One For The Money : วีรกรรมทำเพื่อใคร

Home / วิจารณ์หนัง / One For The Money : วีรกรรมทำเพื่อใคร

เป็นหนังที่ถูกทั้งนักวิจารณ์ และ คนดู สับเละกันตั้งแต่ต้นปี เพราะว่ามันเป็นหนังที่สร้างมาจากนิยายขายดีที่อเมริกา ที่ได้ข่าวว่าทั้งคนดู และ นักวิจารณ์ ก็ต่างค่อนข้างชอบหนังสือกันมาก แต่หลังจากดูหนังเรื่องนี้ก็ต้องผิดหวังกันไปเป็นแถบๆ โดยคะแนนที่มะเขือเน่ากวาดไปแค่ 2% จาก 100% เท่านั้นเองหละครับ

สเตฟานีย์ พลัม เด็กสาวเจอร์ซีย์ สวยเริ่ด!เชิด!หยิ่ง! ดีกรีความแร๊งส์!!!ระดับตัวแม่ แต่ต้องจับพลัดจับผลูมาเป็น ?นักล่าพวกหนีประกัน? จำเป็น หลังจากที่เธอถังแตกต้องเตะฝุ่นมานานกว่าหกเดือน แถมรถของเธอยังถูกคนตามทวงหนี้ยึดไปเสียนี่ ด้วยความต้องการเงินแบบด่วนจี๋ สเตฟานีย์ จึงต้องหันไปหาตัวช่วยสุดท้าย ด้วยการพยายามเกลี้ยกล่อม วินนี่ พลัม ลูกพี่ลูกน้องจอมเจ้าเล่ห์ให้รับเธอเข้าทำงานที่บริษัทนายหน้าค้ำประกันผู้ต้องหาของเขา?ในฐานะนักล่าพวกหนีประกัน แต่แล้วคนที่เธอถูกสั่งให้ไปจับกลับกลายเป็น โจ โมเรลลี แฟนเก่าของเธอซะได้ จึงทำให้เรื่องราวนั้นชุลมุนวุ่นกันไปใหญ่เพราะความรักของหนุ่มสาวคู่นี้

One for the Money กำกับการแสดงโดยผู้กำกับเจ้าแม่ซีรี่ย์อย่าง จูเลียร์ แอนน์ โรบินสัน ที่หลังจากได้ชิมลางการกำกับหนังจอใหญ่ไปแล้วเมื่อปี 2010 ที่ผ่านมากับหนังที่สร้างจากนิยายของ นิโคลัส สปาร์ค อย่าง The Last Song ที่มาคราวนี้เธอก็ยังคงไม่เลิกที่จะจับเอานิยายขายดีเรื่องต่างๆมาทำเป็นหนัง โดยในปีนี้นิยายผู้โชคดี (หรือโชคร้าย) ที่ถูกเธอนำมาเป็นหนังเรื่องใหม่ตกเป็นของ One For The Money ของ เจเน็ท อีวาโนวิช หรือในหนังสือที่มีชื่อไทยว่า ‘วีรกรรมทำเพื่อเงิน’ ซึ่งโดยส่วนตัวผมนั้นไม่ได้มีปัญหากับหนังแนวโรแมนติค ที่ปนแอ็คชั่น และ คอมเมดี้ นิดๆซะเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าตัวบทจะมาในรูปแบบตามแบบฉบับของหนังโรแมนติคฮอลลีวู้ดทั่วๆไปก็ตาม หนำซ้ำผมยังรู้สึกกลับชอบกับหนังแนวโรแมนติค ปนแอ็คชั่นที่เพิ่งผ่านไปอย่าง Killers ด้วยซ้ำนะครับ

