Always 3 บทสรุปของถนนแห่งความสุข

Home / วิจารณ์หนัง / Always 3 บทสรุปของถนนแห่งความสุข

Always 3 ถนนสายนี้ หัวใจไม่เคยลืม

เดินทางมาสู้ภาคสุดท้ายแล้วสำหรับ Always sunset on third street ภาพยนตร์ชุดที่ดัดแปลงเนื้อหามาจากการ์ตูนมังงะที่ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายทั้งในญี่ปุ่นและเอเชีย เป็นหนังที่มีคนคำนิยามว่าเปรียบเหมือนไทม์แมชชีนที่พาผู้คนในยุครุ่งเรืองของญี่ปุ่นกลับไปสู่ยุคบุกเบิก เพื่อย้อนดูประวัติศาสตร์การสร้างชาติของบรรพบุรุษ

Always 1 ฉายครั้งแรกเมื่อพฤศจิกายน ปี 2005 หนังประสบความสำเร็จในเรื่องรายได้ถล่มทลายและได้รับรางวัลมากมายจน 2 ปีถัดมา Always 2 (2007) ก็เข้าฉายต่อพร้อมกับกระแสตอบรับที่ดีไม่แพ้ภาคแรก จนหลายคนตั้งตารอ Always 3 อยากให้ลงโรงฉายไวๆ ทว่าก็ต้องคอยกันถึง 5 ปีเลยทีเดียว (นับจากภาคแรก 7 ปี)? Always 3 จึงเข้าฉายในญี่ปุ่นในปี 2011 ด้วยระบบสามมิติ

ภาคสุดท้ายของถนนสาย 3 เล่าถึงเรื่องราวในปี 1964 เมื่อกรุงโตเกียวกำลังจะเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ยุคสมัยกำลังเปลี่ยน ความเจริญก้าวหน้าทั้งเทคโนโลยี การคมนาคม รวมถึงผู้คนเริ่มมีให้เห็นมากขึ้น? บรรยากาศความตื่นตาตื่นใจเกิดขึ้นทั้งเมืองรวมถึง บนถนนสายเล็กๆแห่งนี้ด้วย

ริวโนะสุเกะ ซากาวะ (ฮิเดทากะ โยชิโอกะ) แต่งงานกับ ฮิโรมิ (โคยูกิ) ที่กำลังท้อง มีชีวิตที่เป็นสุขกับ จุนโนสุเกะ (เคนตะ ซึกะ) เด็กผู้ชายที่รับมาเลี้ยงที่ตอนนี้เรียนในชั้นมัธยมแล้ว เขาต่อเติมชั้นบนของบ้าน และทำร้านอาหารขนาดข้างล่างให้ ฮิโรมิ ดูแลจัดการ กระนั้น ครอบครัวนี้ก็ต้องประสบปัญหาเมื่อ ริวโนะสุเกะ ที่เขียนนิยายชุดให้นิตยสาร Adventure Boys Book ต้องเผชิญหน้ากับ นักเขียนหน้าใหม่ที่เป็นคู่แข่งในเล่มเดียวกัน เมื่อบก.ตัดสินใจเลือกเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ยังไม่นับข่าวพ่อป่วยจากบ้านเกิดที่มารุมเร้าจิตใจของเขา

ส่วนที่ร้านซูซูกิออโต้ของ โนริฟูมิ ซูซูกิ (ชินอิจิ สึสึมิ)? ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ทางที่ดีขึ้น ครอบครัวของเขาเป็นบ้านแรกในย่านนั้นที่มีทีวีสี ขณะเดียวกัน โรขุ (มากิ โฮริคิตะ) เด็กสาวที่เป็นช่างมือหนึ่งของอู่ก็พบว่าตัวเองตกหลุมรัก โคทาโร่ คิคุชิ (มิไร โมริยาม่า) หมอหนุ่มของโรงพยาบาทที่ มีประวัติส่วนตัวน่าสงสัย มาถึงลูกชายคนเดียวของบ้าน อิปเป (คาซุกิ โคชิมิซึ) ก็เป็นที่กลุ้มใจของพ่อด้วยว่าไม่สนใจจะสืบทอดกิจการ มันแต่เล่นกีตาร์โชว์สาว โชคดีที่เขามี โทโมอิ (ฮิโรโกะ ยากุชิมารุ) ภรรยาคู่ใจคอยให้คำปรึกษาอยู่ข้างๆตลอด

