Himizu : รักบ้าๆ ของ 2 วัยรุ่น หลังเหตุการณ์สึนามิครั้งยิ่งใหญ่ในญี่ปุ่น

Home / วิจารณ์หนัง / Himizu : รักบ้าๆ ของ 2 วัยรุ่น หลังเหตุการณ์สึนามิครั้งยิ่งใหญ่ในญี่ปุ่น

เป็นหนังที่ไม่ได้รู้เรื่องราว หรือศึกษาหาข้อมูลมาดูก่อนเลยสักนิด แต่เป็นเพราะวันจันทร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสว่างไปโรงหนัง เฮ้าส์ ทั้งที เพราะฉะนั้นจึงขอจัดหนังให้คุ้มกับค่ารถหน่อย ซึ่งหนังญี่ปุ่นเรื่องนี้ก็ถือได้ว่าเป็นของแถมสำหรับผม (เพราะที่จริงตั้งใจจะไปดู The Tree) โดยตัวหนังจะดีตามคนอื่นบอกหรือไม่ไปอ่าน

Himizu ดัดแปลงจากการ์ตูนมังงะ โดยใส่เนื้อหาร่วมสมัยเข้าไป ฉากหลังของหนังคือ ช่วงที่ประเทศเพิ่งประสบภัยซึนามิ ยูอิจิ เด็กหนุ่มวัย 14 ปี ต้องอยู่กับพ่อที่เป็นคนติดเหล้า และแม่ที่หลับนอนกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า เคอิโกะ เด็กหญิงซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้น ตกหลุมรักยูอิจิ และพยายามทำทุกวิถีทางให้เด็กหนุ่มหันมาสนใจเธอ ชีวิตของเคอิโกะก็หนักหนาสาหัสพอกัน แม่ของเธอพยายามจะฆ่าเธอ เพราะเชื่อว่า ?หากลูกตายไป ชีวิตฉันคงดีกว่านี้? เด็กหนุ่มและเด็กสาวที่จิตใจเป็นแผลมาเจอกัน ทว่าในโลกของซิออน โซโนะ สองคนนี้ไม่ได้มาเพื่อเยียวยากันและกัน แต่มาเพื่อจะทำร้ายกัน และสอนให้อยู่ในโลกเน่าๆนี้ให้จงได้

Himizu กำกับการแสดงโดย ซิออน โซโนะ ผู้กำกับชาวญี่ปุ่นที่ถ้าหากจะเรียกเขาว่าเป็น ลาร์ วอน เทียร์ แห่งญี่ปุ่นก็คงไม่แปลก เพราะเขาเป็นผู้กำกับที่ไม่เคยจะให้แสงสว่างแก่คนดูในหนังของเขาเลยสักนิด ไม่ว่าจะเป็น Suicide Club หรือแม้แต่ Noriko?s Dinner Table โดย Himizu ถือว่าเป็นผลงานเรื่องล่าสุดของเขาที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูนมังงะชื่อดัง ที่บอกเล่าเรื่องราวของญี่ปุ่นหลังเหตุการณ์ สึนามิ ปีที่แล้วผ่าน 2 ตัวละครวัยรุ่นมีปัญหา ซึ่งสำหรับ Himizu เป็นหนังที่ผมสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า “ไม่รู้มันคืออะไร แต่ชอบ(มาก)” เพราะ Himizu เป็นหนังที่ผมคิดว่ามันเป็นหนังที่ใส่ประเด็น และ เรื่องราวต่างๆเข้ามาได้ใกล้ตัวคนดูอย่างมาก โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น เพราะส่วนใหญ่หนังนั้นเล่นเจาะจงไปเล่นประเด็นเกี่ยวกับ คนญี่ปุ่นหลังเหตุการ์ณสึนามิครั้งยิ่งใหญ่เมื่อปีที่แล้วนี้

