The Good Doctor : จรรยาบรรณ ของ หมอ มันยากเกินที่จะเป็น คำอธิบาย

Home / วิจารณ์หนัง / The Good Doctor : จรรยาบรรณ ของ หมอ มันยากเกินที่จะเป็น คำอธิบาย

เข้าฉายตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วเฉพาะในเครือ เมเจอร์ กับหนังดราม่าเรื่องล่าสุดของพระหนุ่มหล่ออย่าง ออแลนโด้ บลูม ที่มาคราวนี้ก็หยิบเอาเรื่องหมอๆ มาเล่น ซึ่งตัวหนังถ้าหากดูจากตัวอย่างนั้นก็ค่อนข้างดึงดูดคนดูให้อยากรู้เรื่องต่ออย่างมาก โดยหนังดราม่าหมอๆเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรในความเห็นผม ไปอ่านเลยครับ

มาร์ติน คุณหมอหนุ่มที่เงียบขรึมและเก็บตัว ในช่วงปีแรกของการเป็นแพทย์ฝึกหัด เขาพยายามทำให้ทุกคนในโรงพยาบาลประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าทีมแพทย์ เวย์แลนด์ (ร็อบ มอร์โรว์), แดน (ทรอย แกริตี้) แพทย์ฝึกหัดที่มั่นใจในตัวเอง และ เทเรซ่า (ทาราจิ พี เฮนสัน) นางพยาบาลที่จริงจังกับงานที่ทำ แต่เมื่อ ไดแอน (ไรลี่ คีโอ) คนไข้สาวเข้ามารักษาอาการไตติดเชื้อ เธอก็ได้มอบความมั่นใจในตัวเองให้ มาร์ติน เขาชอบที่ได้เป็นแพทย์ผู้ดูแลเธอ และเริ่มที่จะมีความรู้สึกดีๆกับเธอ อย่างไรก็ตามความกระตือรือร้นของเขาก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นความหลงใหล และ รักที่ก้าวล้ำ เกินจรรยาบรรณแพทย์

The Good Doctor กำกับการแสดงโดย แลนซ์ เดลี่ ผู้กำกับหนังแนวอินดี้ ที่เมื่อ 4 ปีก่อนนั้นเคยฝากเอาผลงานหนังแนวดราม่า จนกวาดคำวิจารณ์มามากพอสมควรไปแล้วกับหนังเรื่อง Kisses โดยมาในปีนี้ เขาขอหยิบเอาเรื่องเกี่ยวกับ จรรยาบรรณ ของอาชีพหมอ มาสร้างเป็นหนัง โดยสิ่งที่หนังเรื่อง The Good Doctor พยายามที่จะเน้นหนักนั้นเรื่องประเด็นของ ‘จรรยาบรรณ’ ซึ่งคำว่า จรรยาบรรณ ที่หนังเสนอออกมานั้น ไม่ได้เสนอออกมาเฉพาะอาชีพ หมอ แต่ว่าหนังพยายามพูดโดยรวมแบบกว้างๆว่า ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไรก็ตาม สิ่งแรก และ เป็นสิ่งที่คุณจำเป็นต้องมีคือ จรรยาบรรณ โดยหนังเรื่องนี้เสนอให้เห็นว่า แม้แต่อาชีพ หมอ ที่เป็นผู้มีความรู้ มีความสามารถ บางทีเมื่อเจอ ความรัก หรือ ความใคร่ และ ลุ่มหลง เข้าให้ จรรยาบรรณ ต่างๆก็จะหายไปทันที

โดยในเวลาเดียวกันนั้น หนังก็สามารถหยิบยกเอาอาชีพอื่นๆมาเปรียบเทียบกับอาชีพหมอได้ด้วย ว่า ถ้าหากอาชีพที่คนมีความรู้สูงๆอย่าง หมอ นั้นยังไม่สามารถมี จรรยาบรรณ ในการทำงาน จะไปนับประสาอะไรกับอาชีพอื่นๆ ซึ่งในด้านของประเด็น จรรยาบรรณ ที่กล่าวมานั้นถือว่าเป็นประเด็นที่ค่อนข้างน่าสนใจ และ หนังสามารถนำไปต่อยอดให้ดีมากกว่านี้ได้ทีเดียว แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายเพราะเมื่อเอาเข้าจริงๆแล้ว หนังกลับเล่นกับประเด็นเรื่องของ จรรยาบรรณ นี้แค่ ผิวเผิน เท่านั้น แต่ไม่เน้นหนัก หรือ จับประเด็นมากสักเท่าไหร่ เพราะหนังมัวแต่วนเวียนอยู่กับเรื่องราว ความรัก ความใคร่ ของคุณหมอ คนไข้ อยู่นาน

นานจนทำให้ตัวหนังใน ชั่วโมงแรก นั้น ตัวบทไม่ได้มีอะไรคืบหน้าไปเกินกว่าการที่ คุณหมอ มาร์ติน ต้องการให้คนไข้อยู่ในโรงพยาบาลต่อ ซึ่งยังดีที่ตอนหลังนั้นมีการใส่เรื่องราวของการท้าทาย ในคำว่า จรรยาบรรณ เข้ามาอยู่บ้าง ซึ่งในด้านของการแสดง ที่ในไทยเรานั้นได้โปรโมทไว้ว่า เป็นการแสดงที่ดีที่สุดของ ออแลนโด้ บลูม โดยเมื่อได้ดูหนังจริงๆนั้นก็ต้องขอชมว่า การแสดงของ ออแลนโด้ บลูม ในเรื่องนี้ค่อนข้างสูงกว่า มาตรฐาน และ ดูเหมือนว่าเจ้าตัวนั้นจะอินไปกับบทของ คุณหมอมาร์ติน ด้วยเช่นกัน แตกต่างจาก นางเอก ของเรื่องอย่าง ไรลี่ คีโอ ในบทของ คนไข้ ที่บทไม่ค่อยส่ง

แต่หนังเรื่องนี้คงเหมาะกับคนที่ต้องการดูหนังดราม่า ที่เสนอเรื่องราวของ จรรยาบรรณ ในแต่ละอาชีพ ซึ่งตัวหนัง และ การเล่าเรื่อง นั้นก็ออกมาค่อนข้างเพลินๆไม่ถึงกับน่าเบื่อจนเกินไป ซึ่งน่าจะถูกใจเป็นพิเศษกับคนที่ทำงานในอาชีพของ หมอ เพราะว่าหนังจะเป็นการตอกย้ำเข้าไปอีกว่า เมื่อเราทำงานในอาชีพสูงๆนั้น จรรยาบรรณ ก็ต้องสูงด้วย

สรุป The Good Doctor ถือได้ว่าเป็นหนังดราม่าที่ดูเพลินๆ ไม่ถึงกับน่าเบื่อ ที่มีประเด็นเรื่องของ จรรยาบรรณ และ การแสดง เป็นจุดขาย แต่ก็น่าเสียดายที่หนังไม่สามารถพาเอาประเด็น จรรยาบรรณ ไปถึงจุดสุดยอดของหนังได้ โดยรวมแล้วมันจึงกลายเป็นหนังดราม่า ที่มีประเด็นเล็กๆน้อยๆ เบาๆบางๆ เข้ามา

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