจ แต่แล้วเครื่องบินที่พวกเขาโดยสารนั้น เกิดเหตุขัดข้องและได้ตกลงดินแดนที่มีแต่หิมะรอบด้าน! เหล่าผู้รอดชีวิตที่เหลือนำโดยจอห์น ออตเวย์ จึงต้องหาทางเอาชีวิตรอดออกไปจากที่แห่งนี้ โดยมีฝูงหมาป่าคอยไล่ล่าพวกเขาตลอดทาง

The Grey หนังนำเสนอประเด็นที่หนักและค่อนข้างจริงจัง โทนเรื่องถูกออกแบบมาให้รู้สึกถึงบรรยากาศแห่งความหดหู่ สิ้นหวัง ไร้หนทาง จนอาจทำให้ใครที่อินกับเรื่องถึงกับเครียดได้จากสถานการณ์ในเรื่อง ที่ไม่รู้ว่าจะสามารถหนีออกจากพื้นที่หิมะอันกว้างขวางและหนาวเย็นได้อย่างไร ประกอบกับฝูงหมาป่าที่เคยติดตาม รอโอกาสขย้ำเหยื่ออยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าทุนสร้างจะไม่สูงมากนัก แต่งานเทคนิคพิเศษ ก็สามารถนำเสนอภาพออกมาได้อย่างสมจริง โดยเฉพาะฉากเหตุการณ์บนเครื่องบินก่อนที่จะตก ที่ทำออกมาได้น่ากลัวทีเดียว!

ฝูงหมาป่าที่โหดร้ายในเรื่องก็ทำออกมาได้สมจริงเช่นเดียวกัน และการที่เล่นกับการไม่เผยตัวของฝูงหมาป่าให้ชัดๆ ยิ่งช่วยสร้างบรรยากาศของความอันตรายที่อยู่รอบๆ จนบางครั้งก็อดนึกไม่ได้ว่า ที่พวกออตเวย์กำลังหนีอยู่ไม่ใช่หมาป่า แต่เป็น ผี!

the grey

การดำเนินเรื่องที่ไม่มีการประนีประนอม สถานการณ์เร่งตัดบทไปทีละคนสองคน อย่าได้แปลกใจว่าคุณจำหน้าและชื่อของแต่ละคนไม่ได้เลย! ความกดดันของเรื่องราวรุมเร้าเข้ามาทีละนิด จนทำให้รู้สีกอึดอัด แต่ด้วยเหตุนี้กลับมาเป็นข้อดีกับตัวหนังเอง ที่ทำให้การติดตามเรื่องราวไม่น่าเบื่อ มีอะไรให้ลุ้นและติดตามไปได้เรื่อยๆ

แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้างในเรื่องของความไม่สมเหตุสมผล ที่ทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาในขณะที่ชม เช่น เรื่องอาหารและน้ำ ฯลฯ รวมถึงขาดการเล่นประเด็นเกี่ยวกับสัญชาตญาณของมนุษย์ในการเอาตัวรอด ถ้าหากเพิ่มเติมประเด็นเหล่านี้เข้าไป น่าจะทำ The Grey มีเนื้อหาที่เข้มข้น ไม่เย็นชืดขนาดนี้

The Grey เป็นงานเดี่ยวไมโครโฟนของเลียม นีสัน ซึ่งสามารถแบกหนังทั้งเรื่องไว้ได้อย่างสบายๆ การสื่อสารด้วยแววตาที่ออกมาอยู่ในขั้นสุดยอด! ทำให้ออตเวย์เป็นตัวละครที่น่าสงสารจนอยากให้ตัวละครนี้ได้ตายสมใจ เพื่อปลดปล่อยเขาออกจากความทุกข์ของการสูญเสียภรรยาอันเป็นที่รัก

หนังได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับ ?ศรัทธาของการมีชีวิตอยู่? กับผู้ชม ผ่านตัวของออตเวย์ ว่าหากในชีวิตเราเกิดอุปสรรคที่รุมเร้าเข้ามารอบตัวเรานั้น เราจะสามารถฝ่าฝันไปได้หรือไม่ โดยเปรียบปัญหาและอุปสรรคต่างๆ

จุดหนึ่งที่น่าจะเป็นข้อถกเถียงของเรื่องนี้ คงไม่พ้น ฉากจบของเรื่อง ซึ่งผู้กำกับโจ เลือกที่จะจบหนังในช่วงที่หนังกำลังเข้มข้นถึงขีดสุด ทำให้อึ้ง!! ไปสักพักกับภาพที่เห็นตรงหน้าและความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัวว่า ?เล่นอย่างนี้เลยหรือ??

ซึ่งการจบแบบนี้ไม่ถึงกับเลวร้าย แต่เป็นไปได้ที่จะมีทั้งคนที่ชอบและคนที่ชัง แต่ส่วนตัวนั้นผมชอบตอนจบแบบที่หนังนำเสนอ เพราะทำให้เราได้เห็นแววตาของออตเวย์ที่เปลี่ยนไป จากแววตาที่หม่นหมอง สิ้นหวัง กลับมาเป็นแววตาที่ดุดัน เต็มไปด้วยพลังชีวิต แม้ไม่มีทางรู้ว่าเรื่องราวหลังจากนั้นจะเป็นเช่นไร แต่ก็ขอภาวนาให้เขา?โชคดี!

The Grey ไม่ใช่งานที่คนทั่วไปจะชอบ แต่หากคุณเป็นแฟนของเลียม นีสัน คุณจะรักมัน! เพราะเป็นอีกหนึ่งผลงานการแสดงที่ดีสุดของเลียม นีสัน และมีคำถามในเรื่องของชีวิต ให้กลับไปขบคิดเป็นอาหารสมอง ว่าทุกวันนี้ ?คุณใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าแล้วหรือยัง??

The Grey ผมให้ 3 ดาว (เต็ม5)

โดย Charthree
http://charthree.wordpress.com