Black Gold : เงินทองเป็นของนอกกาย แต่กลับสู้กันจนตัวตายเพื่อให้ได้มันมา

Home / วิจารณ์หนัง / Black Gold : เงินทองเป็นของนอกกาย แต่กลับสู้กันจนตัวตายเพื่อให้ได้มันมา

เป็นหนังที่ไม่เคยอ่านแม้แต่เนื้อเรื่องย่อ ส่วนทางด้านตัวอย่างนั้นก็ไม่เคยพบเจอในโรงภาพยนตร์เลยแม้แต่ครั้งเดียว และไม่เคยคิดจะกดดูในอินเตอร์เน็ตด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้น Black Gold จึงเป็นหนังที่ผมไม่ได้มีข้อมูลอะไรก่อนดูหนังเลยสักนิด เป็นหนังที่ในรอบหลายปีที่เข้าไปดูโดยที่ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับอะไร

อาราเบีย ในต้นศตวรรษที่ 20 ภายใต้ความขัดแย้งที่คุกรุ่น ก่อเกิดเป็นสงครามระหว่างสองเผ่าใหญ่ เนซิบแห่งฮอไบกา (แอนโตนิโอ แบนเดอรัส) ผู้มีชัย ยื่นข้อเสนอสันติภาพแก่ อามาร์แห่งซัลมาห์ (มาร์ก สตรอง) ผู้พ่ายแพ้ ให้พื้นที่พิพาทระหว่างสองอาณาจักร เป็นดินแดนที่ไม่อนุญาตให้ใครเข้าครอบครอง อีกทั้งอามาร์ต้องส่งบุตรชายทั้งสองของเขา ซาลีห์และอูดา ให้มาอยู่ในการดูแลของเนซิบเพื่อเป็นหลักประกันว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่ ละเมิดข้อตกลง แต่แล้วเมื่อหลายปีต่อมา บุตรชาย เอาด้า ได้เกิดมีความคับแค้นกับ เนซิบ ที่ได้สังหารพี่ชายของเขา จึงได้ไปรวบรวมชนเผ่าจากใต้เพื่อจะล้มอำนาจของเขาซะ

Black Gold กำกับการแสดงโดยผู้กำกับชาวฝรั่งเศสอย่าง ฌอง ฌาก อานโนด์ ที่เราคงเคยคุ้นชื่อของเขามาบ้างแล้ว เพราะเขาเป็นคนกำกับหนังแนวดราม่า สงคราม เรื่อง Enemy at the Gates และหนังดราม่าซึ้งๆบทเขาทิเบตเรื่อง Seven Years in Tibet โดยสำหรับหนัง Black Gold นั้นถือว่าเป็นหนังฝรั่งเศสเรื่องนึงที่หาได้ยาก เพราะมันเป็นหนังฝรั่งเศสแต่ตัวหนังกลับไปทำเรื่องราวเกี่ยว อาหรับ ที่แอบมีเอาโครงเรื่องจริงมาปรุงแต่ง และ ใส่กลิ่น เข้าไปสักหน่อย ซึ่งตัวหนัง Black Gold มีความสนใจตรงที่ว่าตัวหนังขนทีมนักแสดงคุณภาพมาคับจอ โดยเฉพาะ แอนโตนิโอ บันเดอราส ที่ถึงกับต้องขออ้อนวอนผู้กำกับเรื่องนี้ว่าให้เขามาเล่นเป็นคนอาหรับ เสริมทีมด้วย มาร์ค สตรอง และนักแสดงสาวที่กำลังมาแรงอย่าง ฟรีดา พินโต ที่เพิ่งผ่านๆตาของเราไปกับ Immortals