ที่หนังแสดงให้เห็นถึง ชีวิต ที่มีปัญหาเข้ามารุมล้อมมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่อง หนี้ก้อนโต หรือ แม้แต่เรื่องราวปัญหาครอบครัวที่ทุกอย่างต้องจมหายไปกับสึนามิ ซึ่งหลังจากผมได้มีโอกาสดู The Tree และ Himizu ต่อกันจึงพบว่า หนัง 2 เรื่องนี้เป็นหนังที่สอนคนดูว่า ‘เรายังต้องอยู่กับชีวิตนี้อีกยาวนาน เพราะฉะนั้นเราจงลืม อดีต ที่ข่มขื่นให้จงได้ และเราควรที่จะยอมรับกับ ปัจจุบัน และจงเตรียมพร้อมกับ อนาคต ที่กำลังจะมาถึง ไม่ใช่มามัวนั่งจมปลักอยู่กับ อดีต จนทำให้ชีวิตยาวๆที่เหลืออยู่ไร้ความหมาย’ แต่มันแตกต่างกันตรงที่ว่า The Tree จะออกมาในแนวนุ่นนวล ส่วน Himizu จะออกมาในแนวแรงๆ แถมโรคจิตมาก

และเป็นเพราะการที่ Himizu นำเสนอเรื่องราว และ ประเด็น ในรูปแบบโรคจิตนั้นแหละที่เป็นจุดเด่นของหนัง เพราะการที่หนังพยายามแรงนั้น ยิ่งเป็นเครื่องตอกย้ำ และทำให้เราเห็นถึงสภาพจิตใจของคนญี่ปุ่นหลังเหตุการณ์สึนามิได้อย่าง สมจริง และจะอินไปกับตัวหนังได้ไม่ยากเลยสักนิด โดยเฉพาะที่เด็ดสุดของหนีไม่พ้นการที่หนังได้ใส่ประเด็นเสียดสีสังคมสมัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของ ปัญหาครอบครัว ที่คุณอาจจะเคยเห็นในหลายๆเรื่องมาแล้ว แต่แน่นอนว่าคุณคงไม่เคยเจอแบบไหนที่รู้สึกจี๊ดเท่า Himizu แน่นอน โดยถ้าหากใครอยากรู้ว่าอะไรต้องขอให้ไปดูเอง เดี๋ยวผมกลัวว่ามันจะกลายเป็นสปอยล์ชิ้นโตไป

เพราะฉะนั้นสำหรับ Himizu ผมจึงไม่สามารถอวยตัวหนัง หรือบอกเล่าถึงสิ่งที่ผมประทับใจในตัวหนังออกมาได้หมด เพราะถ้าหากผมบอกนั้นมันอาจจะกลายเป็นสปอยล์ไปก็เป็นได้ ซึ่งโดยส่วนตัวผมนั้นไม่ค่อยได้มีโอกาสดูหนัง ญี่ปุ่น แนวโรคจิตมากสักเท่าไหร่ จึงไม่สามารถนำเอา Himizu ไปเปรียบเทียบได้ว่าถ้าคุณชอบหนังญี่ปุ่นเรื่องไหนคุณถึงจะชอบ Himizu แต่สิ่งที่ผมคิดว่าผู้อ่านน่าจะสัมผัสได้จาก Himizu เลยคือด้านของอารมณ์ความหดหู่ อารมณ์ความน่าสมเพชในโลกใบนี้ และอารมณ์ความเกลียดชังในด้านของสันดานดิบในตัวของพวกเราเอง เมื่อพวกเราหมดหนทางที่จะก้าวต่อ เมื่อเราเจอทางตันชิ้นโตในชีวิต

โดยสรุปแล้ว Himizu ถือว่าเป็นหนังญี่ปุ่นแนวดราม่าที่สามารถสะท้อนปัญหาสังคม และ เรื่องราวของสภาวะจิตใจมนุษย์ ของคนญี่ปุ่นหลังเหตุการณ์ สึนามิ เมื่อปีที่แล้ว ออกมาได้อย่างบ้าคลั่ง และ โรคจิต แต่นั้นถือว่าเป็นข้อดีที่สุดของหนังเลยจริงๆ ความแรงของหนังเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้ถึงแก่นของมนุษย์เป็นอย่างดี

เรื่องนี้ผมให้ 10/10 ครับ