Titanic 3D : ขอต้อนรับกลับคืนหวนสู่ เรือรักแห่งความทรงจำที่ไม่มีจมจากใจ

Home / วิจารณ์หนัง / Titanic 3D : ขอต้อนรับกลับคืนหวนสู่ เรือรักแห่งความทรงจำที่ไม่มีจมจากใจ

ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก ไททานิค สุดยอดหนังดราม่า ที่กินใจผู้ชมทั่วทั้งโลก แถมยังเป็นหนังที่ทำเงินสูงสุดมาหลายปี (จนกระทั่งโดน Avatar โค่น) โดยในวันนี้ตัวหนัง Titanic กลับมาพร้อมกับระบบ 3D ที่จะได้ให้ผู้ชมทั้งรุ่นเก่า และ รุ่นใหม่ ได้สัมผัสกับความประทับใจบนหนังเรือรักมหัศจรรย์อีกครั้งในระบบ 3D

เรื่องราวความรักของ โรสและแจ็คที่เคยตรึงตา ตรึงใจใครหลายคนมาก่อน ที่กำลังจะกลับมาในรูปแบบสามมิติที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวต่างฐานะที่พบรักกันบนเรือ และด้วยความแตกต่างของชนชั้น ซึ่งเป็นอุปสรรคอันใหญ่ยิ่ง แล้วยังมีอุบัติเหตุหายนะที่รอเวลาที่จะพลัดพรากเขาและเธอให้จากกัน พวกเขาจะสามารถฝ่าอุปสรรค์ทั้งเรื่องเงินทอง และ หายนะ บนเรือที่กำลังจะจมได้หรือไม่ ติดตามเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ที่เคยสร้างความประทับใจของคุณมาแล้ว และอีกครั้งกับระบบสามมิติ ที่จะมาสร้างความอลังการให้คุณประทับใจกันอีกครั้งใน Titanic 3D ฉายแล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

Titanic กำกับการแสดงโดย เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับที่เรารู้จักกันในนามผู้ที่ทำให้เรารู้จักกับหนังไซไฟคลาสสิคอย่าง Terminator 2 , ผู้กำกับที่ทำให้เรารู้จักกับระบบ 3D จริงๆมันเป็นอย่างไรกับ Avatar และแน่นอนเขาเป็นผู้กำกับที่ทำให้เราได้รู้จักกับความรักสุดอมตะของ แจ็ค และ โรส ในเรื่อง Titanic นี้เอง ซึ่งหลังจากผมดู Titanic 3D นั้นก็นับว่าเป็นรอบที่ 6 แล้วสำหรับหนังเรื่องนี้ โดยสำหรับใครที่ไม่เคยดู หรือ ไม่รู้จักเรื่องราวความรักใน Titanic ผมก็คิดว่าเป็นโอกาสที่ดีที่คนที่ไม่เคยดูจะเข้าไปสัมผัสเรื่องราวแบบนั้นในระบบ 3D เพราะว่า 3 มิติ ของหนังเรื่อง Titanic นั้นต้องขอยอมรับเลยว่าเป็นหนังที่ถ่ายด้วยฟีลม์ธรรมดา แล้วมาแปลงเป็น 3D ในภายหลังได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กับอนิเมชั่นที่เพิ่งฉายไปเมื่อปีที่แล้วของดิสนี่ย์อย่าง The Lion King 3D เลยสักนิด

