The Viral Factor : รสชาติแปลกแต่อร่อยกับ ฉากบีบน้ำตา ผสม แอ็คชั่นสุดมันส์

Home / วิจารณ์หนัง / The Viral Factor : รสชาติแปลกแต่อร่อยกับ ฉากบีบน้ำตา ผสม แอ็คชั่นสุดมันส์

ตอนแรกเป็นหนังเอเชียที่ถือว่านอกสายตาผมอย่างมาก เพราะตัวอย่างฉบับไทยตัดออกมาไม่ได้มีความน่าสนใจเลยสักนิด จนมีหลายเสียงได้ออกมาชม มาเชียร์ ให้ไปดูหนังเรื่องนี้กันเพราะว่าหนังเขามันส์จริง จึงไม่รอดสายตาของคนชอบลองของอย่างผม ที่ได้มีโอกาสไปลองรับชมหนังแอ็คชั่นสายพันธ์เอเชีย

ปฏิบัติการสุดมันส์จะเปลี่ยนทุกนิยามการไล่ล่าที่เคยมีมา ผลงานดุเดือดเชือดเฉือนบทบาทครั้งแรกของ เจย์ โชว์ ซูเปอร์สตาร์แห่งเอเชีย VS เซียะ ถิงฟง ซูเปอร์สตาร์แห่งฮ่องกง สุดระห่ำแหลก จอน (เจย์ โชว์) ตำรวจสากลเข้าร่วมปฏิบัติการต่อต้านองค์กรอาชญากรรมระดับนานาชาติ ที่กำลังวางแผนจะปล่อยไวรัสที่ร้ายแรงที่สุดเพื่อทำร้ายคนทั้งโลก จากภารกิจในครั้งนี้ทำให้จอนได้พบกับหม่านหยวน (เซียะ ถิงฟง) พี่ชายของเขาที่พลัดพรากจากกันตั้งแต่ครั้งยังเด็กและการกลับมาของหม่านหยวน ครั้งนี้กลับกลายเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญที่จะตัดสินชะตาของจอน และคนทั้งโลก พบมหากาฬภาพยนตร์แอ็คชั่นมันส์สุด

The Viral Factor เป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับ แดนเต้ เลม ผู้กำกับผู้เคยอยู่เบื้องหลังหนังแอ็คชั่นของฮอลลีวู้ด และ เอเชีย มามากมาย โดยหนังเรื่องนี้เขาได้นำเอา 2 ซุปเปอร์สตาร์แห่งเอเชียอย่าง เจย์ โชว์ และ เซียะถิงฟง มาหั่นกันในหนังแอ็คชั่นนอกสายตา แต่สนุกอย่างที่คาดไม่ถึงเรื่องนี้ โดย The Viral Factor ถ้าหากจะให้พูดว่ามันเป็นแค่หนังแอ็คชั่นบ้านๆเรื่องนึง ที่ขายแต่ฉากแอ็คชั่น ที่ดูเสร็จแล้ว พอไปกิน ชาบูชิ พวกเราก็จะลืมเรื่องราวความมันส์นั้นไปหมดแล้วก็คงไม่ถูก เพราะว่าผมยอมรับเลยว่า ถึงแม้ด้านของ ตัวบท ใน The Viral Factor จะถือว่ามีหลายฉากที่ดูแล้วค่อนข้างขัดใจไปบ้าง แถมยังมีหลายจุดที่ถือว่าทำให้คอหนังทั้งหลายจับจุดช่องโหว่ต่างๆออกมาได้อย่างมากมาย แถมหลายๆสิ่งหลายๆอย่างก็อาจจะเทียบชั้นไม่ได้กับหนังฮอลลีวู้ดหลายๆเรื่องก็ตาม