Always 3 ถนนสายนี้ หัวใจไม่เคยลืม

หนังยังความอบอุ่นเช่นเดิม บทชัดเจนในแง่ของการแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของตัวละครมากกว่าภาค 2 อาจเพราะผ่านมาหลายปี นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกของตัวละครหลายตัวโดยเฉพาะเด็กๆที่ร่างกายเติบโตขึ้นอย่างเด่นชัด ภายในเองตัวละครทุกตัวก็มีบุคลิก? อารมณ์ ความคิดที่พัฒนาขึ้น (อาจจะยกเว้น ซูซูกิคนพ่อที่ยังโมโหร้ายเหมือนเดิม)

ประเด็นเรื่องความรักของ Always 3 ต่างจากภาค2 ที่มุ่งเรื่องความรักของหนุ่มสาวมาที่ความรักความผูกพันธ์ของคนในครอบครัว โดยเฉพาะพ่อกับลูกรวมถึงการจับประเด็นเรื่องการกล้าที่จะทำตามความฝันขงตัวเอง พร้อมกับตั้งคำถามถึงความสุขในชีวิตของมนุษย์ โดยตัวละครสามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างดี การถ่ายภาพสวยงาม ซีนที่มีฉากหลังเป็นหอคอยโตเกียวและพระอาทิตย์ตกดินสามารถสะกดคนดูได้อยู่หมัด ดนตรีประกอบที่ไพเราะช่วยส่งให้คำพูดโดนๆในหนังสะเทือนใจผู้ชมยิ่งขึ้น

ต้องยกความดีความชอบให้? ทาคาชิ ยามาซากิ ผู้กำกับของเรื่องที่สามารถบอกเล่าวิถีชีวิตของผู้คนในยุคหลังสงครามโลกได้อย่างลึกซึ้งราวกับว่าเคยประสบมาด้วยตัวเอง (ปี1964 เป็นปีที่เขาเพิ่งเกิด) Always sunset on third street 3 เป็นหนังที่ทำให้คนดู หัวเราะ ยิ้ม ขนลุก นํ้าตาซึม ไปจนถึงร้องไห้ได้ในเวลาเดียวกัน เป็นสองชั่วโมง ที่เต็มอิ่มไปด้วยความประทับใจจริงๆ

หากดูจบคุณก็จะเข้าใจเองว่า จิตวิญญาณของชาวอาทิตย์อุทัยนั้นน่านับถือแค่ไหน ประเทศของเขาผ่านความบอบชํ้ามามากมายจากการพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ในเวลาไม่ถึง 10 ปีพวกเขาสามารถก้าวขึ้นสู่ปรเทศแนวหน้าด้านเศรษฐกิจของโลก ดังนั้นความเสียหายจากสึนามิเมื่อปีที่แล้วจึงไม่น่าจะสั่นคลอนประเทศญี่ปุ่นลงจากตำแหน่งชาติที่ยิ่งใหญ่ได้

เด็กน้อยวิ่งเล่นบนถนน หนุ่มสาวออกเดินทางตามหาความฝัน ชีวิตใหม่ก่อกำเนินขึ้น ทุกอย่างวนเวียนอยู่เช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่าเฉกเช่นเดียวกับพระอาทิตย์ที่ตกลงในจุดเดิมทุกวัน

ผมให้ 9/10

โดย นกไซเบอร์
http://cyberbird.exteen.com