Mr.Idol : ดังคับฟ้า มาอย่างเทพ เผยเส้นทางก่อนการจะเป็น ซุปตาร์ หน้าหล่อ

Home / วิจารณ์หนัง / Mr.Idol : ดังคับฟ้า มาอย่างเทพ เผยเส้นทางก่อนการจะเป็น ซุปตาร์ หน้าหล่อ

เป็นหนังที่ไม่คิดว่าจะดู แต่เนื่องจากบังเอิญไปเห็นว่าเรื่องนี้มีเข้าฉายที่โรงหนังสุดโปรดอย่าง ลิโด้ ด้วยเช่นกัน เลยไม่รีรอที่จะลองตีตั๋วเข้าไปเสี่ยงดูหนังที่เราไม่รู้จัก (อีกแล้ว) โดยนี้เป็นหนังเกาหลีเรื่องที่ 3 ของปีที่เข้าฉายในบ้านเรา ไม่รู้เพราะว่ากระแสเกาหลีเคป๊อปมันหมดลงแล้วรึยังไง ค่ายหนังถึงไม่ซื้อมาฉาย

วง ?Mr.Children? ไม่มีคุณสมบัติในการเป็นดาราเลย แต่เมื่อพวกเขาได้พบกับโอกูจู ที่โด่งดังในเรื่องปากกรรไกรของเธอ และผ่านการฝึกฝนเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟัน พวกเขาก็กลายเป็นวงดนตรีป๊อปหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปีไป ซาฮีมูน ผู้คร่ำหวอดในวงการดนตรี คิดว่า ?Mr.Children? ขวางทางเขา และเขาก็พยายามทุกอย่างเพื่อขัดขวางไม่ให้ ?Mr.Children? ขึ้นแสดงบนเวที หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้างานเทศกาลดนตรีครั้งใหญ่ คลิปวิดีโออื้อฉาวของยูจีน หัวหน้าวงได้แพร่กระจายไปในอินเทอร์เน็ตและทั้งวงก็ต้องเผชิญหน้ากับข่าวลือที่ว่าพวกเขากำลังจะแยกวงกัน ?Mr.Children? จะรอดจากวงการดนตรีป๊อปที่เลือดเย็นได้ไหมนะ

Mr.Idol กำกับการแสดงโดยผู้กำกับชาวเกาหลี คิมซูโร ที่งานนี้มารับหน้าที่เป็นทั้งผู้กำกับหนัง และยังร่วมแสดงเป็นตัวประกอบเล็กๆในหนังด้วยเช่นกัน ซึ่งโดยส่วนตัวผมไม่ค่อยจะได้ดูหนังเกาหลีแนวเกี่ยวกับเหล่าวง บอยแบนด์ หรือเรื่องราวเกี่ยวกับดนตรีของเกาหลีสักเท่าไหร่นัก ผมจึงไม่สามารถนำ Mr.Idol ไปเปรียบเทียบกับหนังเกาหลีในแนวเดียวกันนี้ได้สักเท่าไหร่ โดยจุดขายหลักๆของ Mr.Idol คือการที่หนังได้อดีตนักร้องเกาหลีชื่อดังอย่าง ปาร์ค แจบอม จากวง 2PM มาเล่นเป็นตัวประกอบเพื่อเรียกแขกเข้าโรงหนังให้ และตัวหนังทั้งหมดก็เน้นไปที่การขายดาราหนุ่มสาวหน้าหล่อของเกาหลีเช่นเดียวกัน โดยตัวหนัง Mr.Idol พล๊อตเรื่องออกมาในแนวประมาณว่า วงดนตรีเล็กๆที่อยากดัง อย่างที่เราได้เห็นไปในหนังไทยและหนังฝรั่งหลายเรื่องแล้วเช่น Suckseed เป็นต้น

โดยถ้าถามว่า Mr.Idol มีอะไรที่พลิกไปจากบทเก่าๆของหนังแนววงดนตรีอยากดังหรือไม่ คำตอบนั้นก็คือ ไม่ได้มีอะไรพลิกแพลงไปเลยสักนิดเดียว เพราะหนังยังเล่นเดินตามรอยบทหนังแนวนี้แทบทุกก้าว โดยสิ่งที่ผมคิดว่า หนังแนว วงดนตรีเล็กๆอย่างดัง ควรมีนั้นคือ ความสนุก และ การที่หนังสามารถทำให้คนดูรู้สึกลุ้น และ เอาใจช่วยเหล่าวงดนตรีเล็กๆเหล่านี้ไปให้เป็นวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ให้ได้ แต่น่าเสียดายที่ Mr.Idol กลับทำไม่ได้อย่างที่ผมได้หวังไว้ เพราะเอาเข้าจริงๆก็อย่างที่ได้บอกไปคือ Mr.Idol กลับกลายเป็นหนังเกาหลีที่เล่นขายแต่หน้าตาของนักแสดงชายและเพลงประกอบของหนังมากจนเกินไป

จนหนังลืมย้อนกลับมาดูที่ด้านของตัวบท และ การดำเนินเรื่องของหนัง ที่ออกมาค่อนข้างสะเปะสะปะ เดี๋ยวตัวละครนี้เป็นนี้บ้าง เดี๋ยวเหตุการณ์นี้เกิดบ้าง ไม่เกิดบ้าง และอื่นๆอีกมากมาย โดยสิ่งที่น่าผิดหวังมากที่สุดของ Mr.Idol คือการที่หนังพยายามจะฉีกตัวเองไปจากแนวหนังวงดนตรีอยากดัง นั้นคือมีการประเด็นเกี่ยวกับความขัดแย้งในครอบครัวของ พ่อ และ ยูจีน ตัวละครเอก ของเรื่องเข้ามา แต่หนังกลับไม่ได้มีความหนักแน่นไปที่ประเด็นนั้นมากเท่าไหร่นัก เพราะมัวแต่ไปสนใจด้านอื่น จนท้ายสุด หนังกลับเล่นตัดบทเกี่ยวกับประเด็นที่ขัดแย้งเอาซะดื้อๆ และใส่เหตุผลเบาๆเข้ามาให้รอยแผลมันสนิทเท่านั้น

หนำซ้ำในหลายๆด้านของหนังไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวความรัก และ มิติของเหล่าตัวละครในหนัง จึงออกมาแทบจะไม่สุดสักอย่าง แต่อย่างน้อยตัวหนังก็จะมีเพลงประกอบที่เป็นจุดขายของหนังอย่างเพลง Summer Dream ที่ต้องยอมรับว่าเป็นเพลงเกาหลีที่ค่อนข้างฟังสนุก และ เพราะจริงๆ พร้อมกับฉากไคล์แมกซ์ ที่ดูแล้วยิ่งใหญ่ และปฏิเสธไม่ได้เลยที่จะบอกว่าผมก็มีความรู้สึกประทับใจในฉากนั้นเช่นเดียวกัน

สรุป Mr.Idol ถือว่าเป็นหนังเกาหลีแนว วงดนตรีเล็กๆที่อยากดัง ที่ทำออกมาได้ดีในด้านการขายนักแสดงหนุ่มหล่อ ที่สาวๆแฟนคลับ 2PM คงได้ชื่นอกชื่นใจ พร้อมกับเพลงประกอบหนังที่ฟังแล้วสนุก แต่ถ้าหากเอาสิ่งเหล่านั้นไปชั่งน้ำหนักกับข้อเสียต่างๆนานาของหนัง ก็จะพบว่า Mr.Idol เป็นแค่หนังดูเพลินๆเท่านั้น

เรื่องนี้ผมให้? 7/10 ครับ