ซึ่งใครที่เพิ่งผิดหวังไปกับระบบ 3D ของ Star Wars : Episode I ก็ขอให้อย่าเพิ่งหมดศรัทธาในหนังที่มาแปลงเป็น 3D ในภายหลัง เพราะถ้าหากคุณเข้ามาดู Titanic 3D คุณจะปฏิเสธไม่ลงแน่ๆว่าอยากดูอีกรอบ เพราะสำหรับระบบ 3D ของ Titanic ถึงแม้มันจะไม่ได้เน้นฉากทะลุจอแบบ Star Wars แต่ว่าถ้าหากพูดถึงด้านฉากความเป็นมิติต้องขอบอกเลยว่าทำออกมาได้ดีกว่าหนังที่ถ่ายในระบบ 3D เรื่องใหม่ๆเสียอีก โดยเฉพาะฉากที่สามารถทำให้ผู้ชมอ้าปากกว้างที่อย่างไม่อายใครคือ ฉากน้ำทะลักเข้าเรือ ซึ่งเป็นฉากที่ทำให้ผู้ชมได้ซึมซับไปกับระบบ 3D ได้อย่างเต็มที่ เพราะมันไม่ใช่แค่ทะลุจอ แต่มันมีมิติที่ซ่อนอยู่

ซึ่งถ้าหากจะให้ผมเทียบระบบ 3D ของ Titanic ก็คงพูดไม่ได้ว่ามันเทียบเท่ากับ Avatar แต่ว่าระบบ 3D ของ Titanic นั้นก็ถือว่าออกมาโอเคพอๆกับพวก Tron Legacy เลยทีเดียว โดยสำหรับใครที่ไม่เคยดู Titanic มาก่อนเพราะคิดว่าตัวหนังมันน่าจะมาแนว น้ำเน่า และมีแต่เรื่องรักโรแมนติคเลี่ยนๆที่พบเห็นได้ตามละครหลังข่าวของไทย ก็ขอให้คิดใหม่ได้เลย เพราะว่าผมไม่ได้มองว่า Titanic นั้นเป็นหนังแนวโรแมนติคที่ขายความเลี่ยน ขายฉากบีบน้ำตา แต่ผมมองว่ามันเป็นหนังแนวหายนะ ที่ทำให้เราเห็นจิตใจของมนุษย์ของทุกชนชั้นว่าในยามที่ทุกคนกำลังเอาตัวรอดนั้นเป็นอย่างไร โดย Titanic แสดงให้ผู้ชมเห็นว่า…

เมื่อชีวิตเราดับลงนั้นเราก็ไม่สามารถเอาทรัพย์สินเงินทองทั้งหมดไปได้อยู่ดี เฉกเช่นกับเหล่าคนรวยบนเรือไททานิค ที่หลายคนก็นั่งรอความตายอย่างสงบ แต่ก็มีหลายคนที่ต้องการดิ้นรนกับชีวิตต่อไป โดยเฉพาะฉากสุดท้ายของหนังที่เป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่า เมื่อเวลาคับขันจริงๆ เหล่าคนมีฐานะอย่างคนรวยนั้นก็ยังมัวแต่จะคิดเรื่องการแบ่งชนชั้นอยู่ดี โดยไม่ได้สนใจเลยว่าเหล่าคนจน หรือ คนในฐานะอื่นๆนั้นก็เป็นเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเช่นเดียวกัน และอีกหลากหลายคติสอนใจมนุษย์ ที่ Titanic ได้ซ่อนไว้อยู่ในฉากต่างๆมากมาย เพราะฉะนั้นถ้าหากใครที่ยังคิดว่า Titanic เป็นแค่หนังแนวโรแมนติคน้ำเน่าที่เอาไว้ขายแต่ผู้ชมเพศหญิง ก็ขอให้เปลี่ยนความคิดใหม่ และอย่ารีรอที่จะตีตั๋วไปซึมซับความรักสุดหดหู่ข้ามฐานะของ แจ็ค และ โรส กับ Titanic ในระบบ 3D ได้เลยครับ

สรุป Titanic 3D ถือว่าเป็นหนังแนวโรแมนติค ที่ไม่ว่าจะดูสมัยนี้ หรือว่าดูสมัยไหนมันก็ยังคงความคลาสสิค และ แสดงให้เห็นถึงจิตใจของมนุษย์แต่ละฐานะในสถานการณ์คับขันออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในระบบ 3D ของหนังนั้นถือว่าเป็นระบบที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกมีส่วนร่วมไปกับ แจ็ค และ โรส ได้ดีเลย

เรื่องนี้ผมให้ 9/10 ครับ