The Grey : ระทึกขวัญ กับหมาป่าไคโยตี้

Home / วิจารณ์หนัง / The Grey : ระทึกขวัญ กับหมาป่าไคโยตี้

ได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่องล่าสุดของผู้กำกับในดวงใจอย่าง โจห์ คานาฮาน มาเมื่อวันนี้ ซึ่งก่อนเข้าไปดูก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากเช่นเคย เพราะจากความเห็นจากคนดูหลายๆคน ต่างก็บอกว่าหนังเรื่องนี้ค่อนข้างผิดหวังบ้าง อะไรบ้าง โดยในความเห็นของผมนั้นหนังจะระทึกสนุกหรือไม่ ไปอ่านเลยครับ

เริ่มต้นขึ้นในโรงงานแปรรูปแห่งหนึ่งในอลาสก้า ที่ซึ่งน้ำมันดิบถูกแยกออกเป็นหลายส่วนเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ คนงานต้องทำงานอย่างทรหดตลอดทั้งวันทั้งคืนนานห้าสัปดาห์ในแต่ละกะ ก่อนที่จะได้หยุดพักผ่อนสองสัปดาห์ ชายกลุ่มหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน กลับเจอกับพายุร้าย ที่ทำให้เครื่องบินของพวกเขาตกในทุ่งน้ำแข็งในอลาสก้า ทุกคนบนเครื่องบินเสียชีวิตเกือบทั้งหมด เหลือผู้รอดชีวิตแปดคน ผู้บ่ายหน้าไปทางใต้เพื่อมุ่งหน้าไปหาแหล่งชุมชน โดยมีฝูงหมาป่าลึกลับ ที่มีขนาดและความดุดันราวกับหมาป่ายุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่คอยตามล่าเพื่อที่จะขย้ำพวกเขาทุกฝีก้าวที่พวกเขาเดินอยู่ในอณาเขตของพวกมัน

The Grey กำกับการแสดงโดย โจห์ คานาฮาน ผู้กำกับที่เรียกว่าเป็น เทพของหนังแอ็คชั่น ในวงการฮอลลิวู้ด ที่ผมค่อนข้างชื่นชอบคนนึงเลยก็ได้ เพราะพี่แกนี้แหละที่เป็นคนกำกับหน่วยทีมพิฆาตสุดมันส์อย่างไม่แคร์ใครใน The A-Team และยังเป็นคนที่กำกับให้เหล่า CIA และ โจรทั้งหลาย มาฟัดกันอยู่บนตึกระฟ้าสุดมันส์ และ กวน ใน Smokin’ Aces อีกด้วย แต่ว่าในผลงานการกำกับเรื่องใหม่ของเขาอย่าง The Grey นั้นจะค่อนข้างฉีกแนวความเป็นตัวของเขาไปมากพอสมควร เพราะในหนังเรื่องนี้กลับมาในแนว ดราม่า ทริลเลอร์ ซะมากกว่าจะแอ็คชั่นมันส์แบบล้างผลาญเหมือนเรื่องที่แล้ว โดยด้านนักแสดงก็ยังได้ คู่หู คนใหม่ติดมาเช่นเคยกับ เลียม นีสัน ที่ร่วมแสดงหนังด้วยกันเป็นครั้งที่ 2 แล้วหลังจาก The A-Team และคงมีครั้งที่สามตามมาแน่นอน

โดยสิ่งที่ผู้กำกับ โจห์ คานาฮาน สามารถมอบให้คนดูได้สำเร็จใน The Grey เลยคือ การที่หนังเล่นกับสถานการณ์ที่ บีบคั้น พร้อมกับ สถานที่ ที่ค่อนข้างปิดตาย ผลของหนังที่ออกมานั้นจึงเป็นความ ระทึกขวัญ แบบที่ทำให้หัวใจเต้นรัวๆแทบตลอดทั้งเรื่อง เพราะเราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เจ้าหมาป่า นั้นมันจะมาขย้ำเหยื่อเมื่อไหร่ โดยในด้านของความระทึกขวัญเหล่านี้ถือว่าผู้กำกับ โจห์ คานาฮาน สามารถปล่อยทั้งจังหวะฉากตกใจ และ อารมณ์ลุ้น ตื่นเต้น พร้อมกับให้คนดูรู้สึกเอาใจช่วยตัวละครทั้ง 7 คนออกมาได้กำลังดี แต่ว่าสิ่งที่ชอบใน The Grey ที่สุดจริงๆไม่ได้อยู่ที่ ความระทึกขวัญ หรือ ฉากตื่นเต้นทั้งหลาย

แต่มันอยู่ที่เรื่องราว และ ประเด็น เกี่ยวกับว่า ทุกวันนี้ที่เราสู้กับปัญหาต่างๆเพื่อให้มีชีวิตอยู่นั้น เราสู้ไปเพื่ออะไร และคำตอบที่หนังให้มานั้นก็คือ เราสู้สำหรับคนที่เรารัก เราสู้สำหรับครอบครัว และท้ายสุดคือเราต้องสู้เพื่อตัวเอง โดยหนังให้ หมาป่า ทั้งหลายนั้นเปรียบเสมือนกับ ปัญหาชีวิต ที่เข้ามารุมเร้าในชีวิตจริงไม่ว่าจะเป็นทั้ง หนีสิน เงินทอง หรือว่าปัญหาชีวิตคู่ โดยถ้าหากใครที่ยอมแพ้ให้กับปัญหาเหล่านี้ก็คงเลือกที่จะ ‘ฆ่าตัวตาย’ และเปรียบเสมือนกับการรอให้พวก หมาป่า นั้นมาขย้ำ แต่ถ้าหากใครที่เลือกที่จะสู้เพื่อครอบครัว และ คนที่เรารัก ก็จะเปรียบเสมือนกับ ตัวเอกทั้งหลาย ที่ต้องต่อสู้ และ ดิ้นรนไปกับเหล่าหมาป่าจอมโหด เพื่อที่พวกเขานั้นจะได้กลับบ้านไปหาคนที่รอเขาอยู่ไม่ว่าจะเป็น ลูกสาว ภรรยา และคนในครอบครัว ที่คุ้มที่จะต่อสู้เพื่ออยู่รอด

แถม The Grey นี้ก็ยังเป็นหนังที่เหล่า นักเดินป่า หรือว่าคนที่ต้องการไปสำรวจ ภูเขาหิมะ นั้นควรดูเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่านอกจากจะได้ความสนุกแล้ว หนังยังมีสาระเกี่ยวกับการเอาชีวิตรอดในป่า และเมื่อเจอสัตว์อันตรายมากมายอีกด้วย แต่ยังไงก็ตาม ก็ยังมีอยู่ประมาณ 2 เหตุผลที่คุณอาจจะไม่ชอบ The Grey และเหตุผลที่ 1 นั้นคือ ถ้าคุณคาดหวังให้มันเป็นหนังแอ็คชั่นเหมือนที่ตัวอย่างขายคุณก็จะผิดหวังแน่ๆ เพราะหนังมาในรูปแบบ นิ่งๆ และรอปล่อยจังหวะระทึกมากกว่า และข้อที่ 2 นั้นคือในด้านตอนจบของหนัง ที่เสียงมักจะแตกออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างแน่นอน ซึ่งตอนจบจะเป็นอย่างไรติดตามได้ในโรงภาพยนตร์

โดยสรุปแล้ว The Grey ถือว่าเป็นหนังดราม่า ระทึกขวัญ ที่ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดี ที่ผู้กำกับรู้จักใส่จังหวะ ฉากตกใจ และ ฉากลุ้นๆ ออกมาได้อย่างเข้าท่า ผสมไปกับประเด็นเรื่องราวของ คุณค่าของการมีชีวิตอยู่ + สาระการเอาตัวรอดในป่าหิมะ ที่ทำให้หนังเล็กๆเรื่องนี้ มีทั้งความสนุกและสาระอยู่ในตัวเลยครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