ซึ่ง Black Gold เป็นหนังดราม่า ที่ไม่เชิงเป็นหนังดราม่าแนวน่าเบื่อซะทีเดียว เพราะสิ่งที่ Black Gold ทำได้ดีเกินหน้าเกินตาเลยนั้นคือด้านของ โปรดักชั่น ของหนังที่ดูยิ่งใหญ่ และ อลังการ ที่ฉากเมืองฮอไบก้าก็สามารถออกแบบมาได้เริศหรู และฉากแอ็คชั่นช่วงสุดท้ายของหนังก็ยังเป็นการตอกย้ำคนดูอีกว่า ‘หนังของตรูโปรดักชั่นเจ๋งจริง’ เพราะเล่นระดมทั้งม้า , รถถัง และอื่นๆอีกมากมายที่เรียกว่าดูดีเกินหน้าหนังมากจริงๆ พร้อมไปทั้งการที่ผู้กำกับ ฌอง ฌาก อานโนด์ นั้นยังถือว่าคุมโทนตัวหนังของเขาได้ดีแทบทุกเรื่อง และ Black Gold นี้ก็เป็นอีกเรื่อง เพราะถ้าหากคุณผู้อ่านเคยดู Seven Years In Tibet มาก่อน

ก็จะพบว่าเป็นหนังดราม่าที่ไม่เชิงน่าเบื่อซะทีเดียว และ Black Gold ก็ยังเป็นเช่นนั้นเพราะผู้กำกับสามารถดำเนินเรื่องยาว 132 นาที ออกมาได้ค่อนข้างดี สลับปนเปไปกับฉากแอ็คชั่น และ ฉากปลุกอารมณ์ความตื่นเต้น พร้อมทั้งการที่หนังใส่เรื่องราวของการชิงไหวพริบของ 2 เผ่า ที่แฝงไปด้วยประเด็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘ความรู้’ , ‘ความฉลาด’ และ ‘ไหวพริบ’ , ซึ่งถ้าหากเราดูแต่เนื้อผ้าภายนอกนั้นก็จะพบว่าตัวหนังเต็มไปด้วย โปรดักชั่น ที่ดีเลิศ และการดำเนินเรื่องที่ค่อนข้างดี ผสมกับบทที่ฉลาดเต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบ แต่ถ้าหากเราลองมองภายในของตัวหนังจริงๆแล้วก็ต้องบอกว่ายังมีข้อเสียอยู่มากพอสมควร

โดยสิ่งแรกเลยคือด้านของประเด็นที่อย่างได้กล่าวไปข้างต้นว่าหนังมีการชิงไหวชิงพริบมากมาย ซึ่งก็น่าเสียดายที่หนังกลับไม่ได้ใส่ประเด็นเหล่านี้ออกมาให้คนดูได้สัมผัสกับมันมากนัก เพราะในต้นเรื่องอาจจะมีการชิงไหวชิงพริบค่อนข้างโดดเด่นก็จริง แต่ว่าในช่วงหลังของหนังกลับทิ้งเรื่องชิงไหวชิงพริบ และกลับกลายมาเป็นเอาดี และ ปูประเด็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคู่พ่อลูกแทน โดยในท้ายสุดมันก็เลยไปไม่สุดสักทาง และสำหรับใครที่คิดจะไปดูหนังเรื่อง Black Gold นี้ผมก็ขอแนะนำให้ดูตัวอย่าง หรือ อ่านเนื้อเรื่องย่อ ไปก่อนเลย เพราะมิฉะนั้นในช่วงแรกของหนังคุณอาจจะจับต้นสายปลายเหตุของหนังไม่ถูกก็เป็นได้

โดยอย่างไรก็ตาม Black Gold ถือว่าเป็นหนังฝรั่งเศสที่มีเรื่องราวเกี่ยวอาหรับที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดีในด้านของ โปรดักชั่น , ดนตรีประกอบ , การดำเนินเรื่อง แต่น่าเสียดายที่ตัวบทภาพยนตร์เรื่องนี้ยังขัดเกลาได้ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นัก และถ้าหากเรามองลงไปลึกจริงๆแล้วก็จะพบว่าบทมัน ‘ไม่มีอะไรในกอไผ่’

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