Mirror Mirror : จอมโจรสโนว์ไวท์ กับ ราชินีบานฉ่ำ และ ลิลลี่ คอลลินส์ ผู้มีเสน่ห์

Home / วิจารณ์หนัง / Mirror Mirror : จอมโจรสโนว์ไวท์ กับ ราชินีบานฉ่ำ และ ลิลลี่ คอลลินส์ ผู้มีเสน่ห์

ในทีแรก สโนว์ไวท์ เวอร์ชั่นเทพนิยายจ๋าๆของผู้กำกับ ทาร์เซ็ม ซิงห์ เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในสายตาเลยสักนิด ถึงแม้ว่าจะมีเจ้าแม่ฮอลลีวู้ดอย่าง จูเลียร์ โรเบิร์ต มารับบท ราชินีชั่วร้าย ก็ตาม แต่ว่าความเห็นจากคนดู และ คนรู้จักหลายๆคนเชียร์ให้ไปดู ก็เป็นธรรมดาของเราที่จะไม่มีวันพลาดหนังที่คนเชียร์อยู่แล้ว

หลังจากที่พระราชาหายตัวไป ราชินี ก็ได้ครอบครองอาณาจักรเป็นของตัวเอง และก็เก็บลูกเลี้ยงวัย 18 สโนว์ไวท์ ขังเอาไว้ในปราสาท แต่เมื่อ สโนว์ไวท์ ได้รับความสนใจจากเจ้าชายหนุ่มรูปงามจากต่างเมือง ราชีนีก็ได้เนรเทศ สโนว์ไวท์ ไปอยู่ในป่า และ สโนว์ไวท์ ได้รับความช่วยเหลือจากการคนแคระทั้งเจ็ด ซึ่งพวกเขาก็สอนเธอให้เป็นผู้หญิงที่มีความกล้าและมั่นใจ เพื่อที่จะกลับไปช่วงชิงอาณาจักรคืนมา ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนใหม่ทั้ง 7 รวมถึงเจ้าชายที่พบกับเธออีกครั้ง สโนว์ไวท์ ต้องผจญภัยในโลกที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ ที่จะจับเอาหัวใจและจินตนาการที่ไร้จุดสิ้นสุดของตำนานสโนว์ไวท์

โดยในปีนี้ มีหนังที่ดัดแปลงมาจากหนังสือเรื่อง สโนว์ไวท์ อยู่ 2 เรื่องด้วยกัน ซึ่งเรื่องนี้คือเรื่องแรกที่เข้าฉายตัดหน้าอีกเรื่องไปก่อนอยู่หลายเดือน (ซึ่งอีกเรื่องนั้นคือ สโนว์ไวท์ เวอร์ชั่น แอ็คชั่น ในชื่อ Snow White And The Huntsman) โดย สโนว์ไวท์ เรื่องนี้ได้ชื่อว่า Mirror Mirror ที่เป็นผลงานการกำกับชิ้นที่ 4 ของผู้กำกับชาวอินเดียอย่าง ทาร์เซ็ม ซิงห์ ที่หลังจากปลายปีที่แล้วเขาเพิ่งพาเราไปสู้รบกับเทพเจ้าใน Immortals มาแปปๆ ในปีนี้เขากลับมาพร้อมกับผลงานชิ้นใหม่อย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นจุดขายของผู้กำกับไปแล้วคงหนีไม่พ้นด้านของ เครื่องแต่งกาย กับ ฉากที่แสนอลังการ ซึ่งใครที่ได้ติดตามผลงาน 2 เรื่องก่อนหน้านั้นของเขาอย่าง Immortals และ The Fall จะรู้เลยว่า งานคอนเซปอาร์ท ของผู้กำกับคนนี้มันเพี้ยนแค่ไหน

