Red Dog : หมาแดง แรงฤทธิ์

Home / วิจารณ์หนัง / Red Dog : หมาแดง แรงฤทธิ์

โดยส่วนตัวผมเป็นคนที่ค่อนข้างรักหมา และชอบสัตว์มากพอสมควร และหลังจากเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วเคยมีหนังแนวหมารักเจ้าของที่สะกิดใจผมมากนั่นคือ Hachi และผมก็หวังจะได้ความรู้สึกเศร้าๆแบบนั่นอีกครั้งจากหนังออสเตรเลียที่สร้างมาจากเรื่องจริงเช่นเดียวกับเรื่องดังกล่าวอย่าง Red Dog หรือในนาม ไอ้แดง

เรื่องของเจ้าขนแดง เริ่มต้นขึ้นในเหมืองแร่ คนงานทุกคนรู้จักมันเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ทราบว่ามันเป็นหมาของใคร หรือมาจากไหน ความเป็นมาของเจ้าขนแดง ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก มันอาศัยอยู่กับหนุ่มอเมริกันที่ชื่อ จอห์น (จอช ลูคัส) ซึ่งทำงานเป็นคนขับรถเมล์ เขาเลี้ยงดูมันอย่างดี กระทั่งวันหนึ่ง เขาทิ้งมันไว้ที่บ้าน และสัญญากับมันว่า เขาจะออกไปทำธุระสำคัญก่อนจะกลับมารับมันรอแล้วรอเล่า เจ้าขนแดงก็ไม่เห็นวี่แววของเจ้าของผู้เป็นที่รัก มันจึงออกตามหาเขา อย่างไม่สนใจระยะทางหรือระยะเวลา Red Dog เป็นหนังที่ได้รับความนิยมมากทีเดียวในออสเตรเลีย เข้าชิง 8 รางวัลจากสถาบันภาพยนตร์ออสเตรเลียเลยทีเดียว

Red Dog เป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับชาวออสเตรเลียอย่าง คริฟท์ สแตนเดอร์ ที่หลังจากไปจับงานหนังดราม่าแนวตะลุยกวาดรางวัลของออสเตรเลียอยู่นาน ในปีนี่เขาจึงเปลี่ยนแนวมาเป็นการหยิบเรื่องราวสุดประทับใจที่เกิดขึ้นจริงใน ออสเตรเลีย ที่คนไหนที่เกิดในออสเตรเลียคงไม่มีใครไม่รู้จักกับ เจ้าหมาขนแดง ที่ทำให้ Red Dog กลายเป็นหนังที่ทำเงินสูงสุดในปี 2011 ของออสเตรเลีย ที่ทำเงินไปถึง 21 ล้านเหรียญ แถมยังตะลุยกวาดรางวัลความประทับใจอีกมากมายในบ้านเกิด ซึ่งถ้าหากใครที่เคยดู Hachi มาก่อน และได้มาดู Red Dog ก็คงไม่แปลกถ้าหากคุณจะได้กลิ่นความเหมือนระหว่าง Red Dog และ Hachi เพียงแต่ว่าในหนัง Red Dog ผู้กำกับ คริฟท์ สแตนเดอร์ ไม่ได้อยากให้คนดูรู้สึกเครียด หรือ ง่วงมากเกินไป ผู้กำกับจึงได้ใส่มุกตลกเข้ามากมาย

และมุกตลกเหล่านั้นเอง ก็ถือว่าเป็น ดาบสองคม ของตัวหนังที่มีทั้งข้อดี และ ข้อเสีย มากมาย โดยข้อดีของการที่ผู้กำกับได้ใส่มุกตลกแนวน่ารักๆ ที่สามารถขำได้ทุกวัยเข้ามานั่นคือ มันเป็นสิ่งที่สามารถทำให้คนดูไม่รู้สึกเบื่อ แถมหนำซ้ำยังสามารถทำให้คนดูรู้สึกหลงรัก เจ้าหมาขนแดง จากความน่ารักของมุกตลกๆน่ารักทั้งหลายได้ค่อนข้างดีอีกด้วย และนักแสดงสมทบของหนังมากมายไม่ว่าจะเป็น โนอาร์ เทเลอร์ , ลุค ฟอร์ด หรือแม้แต่ เรเชล เทเลอร์ ก็ถือว่ารับส่งบทความประทับใจที่มีต่อเจ้าหมาแดงได้ค่อนข้างดี และคนดูสามารถสัมผัสถึงการรับส่งบทน่ารักๆนี่ได้ไม่ยาก แถมเจ้าหมาแดงของเรื่องก็มีความสามารถพอตัวเลยหละ

แต่ว่าสำหรับใครที่ต้องการมาดู Red Dog เพื่อหวังที่จะให้หนังกอบโกยน้ำตาแตกจากเราไปได้แบบ Hachi ก็ต้องขอบอกว่า น่าจะผิดหวัง อยู่พอสมควร เพราะว่าข้อเสียจากการที่หนังใส่มุกตลกที่ทำให้คนดูไม่เครียดอย่างแรกเลยนั่นคือ ฉากการเรียกน้ำตาของหนัง มันจึงดูแล้วไม่ค่อยมีน้ำหนักในการเรียกน้ำตาของหนังมากนัก เพราะในฉากเรียกน้ำตาส่วนใหญ่ของหนัง หนังเล่นใส่เสียงดนตรีประกอบเข้ามาค่อนข้างเบา และเน้นที่จะให้คนดูเศร้าเพราะให้คนดูรู้สึกว่ามีความผูกพันธ์กับตัวละครอย่าง จอห์น และ หมาแดง มาก ทั้งที่จริงผู้กำกับไม่รู้เลยว่า มุกตลก ทั้งหลายที่เขาใส่เข้ามานั่นแหละมันกลับกลายเป็นสิ่งที่ฆ่าฉากการเรียกน้ำตาเสียเอง เพราะมุกตลกส่วนใหญ่จะเน้นขายแต่ ความเกรียน และ ความฮา ของคนและหมา โดยที่ขาดแคลนฉากความประทับใจระหว่างคนกับหมาไปมาก

ต่างจากหนังแนวหมาเรียกน้ำตาอีกเรื่องอย่าง Hachi ที่เล่นใส่แต่ฉากความประทับใจระหว่าง เจ้าของ และ สุนัข ที่เมื่อถึงฉากย้อนความทรงจำที่หนังพยายามบิวท์ให้คนดูน้ำตาแตก ใน Hachi มันจึงทำสำเร็จ แต่ใน Red Dog มันต่างกันค่อนข้างมากนะ

แต่โดยรวมสำหรับใครที่ช่วงนี้ต้องการหาหนังแนวน่ารักๆ คลายเครียดๆ ผมว่า Red Dog ก็น่าจะเป็นหนังที่เหมาะกับคุณ แต่ถ้าหากใครต้องการดู Red Dog เพื่อหวังจะต่อมน้ำตาแตกแบบ Hachi ก็คงต้องผิดหวังกันไปมากๆ เพราะมันกลับไม่ใช่อย่างนั้นเลยสักนิด Red Dog เข้าฉายแล้วเฉพาะ House RCA เท่านั้น

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด