The Cold Light of Day : อึดจริงเว้ย

Home / วิจารณ์หนัง / The Cold Light of Day : อึดจริงเว้ย

ไม่รู้ว่าเป็นสิ่งที่ควรดีใจไหม แต่ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่บ้านเราเข้าฉายก่อนหน้าอเมริกานานถึง 5 เดือน เพราะว่าในอเมริกาตัวหนังนั้นเลื่อนไปเข้าฉายเดือนกันยายนแทนแล้ว ซึ่งตัวหนังไม่ได้เกี่ยวข้องกับ The Cold Light of Day ในปี 1995 เลยสักนิด เพราะว่าทั้งเนื้อหา และ แนวของหนังมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

เรื่องราวของ วิล ชอว์ ที่เดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัวที่สเปน เขากำลังลำบากเนื่องจากบริษัทกำลังขาดทุน และความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ มาร์ติน พ่อของเขาก็ไม่ค่อยดี แต่ในระหว่างที่พักผ่อนนั้นเอง ก็มีกลุ่มคนลึกลับบุกมาลักพาตัวครอบครัวของเขาไป โลกของ วิล ต้องกลับตาลปัตร เมื่อเขาพบว่าแท้จริงแล้ว มาร์ติน ก็คือสายลับ CIA ที่พัวพันกับความขัดแย้ง โดย วิล ต้องพยายามประติดประต่อเหตุการณ์ทั้งหมด โดยระหว่างที่อยู่ในกรุงมาดริด เขาก็ได้พบกับ ลูเซีย ที่เข้ามาช่วยกันเพื่อค้นหากระเป๋าเดินทางปริศนา ที่อาจเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยเหลือครอบครัวของเขาให้รอดพ้นจากการถูกทารุณสุดโหด

The Cold Light of Day กำกับการแสดงโดยผู้กำกับหน้าใหม่ มาโบร๊ค แอล เมชิ ที่เคยพาเราไปรู้จักกับตัวจริงของ แวน แดมม์ มาแล้วในหนังแผ่นเล็กๆที่ชื่อ JCVD ที่ตอนนั้นก็ครองใจคนดูไปมากอยู่เหมือนกัน โดยมาคราวนี้ขอเปลี่ยนมาจับหนังใหญ่บนจอเงิน โดยไม่รู้ว่าผู้กำกับคิดยังไงถึงจะยังเล่นกับพล๊อตหนังแนว คนในครอบครัวเป็น ซีไอเอ แล้วมีปัญหาทำให้รุ่นลูก รุ่นหลาน ต้องไปช่วยเหลือ ซึ่งดูไปดูมาก็บอกได้เลยว่าตัวหนัง The Cold Light of Day นั้นค่อนข้างมีกลิ่นหนังแนวเดียวกันที่เพิ่งเข้าฉายไปในปีที่แล้วอย่าง Abduction มามากพอสมควร และหนึ่งในนั้นคงเป็นเพราะมีดาราสาวใหญ่อย่าง ซีกอร์นีย์ วีเวอร์ มารับบทเป็นตัวละครแนวเดียวกัน แถมยังแอบได้พูดประโยคที่ว่า ‘ฉันเป็นเพื่อนของพ่อเธอ’ ในทั้ง Abduction และ The Cold Light of Day ที่ถอดแบบมาเลย

โดยส่วนตัวผมนั้นไม่ได้มีปัญหากับด้านของพล๊อตหนังที่ออกมาซ้ำๆซากๆ แต่สิ่งที่ผมคาดหวังจากหนังเหล่านั้นคือ การที่หนังคงทำได้ดีในด้านจุดของหนังที่จะขาย ซึ่งจุดขายของ The Cold Light of Day ก็ได้ประกาศไว้ชัดเจนว่าต้องการขาย ฉากแอ็คชั่น ของหนัง โดยการที่หนังเรียกดารารุ่นใหญ่อย่าง บรูซ วิลลิส มาเป็นนักแสดงเสริมทัพให้อีกคนเพื่อเพิ่มความน่าสนใจในกลุ่มคอหนังแอ็คชั่น ซึ่งหลายคนคงได้เห็นตัวอย่างของหนังไปแล้ว และคงเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า แค่ตัวอย่างหนังก็ออกมาค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า ฉากแอ็คชั่น ในหนังไม่ได้มีความหวือหวา หรือ น่าจะมันส์อะไรมากมาย และน่าจะดูได้แค่เพลินๆเท่านั้น

ซึ่งตัวหนังที่ออกมานั้นก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะว่าฉากแอ็คชั่นใน The Cold Light of Day เรียกได้ว่าแทบไม่มีฉากไหนเลยที่สามารถทำให้รู้สึกมันส์จนนั่งไม่ติดเก้าอี้ หรือว่ารู้สึกแปลกใหม่จากหนังแอ็คชั่นยุคเก่าๆสักเท่าไหร่นัก แต่ว่าฉากแอ็คชั่นเหล่านั้นก็ไม่ได้แย่อะไรมากมาย เพียงแต่ว่าสามารถทำออกมาได้แค่พอดูเพลินๆเท่านั้น โดยนอกจากด้านของฉากแอ็คชั่นแล้ว ผมเข้าใจว่า The Cold Light of Day ต้องการจะสร้างความแปลกใหม่ในด้านบทแนวคนในครอบครัวเป็น ซีไอเอ ให้กับผู้ชม ตัวหนังจึงพยายามใส่ประเด็นความสัมพันธ์พ่อลูกเข้ามา โดยในช่วงแรกของหนังก็ปูมาซะดิบดีอยู่หรอก

แต่ในช่วงหลังหนังกลับพยายามไปสนใจในด้านของฉากแอ็คชั่นมากเกินไป สุดท้ายหนังจึงไม่ได้ใช้ประโยชน์จากประเด็นพ่อลูกที่ปูมาได้อย่างคุ้มค่าเลยสักนิด และท้ายสุดคือ ไม่รู้ว่าคนที่ดูหนังเรื่องนี้ลืมไปรึยังนะ ว่าในหนังเรื่องนี้ พระเอก เป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น แต่ทำไมถึงหนังเหนียว และ อึดยิ่งกว่า จอห์น แม็คแคลน ใน Die Hard อีกนะเนี่ย

โดยรวมแล้ว The Cold Light of Day จึงเป็นหนังแนวแอ็คชั่น ไล่ล่า ที่ไม่ได้สร้างความแปลกใหม่ให้กับผู้ชมสักเท่าไหร่ไม่ว่าจะเป็นด้านของ ฉากแอ็คชั่น ที่พยายามเป็น เจสัน บอร์น และ ตัวบท ที่มาในรูปแบบสไตล์หนังฮอลลีวู้ดเกี่ยวกับ CIA เดิมๆ ซึ่งถ้าหากใครหาตัวหนังเพลินๆดูสบายๆเรื่องนี้ก็อาจจะเหมาะครับ

เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