แต่ที่ผมใช้คำว่า เพี้ยน หน่ะ มันกลายเป็นเพี้ยนไปในทางที่ดี เพราะว่าสิ่งที่ โดดเด้ง ออกมาเกินหน้าหนังใน Mirror Mirror เลยนั้นคือ เครื่องแต่งกาย ที่ผู้กำกับ ทาร์เซ็ม ซิงห์ ยังคงจัดเต็มในด้านความเลิศหรู และ อลังการ พร้อมไปกับ ฉาก ของหนังที่เหมือนถอดแบบ คอนเซปอาร์ท สวยๆหรูๆ ในงานโชว์รูปภาพศิลปะจากสักแห่งมา จึงปฏิเสธไม่ได้เลยที่จะพูดว่า แค่ตีตั๋วเข้าไปดู เครื่องแต่งกาย และ ฉาก ของหนังก็ถือว่าคุ้มแล้ว โดยที่พูดแบบนี้ก็อย่าเพิ่งคิดไปว่า ด้านตัวหนังนั้นจะไม่สนุก เพราะเอาเข้าจริงๆ Mirror Mirror ถือได้ว่าเป็นหนังแนว แอ็คชั่น แฟนตาซี คอมเมดี้ ที่สนุกเกินคาดเรื่องแรกของปีสำหรับผมเลยก็ว่าได้

โดยในทีแรกที่เห็นจากตัวอย่าง ก็นึกว่าทั้งด้าน มุกตลก และ ฉากแฟนตาซี ทั้งหลายของหนังจะไม่เวิร์ค แต่ที่ไหนได้ พอได้ดูในตัวหนังจริงๆมันกลับค่อนข้างโอเคมากกว่าที่คิด เนื่องจากผู้กำกับ ทาร์เซ็ม ซิงห์ สามารถปล่อยจังหวะ มุกตลกๆ และ ฉากผจญภัย สนุกๆตามสไตล์นิยายแฟนตาซีออกมาได้ค่อนข้างถูกจังหวะ ผสมผสานไปกับเหล่าทีมนักแสดงชื่อดังมากมาย โดยเฉพาะนักแสดงที่สามารถฉายแสง และ เด่นเป็นประกายมากที่สุดของเรื่องอย่าง ลิลลี่ คอลลินส์ ในบท สโนว์ไวท์ ที่เธอสามารถนำเอาตัวละคร สโนว์ไวท์ ที่เราเคยเห็นมามากมายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใน อนิเมชั่น หรือ การ์ตูนตามทีวีเคเบิ้ล

ออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้อย่าง น่ารัก และ มีเสน่ห์ และเชื่อเลยว่าหนุ่มๆทั้งหลายคงจะเทใจไปให้ สโนว์ไวท์ คนนี้มากกว่า สโนว์ไวท์ง่วงนอน อีกเวอร์ชั่นแน่ๆครับ ซึ่งในด้านของ ราชินีรายรั่ว อย่าง จูเลียร์ โรเบิร์ต ในเรื่องนี้ก็ถือว่า รั่ว ได้อย่างมีสไตล์ และ ค่อนข้างเรียกเสียงฮาได้มากพอสมควร แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็คงพูดได้ไม่เต็มปากว่า Mirror Mirror จะเป็นหนังที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย เพราะถ้าคุณเป็นคนที่ค่อนข้างเส้นลึกนิดนึง และ ไม่ชอบมุกตลกๆสไตล์แฟนตาซี ที่เน้นการปล่อยมุกเป็น คำพูดต๊องๆ หรือ วีรกรรมไร้สาระ ต่างๆเช่น เดินชนต้นไม้ หรือ หกล้ม หนังเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่เหมาะกับคุณ

แต่อย่างไรก็ตามโดยสรุปแล้ว Mirror Mirror ถือได้ว่าเป็นหนัง สโนว์ไวท์ เรื่องแรกของปีนี้ที่ทำออกมาได้ค่อนข้างโอเค โดยเน้นจุดขายที่ เสื้อผ้าหน้าผม ฉากอลังการ นักแสดง และ มุกตลกแนวแฟนตาซี ที่ผู้ใหญ่ใจเด็กหลายๆคนก็อดขำไม่ไหว และ อมยิ้มไปด้วย แต่จุดเด่นสุดของหนังคงตกอยู่ที่ สโนว์ไวท์ จริงๆ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