แต่ว่าพอหนังจบลง ผมกลับมองว่าโดยรวมของหนังมันดันออกมาค่อนข้างดีกว่าที่คาดไว้มากพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องราวของ ดราม่าครอบครัว ในหนังเรื่องนี้ ที่ถือว่าใส่เข้ามาเป็นประเด็นรองของหนังต่อจาก ฉากแอ็คชั่น ที่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นประเด็นรองก็ตาม แต่หลายๆฉากที่หนังปลดปล่อยเรื่องราวเกี่ยวกับ ความรัก ความผูกพันธ์ ในครอบครัว ในหนังเมื่อไหร่ ผมเชื่อเลยว่าคนดูที่เข้าไปดูหนังเรื่องนี้เพื่อหวังจะชมฉากแอ็คชั่น ก็คงต้องมีน้ำตาคลอกันบ้างแน่นอน เพราะต้องขอชมเลยว่าผู้กำกับ แดนเต้ เลม สามารถเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับฉากแอ็คชั่น และ ความเป็นดราม่า ออกมาได้ดี และผสมคลุกเคล้ากันไปได้รสชาติแปลกๆ

เพราะว่าใน The Viral Factor เมื่อหนังถึงจุดที่กำลังบอกคนดูว่า นี่ตรูกำลังจะแอ็คชั่นแล้วนะเว้ย หนังก็สามารถจัดฉากแอ็คชั่นเหล่านั้นออกมาได้ค่อนข้างมันส์ถึงใจ แถมดูเพลินๆฆ่าเวลาได้เป็นอย่างดีไม่มีความน่าเบื่อเลยสักนิด โดยเฉพาะ ฉากไคลแมกซ์ และ ฉากเปิดตัว ของหนัง ที่เรียกได้ว่าเป็นการจัดเต็มของผู้กำกับโดยเฉพาะ แต่เมื่อถึงฉากที่หนังกำลังบอกกับคนดูว่า ‘นี่กำลังจะถึงฉากที่จะทำให้พวกเอ็งร้องไห้’ หนังก็ถือว่าสามารถใช้เรื่องราวที่หนังปูมาอันน้อยนิด มาต่อยอดให้เกิดฉากดราม่าเรียกน้ำตาออกมาได้เป็นอย่างดี และหนึ่งในนั้นผมต้องขอชมการแสดงของซุปเปอร์สตาร์อย่าง เจย์ โชว์ ที่ในเรื่องนี้สามาถรรับบท บู๊ และ ดราม่า ได้ค่อนข้างดี หลังจากผมเคยมีอคติกับ เจย์ โชว์ ในด้านการแสดงจากเรื่อง Kung Fu Dunk มาก่อน ซึ่งเรื่องนี้เขาได้ลบอคติของผมไปหมดแล้ว

พอๆกับหนังแสดงอีกคนที่มาประชันบทบาทกับ เจย์ โชว์ ในเรื่องนี่อย่าง เซียะถิงฟง ที่ลีลาฉากแอ็คชั่นแบบ ระยะประชิด สามารถถ่ายทอดออกมาได้ดูค่อนข้างสมจริง และฉากดราม่าเรียกน้ำตา ก็ถือว่าถ่ายทอดออกมาได้ค่อนข้างโอเคเช่นเดียวกับ เจย์ โชว์ เลยก็ว่าได้ ซึ่งโดยรวมแล้วสำหรับ The Viral Factor ถือว่าเป็นหนังอีกเรื่องของปีนี้ ที่เรียกว่า เซอร์ไพรส์ สำหรับผมก็เป็นได้ เพราะในทีแรกจากหน้าหนังดูไม่สนใจ แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว หนังกลับสนุกกว่าที่คิดไว้ โดยเฉพาะในด้านการดำเนินเรื่อง ฉากแอ็คชั่น และหลายๆองค์ประกอบของหนัง ที่ถึงแม้จะมีหลายฉาก หลายเหตุผล ที่ดูแล้วไม่เข้าท่า แถมช่องโหว่ก็ค่อนข้างเยอะ

แต่เมื่อหนังมันได้จบลงแล้ว สิ่งที่คนดูได้ไปมันกลับไม่ใช่เพียงฉากแอ็คชั่นมันส์ๆ แต่มันถือว่าสามารถเล่นเกี่ยวกับฉากดราม่าเรียกน้ำตาในหลายๆอารมณ์ให้กับคนดูได้ค่อนข้างดีอีกด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นต้องชม เซียะถิงฟง และ เจย์ โชว์ ที่รายหลังการแสดงค่อนข้างพัฒนาอย่างเห็นได้ชัดหลังจากเรื่อง Kung Fu Dunk

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

โดย? ลูกอบรสเขียด