The Avengers : โคตรทีมมหาเทพ

Home / วิจารณ์หนัง / The Avengers : โคตรทีมมหาเทพ

กลายเป็นหนังที่ทั้งคอหนัง และ คนดูทั่วไป ก็ต่างรอคอยมากพอๆกับเรื่อง The Dark Knight Rises ในปีนี้กันแล้ว กับหนังที่รวมดารามหากาฬของ มาร์เวล ที่จับเอายอดมนุษย์ทั้ง 4 คนจากหนัง 4 เรื่อง หลากภาค มารวมกันในชื่อของ อเวนเจอร์ส ที่จะมาเขย่าความมันส์ของคุณแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์หลากระบบ

จากความสำเร็จอย่างล้นหลามของหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่เริ่มต้นจาก ไอรอน แมน , ดิ อินเครดิเบิ้ล ฮัลค์ , ไอรอน แมน 2 , ธอร์ , และ กัปตัน อเมริกา: อเวนเจอร์ที่ 1 , ดิ อเวนเจอร์ส จะเป็นการรวบรวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อศัตรูที่ไม่คาดคิดได้คุกคามความมั่นคงและความปลอดภัยของโลกใบนี้ นิค ฟิวรี่ ผู้ อำนวยการหน่วยรักษาความสงบและสันติระหว่างประเทศหรือที่รู้จักกันในชื่อ หน่วย ?ชีลด์? จึงต้องรวมพลเหล่าซูเปอร์ฮีโร่เพื่อที่จะมาปกป้องโลกให้พ้นจากหายนะที่จะเกิดขึ้นโดยน้ำมือของ โลกิ เทพเจ้าจาก แอสการ์ด น้องของ ธอร์ ที่จะมาพร้อมกับกองทัพที่คนทั้งโลกยากที่จะรับมือไว้ได้เลยหล่ะ

The Avengers กำกับการแสดงโดย โจสส์ วีดอน ผู้กำกับจากหนังไซไฟคำวิจารณ์สูงอย่าง Serenity และหนังดองที่เพิ่งได้รับคำชมไปอย่าง The Cabin in the Woods ที่เขาเป็นคนร่วมเขียนบทกับผู้กำกับ ดรูว์ ก๊อดดาร์ด ด้วยเช่นกัน ซึ่งบอกตามตรงเลยคือ ในตอนแรกที่เห็นรายชื่อของผู้กำกับ โจสส์ วีดอน จะมากำกับ The Avengers ก็รู้สึกประหม่าอยู่เหมือนกันว่าจะออกมาไม่ค่อยดี เพราะโดยส่วนตัวรู้สึกเฉยๆกับ Serenity พอสมควร แถมซีรี่ย์ที่ผู้กำกับคนนี้เป็นคนเขียนบท และ กำกับ อย่าง Buffy หรือแม้แต่ Firefly ผมก็ไม่ได้ผ่านตามาเลยสักนิดเดียว แต่แล้วหลังจากคำวิจารณ์ของเมืองนอกมานั้นก็ต้องขอเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะว่าคำวิจารณ์ออกมาสูงเกินหน้าเกินตาหนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นอย่างชัดเจน แม้แต่หนังฮีโร่ที่ดีที่สุดของ มาร์เวล Iron Man ทั้ง 2 ภาคก็ตามทีเถอะ

ซึ่งสำหรับ The Avengers ถือว่าเป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่จาก มาร์เวล เรื่องแรกที่ผมได้ดูในระบบ 3D เพราะหลังจาก Thor และ Captain America : The First Avengers ผมได้ดูเป็นระบบ 2D ทั้งหมด โดย The Avengers เป็นหนังที่ไม่ได้ถ่ายทำด้วยกล้องระบบ 3D ตั้งแต่แรก แต่ว่านำเอา ฟีลม์ปกติ มาแปลงเป็น 3D ทีหลังเหมือนกับ Immortals และอีกหลายๆเรื่องที่เขาทำกัน แต่อย่าคิดว่าการที่หนังนำเอามาแปลงเป็น 3D จะแย่ขนาดที่ลอยแต่ซับแบบ Clash of the Titans เพราะสำหรับ 3D ของ The Avengers ผมต้องขอชมว่ายังอยู่ในระดับที่พอโอเค ไม่ถึงกับขั้น หวือหวา แบบที่ต้องตีตั๋วไปดูแบบ Hugo ที่เพิ่งมาหรอกครับ

เพราะสำหรับ 3D ของ The Avengers ยังถือว่ามีหลายฉากที่ดูแล้วรู้สึกหลอกตาพยายามเป็น 3D มากเกินไป แต่หนังก็ทดแทนโดยการใส่ฉากที่ดูแล้วรู้สึกว่า ‘เห้ย นี้มัน 3D หนิหว่า’ เข้ามาระหว่างเรื่องตลอดเวลา ซึ่งถ้าหากใครอยากเห็น กล้าม ของ กัปตันอเมริกา หรือว่า แบล๊ค วิโดว์ ลอยออกมานอกจอก็สามารถตีตั๋วไปดูระบบ 3D ได้ตามกำลังทรัพย์เลยครับ ซึ่งเมื่อวกกลับมาถึงตัวหนัง โดยส่วนตัวต้องขอบอกก่อนเลยว่าผมเป็นคนที่ค่อนข้างชอบหนังซุปเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลมากๆไม่ว่าจะเป็น Iron Man หรือแม้แต่ The Incredible Hulk เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ผมจะรู้สึกตื่นเต้นไปกับ The Avengers และความตื่นเต้น พร้อมกับการตั้งความหวังที่สูงมากๆของผมก็ไม่ได้เข้าขั้นผิดหวังซะทีเดียว เพราะ The Avengers ยังคงเป็นหนังที่รักษาเสน่ห์ มาร์เวล ได้อยู่อย่างครบถ้วนเลยทีเดียว

