This Means War – สนุกแบบไม่มีเหตุผล!

Home / วิจารณ์หนัง / This Means War – สนุกแบบไม่มีเหตุผล!

This Means War สงครามหัวใจ คู่ระห่ำพยัคฆ์ร้าย

คงเป็นความฝันของผู้หญิงทั้งโลก หากมีผู้ชาย 2 คน ที่เรารู้สึกถูกชะตาด้วยทั้งคู่ เข้ามารุมจีบเราในช่วงเวลาเดียวกัน ไม่เกี่ยวกับว่ารูปร่างหน้าตาของคุณเป็นอย่างไร เพราะการมีใครสักคนคงเคียงข้างนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่แท้ที่จริงมันเป็นเรื่องน่ายินดีหรือน่าอึดอัดใจกันแน่ หากอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือก อย่างที่ลอเรนประสบในหนังเรื่อง This Means War

This Means War กำกับโดย แม็คจี ที่เคยสร้างชื่อจากหนัง Charlie?s Angels เมื่อปี 2000 จนได้จับงานใหญ่อย่าง Terminator Salvation เมื่อปี 2009 แต่เสียงตอบรับจากผู้ชมนั้น ออกมาไม่ค่อยดีนัก และครั้งนี้ แม็คจี กลับมากับผลงานล่าสุดที่หน้าหนังดูจะเป็นสไตล์ที่เขาถนัดอีกครั้ง!

This Means War เป็นเรื่องราวของ 2 สายเพื่อนซี้ เอฟดีอาร์ (คริส ไพน์) และทัค (ทอม ฮาร์ดี้) ซึ่งทั้ง 2 เป็นเจ้าหน้าที่ของ CIA ฝีมือดี คู่ถือว่าเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ด้วยกันทั้งคู่ แต่ต่างกันที่ ฟอสเตอร์ ดูจะรู้จักกลเม็ดในการบริหารเสน่ห์ต่อสาวๆ มากกว่าทัค ใน ขณะที่สาวผู้เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวอย่างลอเรน (รีส วิเธอร์สปูน) เป็นสาวที่โดดเด่นในเรื่องงาน แต่ไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก แต่ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนสาวสุดซี้อย่าง ทริซ ( เชลซี แฮนด์เลอร์) ทำให้ลอเรนได้มีโอกาสพบกับ 2 หนุ่ม เอฟดีอาร์และทัค ซึ่งทั้ง 2 ต่างสนใจในตัวลอเรนเช่นเดียวกัน ในระหว่างเพื่อนเรื่องอื่นๆ คงยอมให้กันได้ แต่กับเรื่องความรักไม่มีใครยอมใคร การต่อสู้ช่วงชิงเพื่อให้ได้ใจของลอเรนระหว่างเพื่อนจึงเริ่มขึ้น

หากมองเฉพาะความบันเทิงที่หนังมอบให้เพียงอย่างเดียว This Means War ก็ถือว่าสามารถตอบโจทย์ในเรื่องนี้ได้เต็มที่ และในเมื่อเป็นเรื่องราวของการชิงรักหักสวาทเพื่อให้ได้ใจเธอมาครอง ของ 2 เพื่อนซี้เจ้าเสน่ห์แห่ง CIA แล้วละก็ ไม่ต้องเดาเลยว่าเรื่องราวจะดำเนินไปในทิศทางใด

มาดเท่ๆ ท่าทางพฤติกรรมที่แสดงออก ประโยคเด็ดจีบสาว กลเม็ดการมัดใจต่างๆ การขัดขวางแผนการจีบสาวของทั้ง 2 ฝ่าย ฯลฯ ที่ถูกปล่อยออกมาอย่างเต็มที่สามารถเรียกเสียงฮาและรอยยิ้มจากผู้ชมได้ไม่ยาก การดำเนินเรื่องที่ไม่อืดอาด รวมถึงมุขต่างๆ ในหนัง ก็เป็นสิ่งที่หนังนำเสนอออกมาได้ดี (หากไม่คิดมากเรื่องความสมเหตุสมผล) ส่งผลให้ตลอดการชมเต็มไปด้วยความสนุกสนาน แต่?ทั้งหมดคือก่อนที่หนังจะเดินทางเข้าสู่ช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย! ที่ทำให้หนังสะดุดลง

This Means War สงครามหัวใจ คู่ระห่ำพยัคฆ์ร้าย

หนังเน้นหนักไปยังความสัมพันธ์ของตัวละคร 2 ชาย 1 หญิง ที่เริ่มซับซ้อนจนบานปลาย และละเลยการให้น้ำหนักของการทำหน้าที่สายลับ CIA ที่ได้วางปมไว้ตั้งแต่ต้นเรื่อง ตัวร้ายในเรื่องมีมิติที่แบนราบ ไม่ต่างจากตัวประกอบตัวหนึ่ง ในขณะที่หนังพยายามล่อหลอกคนดู เพื่อให้คาดเดาไม่ถูกว่าสุดท้ายแล้วฝ่ายหญิงจะเลือกผู้ชายคนไหนและเรื่องราวจะลงเอยอย่างไร แต่กลับทำได้ไม่ประณีตพอ

เพราะถ้าสังเกตสักนิดผู้ชมก็สามารถเดาตอนจบของเรื่องได้เลย เมื่อหนังเผยให้เห็นว่าสายลับ 1 ใน 2 คนนี้ เคยมีครอบครัวมาก่อนแล้ว! เพียงแต่การดำเนินไปสู่ทางออกของเรื่องทั้งความรักและหน้าที่การงาน เป็นไปอย่างเร่งรีบและไม่มีชั้นเชิง! ส่วนหนึ่งมาจากการตัดต่อที่รู้สึกขาดๆ เกินๆ จนส่งผลต่อหนังในภาพรวม (เน้นว่าครึ่งหลังของเรื่อง) นั่นรวมไปถึงฉากจบที่ทำได้ดีแล้ว แต่ประโยคที่เอฟดีอาร์เผยความลับกับทัคในตอนท้าย กลับเป็นการฆ่าตัวตายของหนังที่ทำให้ออกจากโรงด้วยความรู้สึกที่เป็นลบ!

ในส่วนของฉากแอ็คชั่นที่น่าจะเป็นจุดขายหนึ่งของเรื่อง นั้นได้รับการออกแบบมาอย่างลวกๆ รู้สึกได้เลยถึงการประดิดประดอยที่มักง่ายเกินไปและไร้เหตุผล! แต่ละฉากถูกสร้างขึ้นมาเพื่อโชว์เท่โดยเฉพาะ เพื่อแสดงให้ผู้ชมเห็นว่าพระเอกสองคนนั้นเก่งกาจจนสามารถปฏิบัติภารกิจโดยไม่ต้องมีฝ่ายสนับสนุน มีเพียงกำปั้นและปืนเท่านั้น แต่กับการจีบหญิงนั้นกลับใช้เทคโนโลยีล้ำยุคจนกลายหนังแฟนตาซีไป!

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พอจะชดเชยและช่วยให้เราตามหนังไปได้เรื่อยๆ ก็คือ เสน่ห์ของตัวละครในเรื่อง ทั้ง คริส ไพน์ และ ทอม ฮาร์ดี้ ต่างทำหน้าที่ของตนได้ดี ดูดีในทุกฉาก ซึ่งน่าจะได้ใจสาวๆ ไปเต็มๆ แต่สำหรับดารานำหญิงยอดเยี่ยมออสการ์ รีส วิเธอร์สปูน ในเรื่องนี้ ถือว่าทำหน้าที่ได้เสมอตัว เสน่ห์ของเธอในเรื่องนี้ไม่ได้มีพลังมากพอ ที่จะทำให้เชื่อว่าสามารถทำให้ 2 หนุ่ม ต้องมาต่อยตีกันเพื่อเธอได้ แต่ที่เด็ดสุดคือ เชลซี แฮนด์เลอร์ ที่รับบททริซเพื่อนของลอเรน ที่การแสดงของเธอเรียกเสียงฮาได้ทุกฉาก ถือว่าเป็นจอมขโมยซีนและทำช่วยทำให้มองข้ามข้อเสียของเรื่องไปได้

This Means War เป็นผลงานที่ไม่เลวร้ายแต่ก็ยังไม่ดีเด่นเท่าผลงานในอดีตที่ผู้กำกับแม็คจีเคยฝากไว้ ในภาพรวมจัดเป็นหนังที่ให้ความบันเทิงอย่างเต็มที่ สนุกแบบไม่มีเหตุผล! ไม่มีเหตุผลในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า ไม่รู้จะหาคำมาอธิบายความสนุกอย่างไร แต่คือหนังหาความสมเหตุสมผลไม่ได้ต่างหาก!

This Means War ผมให้ 2 ดาว (เต็ม5)

โดย Charthree
http://charthree.wordpress.com