ซึ่งนำแสดงโดยสาว แคทธารีน ไฮเกิ้ล เช่นเดียวกับหนังเรื่องนี้ โดยที่ผมไม่ปัญหากับหนังแนวโรแมนติคซ้ำๆอย่างนี้เพราะสิ่งเดียวที่หวังจากหนังแนวคือ หวังว่าผู้กำกับจะสามารถนำเอาบทที่มี บทสรุป ซ้ำๆมาทำได้อย่างสนุกสนาน โดยการให้เคมีของคู่พระนางเข้ากัน และมีมุกตลกๆแทรกระหว่างเรื่อง ตัวอย่างเช่น Friends with Benefits ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำอย่างให้หนังแนวโรแมนติคคอมเมดี้บทสรุปซ้ำๆดูสนุกขึ้นมาทันตาเห็น แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ผมจะคาดหวังจากหนังแนวโรแมนติคนี้จะไม่สามารถพบเห็นได้เลยกับ One for The Money เพราะเอาเข้าจริงๆหนังกลับขายแต่เสน่ห์ของสาว แคทธารีน ไฮเกิ้ล เท่านั้น

เพราะฉะนั้นตัวหนังจึงไม่ได้สนใจองค์ประกอบอื่นเลยว่ามันจะเป็นอย่างไร เริ่มตั้งแต่ด้านของเคมีคู่พระนางในหนังเรื่องนี้ ที่เป็นการประกบคู่ของหนุ่มหน้าตาดีอย่าง เจสัน โอ มาร่า และสาว แคทธารีน ไฮเกิ้ล โดยยอมรับเลยว่าหนังมีฉากสไตล์กุ๊กกิ๊กๆของคู่พระเอก และ นางเอก ออกมาให้เห็นเยอะมาก แต่น่าเสียดายที่ผู้กำกับยังทำอารมณ์ร่วมให้กับคนดูได้ไม่ถึงพอ และความผิดหนึ่งในนั้นคงเป็นการที่ผู้กำกับหมดมุกตั้งแต่ 30 นาทีแรกของหนัง เพราะฉะนั้นอีก 61 นาทีที่เหลือของหนัง แทนที่จะเป็นความสนุกที่คนดูควรได้รับ ผมกลับกลายเป็นรู้สึกว่าหนังยัดเยียดความสนุกแบบฝืดๆเหล่านั้นเข้ามาให้คนดูเสียมากกว่า

เพราะใน 61 นาทีที่เหลือหลังจากหนังหมดมุกตั้งแต่ 30 นาทีแรกแล้ว มันไม่ได้มีความบันเทิง หรือว่าความน่าติดตามที่ต้องการให้คนดูรู้เรื่องราวของสาว สเตฟานีย์ พลัม ต่อเลยสักนิดเดียว หนำซ้ำการที่หนังพยายามขายเสน่ห์ของ แคทธารีน ไฮเกิ้ล มากเกินไปจึงเป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แคทธารีน ไฮเกิ้ล ไม่สามารถแบกรับหนังทั้งเรื่องไว้คนเดียวได้จริงๆแหละ (เพราะฉะนั้นจากผลงานที่ผ่านมาจะเห็นเลยว่ามีนักแสดงชายมาคอยแบกรับไว้ด้วยเสมอ อย่างเช่น The Ugly Truth ก็จะมีหนุ่ม เจอร์ราด บัตเลอร์ มาคอยรองรับไว้ให้) เพราะฉะนั้นผมจึงไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่า One for the Money จะเป็นหนังที่เหมาะสมกับเพศหญิง หรือว่าเหมาะกับแฟนๆที่ติดตามอ่านตั้งแต่ฉบับนิยายมา เพราะขนาดผมเป็นผู้ชายที่ถูกใจกับหนังโรแมนติคยังไม่ชอบเรื่องนี้เลยสักนิด

สรุป One for The Money ถือว่าเป็นหนังแนวโรแมนติค ปนแอ็คชั่น และ ความเป็นคอมเมดี้เล็กน้อย อีกเรื่องที่ออกมาค่อนข้าง ท่าดีทีเหลว ด้วยการที่หนังหมดมุกให้เล่นตั้งแต่ 30 นาทีแรก 61 นาทีที่เหลือของหนังจึงกลายเป็นความน่าเบื่อ และเต็มไปด้วยมุกตลกฝืดๆที่ดูแล้วรู้สึกเสียดายแทนค่าตัวของ แคทธารีน ไฮเกิ้ล

เรื่องนี้ผมให้ 4/10 ครับ