The Hunger Games : แม้ว่าคุณจะไม่เคยอ่านหนังสือมาก่อน คุณก็ยังสนุกได้

Home / วิจารณ์หนัง / The Hunger Games : แม้ว่าคุณจะไม่เคยอ่านหนังสือมาก่อน คุณก็ยังสนุกได้

เป็นหนังที่ทั้ง นักวิจารณ์ และ คนดู นั้นจับตามองมากที่สุดในปี 2012 นี้เลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นความเห็นจากนักวิจารณ์ หรือ คนดู ต่อหนังสือนั้นก็ต่างออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นหนังสือที่สมควรเอามาสร้างเป็นหนังมากที่สุด โดยผมนั้นได้มีโอกาสดูรอบสื่อมาเมื่อวานนี้ครับ ความเห็นเป็นอย่างไรไปอ่านเลย

จากวรรณกรรมเยาวชนที่โด่งดังที่สุดแห่งยุค สู่การผจญภัยบทแรกในโลกอนาคตที่อารยธรรมล่มสลาย เมื่อเด็ก 24 คนที่ถูกคัดเลือกต้องสู้กันเพื่อเอาชีวิตรอดเป็นคนสุดท้ายใน The Hunger Games นำแสดงโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ นักแสดงดาวรุ่งพุ่งแรงที่เพิ่งเข้าชิงออสการ์จาก Winter?s Bones และล่าสุดในหนังบล็อคบัสเตอร์ X-Men: First Class ร่วมด้วย จอช ฮัทเชอร์สัน จาก Journey 3D, The Kids Are All Right และ เลียม เฮมส์เวิร์ธ น้องชาย คริส เฮมส์เวิร์ธ จาก Thor เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคมเป็นต้นไป ทั้งในระบบฟีลม์ปกติ , ดิจิตอล และในระบบ 4DX ที่พารากอนที่เดียวเท่านั้น

The Hunger Games กำกับการแสดงโดยผู้กำกับที่เคยเข้าชิงรางวัลออสการ์อย่าง แกร์รี่ โรส จากหนังดราม่าเรื่องเกี่ยวกับม้าใน Seabiscuit โดยเขาได้ถูกวางตัวจาก Liongates ให้เป็นผู้กำกับที่จะมาทำหน้าที่นำเอาหนังสือที่ขายดี และ โด่งดังไม่แพ้ Twilight อย่าง The Hunger Games มาทำเป็นหนัง โดยส่วนตัวผมไม่ได้อ่านหนังสือก่อนจะมาดูหนังเรื่องนี้เลยสักนิดเดียว พอจะรู้แต่ชื่อเสียงแบบคร่าวๆเท่านั้น ซึ่งก่อนอื่นที่ต้องบอกเลยนั้นคือ อย่าคาดหวังว่า The Hunger Games จะเป็นหนังแนวแอ็คชั่น เพราะมิฉะนั้นคุณจะผิดหวังได้ง่ายๆ เพราะจริงๆแล้ว The Hunger Games มันเป็นหนังแนวดราม่า ที่มีแทรกเรื่องราวของความเป็น แอ็คชั่น และ โรแมนติค เข้าด้วยกัน ซึ่งถ้าหากจะเปรียบเทียบว่า The Hunger Games เป็น Battle Royale ของมะกันก็ไม่ผิด

เพราะหนังได้รับกลิ่นไอ และ อิทธิพล มาค่อนข้างมากจาก Battle Royale เปลี่ยนแค่ที่ว่า Battle Royale นั้นเป็นนักเรียนที่รู้จักกันมาฆ่าแกงกัน ส่วน The Hunger Games เป็นกลุ่มวัยรุ่นจากที่ไหนก็ไม่รู้มาฆ่าแกงกันเองเพื่อชิงความอยู่รอด โดยผลปรากฏที่ออกมาจาก The Hunger Games ผมกลับรู้สึกค่อนข้างชอบมากกว่า Battle Royale ซะงั้น เพราะด้วยการกำกับของ แกร์รี่ โรส ที่สามารถดำเนินเรื่องได้น่าติดตาม ในขณะเดียวกัน ผู้กำกับก็สามารถ ปูบท และ ปุมหลัง ของเหล่าตัวละครออกมาได้อย่างสมเหตุสมผล และในทุกๆฉากการตายของตัวละครนั้นก็ออกมาค่อนข้าง สะเทือนใจ และ สลดใจ ไม่แพ้ Battle Royale

พร้อมไปทั้งการที่หนังสามารถใส่ทั้งประเด็นเรื่องราวของ โลกมายา , ชีวิต และ การเอาตัวรอด ออกมาได้ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ผ่านตัวละครหลักของเรื่องอย่าง แคตนิส ที่รับบทโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ที่หลังจากเคยเข้าชิงออสการ์จากบทสาวน้อยสู้เพื่อพ่อไปเมื่อ 2 ปีก่อน ปีนี้เธอกลับมาในบทของ สาวห้าว ที่สามารถดึงเอาตัวละคร แคตนิส จากหน้ากระดาษมาสู่จอโลกภาพยนตร์ได้อย่าง มีชีวิตชีวา และ เป็นธรรมชาติ อย่างมาก หนำซ้ำตัวละครรองของหนังอย่าง พีต้า ที่รับบทโดย จอช ฮัทเชอร์สัน ในเรื่องนี้การแสดงของเขาก็ค่อนข้าง เกินคาด มากๆ โดยตัวละคร พีต้า นี้น่าจะไม่ทำให้แฟนหนังสือผิดหวังครับ

ซึ่งถ้าหากใครกลัวจากที่ผมบอกไว้ว่า The Hunger Games นั้นเป็นหนังดราม่า ผสมแอ็คชั่น และ โรแมนติค แล้วกลัวว่าตัวหนังมันจะน่าเบื่อ หรือว่าออกมาในแนวทางเดียวกับ Twilight นั้นก็ขอให้เลิกคิดได้เลยครับ เพราะว่าเมื่อได้ชมนั้น มันดีกว่าที่คาดไว้มาก เพราะถึงแม้ว่า ฉากแอ็คชั่น และ ความโรแมนติค ของตัวหนังนั้นจะออกมาค่อนข้างน้อย แต่ว่าในแต่ละฉากที่ออกมานั้นก็ต้องขอยอมรับว่า เนื่องจากตัวบทที่ผู้กำกับ แกร์รี่ โรส ได้ปูมาดี มันจึงเป็นสิ่งที่ทำให้ ฉากแอ็คชั่น และ ฉากโรแมนติค อันเล็กน้อยเหล่านี้ดู ทรงพลัง และ เข้าถึงได้ไม่ยาก เลยสักนิดเดียว ถึงแม้ว่าคุณจะไม่เคยอ่านหนังสือมาก่อนครับ

แต่อย่างไรก็ตาม จะเรียกว่าเป็นข้อเสียก็ไม่เชิง แต่ขอเรียกว่า ความเห็นต่อไปนี้คือ ความเห็นจากคนที่ไม่เคยอ่านหนังสือจะดีกว่า เพราะสิ่งแรกที่ผมพบในหนังเรื่องนี้เลยถ้าหากคุณไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อน (เช่นผม) นั้นคือ คุณจะไม่ค่อยอินไปกับเรื่องราวของ ความรัก และ ความผูกพันธ์ ที่ แคตนิส มีให้แก่ น้อง และ ครอบครัว หรือแม้แต่ความรักๆใคร่ๆ ของ แคตนิส และ พีต้า หรือ เกล ซึ่งผมคาดว่าในหนังสือน่าจะ ปูบท เกี่ยวกับความสัมพันธ์เหล่านี้ได้ดีกว่าแน่นอน และในข้อที่ 2 สำหรับคนที่ไม่ได้อ่านหนังสือนั้นคือ คุณอาจจะไม่ได้รู้สึก ตกตะลึง และ ตื่นเต้น ไปกับ การแข่งขัน หรือ ฉากที่เปิดตัวชุด สาวน้อยผู้มากับไฟ

หรือว่าแม้แต่ฉากเปิดตัวเมืองหลวง แคปปิเติ้ล สักเท่าไหร่ เพราะถ้าคุณเคยอ่านหนังสือมาก่อนน่าจะตกตะลึงไปมากกว่านี้ ประมาณว่า แฟนหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ได้เห็น ปราสาทฮอกวอร์ต เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ (อันนี้ลองถามจากคนที่อ่านหนังสือก่อนไปดู ว่าเขามีความเห็นอย่างไรต่อ The Hunger Games) แต่ยังไงก็ตามที ถึงแม้ว่าคุณจะได้อ่านหนังสือ หรือ ไม่ได้อ่านหนังสือ มาก่อนดูหนัง ความรู้สึก ที่มีต่อหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีความแตกต่างจนน่าเกลียดสักเท่าไหร่ เพราะถ้าหากคุณยังไม่ได้อ่านหนังสือคุณยังสามารถ มันส์ และ ตื่นเต้น ไปกับเรื่องราวความรัก ฉากแอ็คชั่น และการดำเนินเรื่องของหนังได้อยู่ดี

โดยสรุปแล้ว The Hunger Games ถือว่าเป็นหนังแนวดราม่า ผสมแอ็คชั่น และ โรแมนติค ที่ทำออกมาได้ค่อนข้างลงตัว ทั้งในด้านของ ตัวบท นักแสดง และฉากแอ็คชั่น ผสม โรแมนติค ที่ออกมาน้อย แต่ว่าปล่อยค่อนข้างหนัก แต่ถ้าหากใครไม่เคยอ่านหนังสือมาก่อนอาจจะไม่ค่อยอินในบางฉากก็เป็นได้ครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