ไม่ว่าจะเป็นการเล่าตัวบทที่สามารถทำให้หนังที่ยาวขนาด 142 นาที รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังดูหนังจบแค่ภายในเวลา 45 นาทีได้อย่างแปลกประหลาด ซึ่งสิ่งที่ผมคิดในตอนแรกว่า The Avengers จะล้มเหลวนั้นคือการแชร์บทตัวละครเหล่าฮีโร่ แต่ที่จริงกลับไม่ใช่อย่างงั้น เพราะผู้กำกับ โจสส์ วีดอน ถือว่าค่อนข้างมือโปรมาก โดยการที่สามารถแชร์บทเหล่า ฮีโร่ และ ตัวละครมนุษย์ ให้ออกมามีความสำคัญเท่าๆกัน และออกหน้าออกตาในหนังแบบที่เรียกได้ว่าไม่มีใครน้อยหน้าใครเลยสักนิดได้อย่างลงตัว แถมไม่รู้เดี๋ยวนี้เป็นเสน่ห์ใหม่ของหนัง มาร์เวล หรือไม่ที่จะมีใส่ มุขตลกๆน่ารักๆ เข้ามาอยู่เรื่อย แต่มันก็ทำให้คนดูขำได้สำเร็จด้วยนะ

โดยในด้านของฉากแอ็คชั่นใน The Avengers หลังจากที่พวกเราเห็นในตัวอย่างคงจะพอเดาออกว่ามันยิ่งใหญ่ขนาดไหน และอยากจะบอกเลยว่า มันยิ่งใหญ่อย่างที่คุณเดาจริงๆ เพราะถึงแม้ว่า The Avengers จะมีฉากแอ็คชั่นที่ค่อนข้างน้อยกว่า Iron Man และ The Incredible Hulk แต่การที่ผู้กำกับ โจสส์ วีดอน เลือกที่จะกั๊กฉากแอ็คชั่นเหล่านั้นทั้งหมด ไประบายความมันส์ที่ 30 นาทีสุดท้ายของหนังแบบจัดเต็ม ถือได้ว่าเป็นความคิดที่ถูก และ ทำให้คนดูขนลุกมากๆ เพราะตลอด 30 นาทีเต็มในฉากการสู้อยู่ในเมืองนิวยอร์ค ถือเป็นการโชว์กึ๋นด้านของ ฉากแอ็คชั่น ได้อย่างเต็มที่ โดยการไม่มีการใส่บทพูดให้อืดอาดแบบ Transformers 3 แต่เน้นที่จะหนักหน่วงไปด้านฉากแอ็คชั่นลูกเดียว และนั้นจึงทำให้ 30 นาทีสุดท้ายของหนังดูแล้วขนลุกและปริ่มไปด้วยความมันส์

ซึ่งตอนแรกผมก็คิดว่า The Avengers จะเป็นแค่หนังแอ็คชั่นที่ขายความมันส์ และ ความฮา ตามแบบ มาร์เวล แต่กลับไม่ใช่อย่างนั้น เมื่อสิ่งที่เซอร์ไพรส์ที่สุดของหนังมันกลับอยู่ที่การที่ผู้กำกับ โจสส์ วีดอน ได้กลับใส่เรื่องราวเสียดสีความเป็นมนุษย์ของคนเราเข้ามา โดยหยิบเอาเรื่องราวของ ความเห็นแก่ตัว และ ความลุ่มหลงในตัวเอง จนมากเกินไปของคนเรา มาขยายและสานต่อโดยผ่านตัวละครเหล่าฮีโร่ และ ตัวร้าย ที่ผมต้องขอบอกเลยว่า ผมอธิบาย ไม่ค่อยจะถูกเหมือนกัน แต่ถ้าหากคุณได้ไปดูด้วยตาของคุณเอง ผมว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างสะกิดคุณอย่างแน่นอน ซึ่งข้อที่ว่ามาเหล่านี้ถือว่าประทับใจมากๆครับ

เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้ว The Avengers ถือว่าเป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่ทำออกมาค่อนข้างลงตัว โดยถ้าหากคุณจะดู The Avengers ต้องหาหนังพวก Iron Man , Thor , Captain America และ Hulk มาดูเสียก่อน เพื่อเพิ่มความเข้าใจมากขึ้น เพราะมิฉะนั้นคุณอาจจะไม่เข้าใจบางมุขตลก และ การกระทำ ของตัวละคร

เรื่องนี้ผมให้? 8/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด