Chernobyl Diaries ? ทัวร์นรกเมืองนิวเคลียร์

Home / วิจารณ์หนัง / Chernobyl Diaries ? ทัวร์นรกเมืองนิวเคลียร์

ที่มาหรือจุดเริ่มต้นของหนังสักเรื่องก่อนที่จะสร้างขึ้นมานั้น จำเป็นต้องมีเรื่องราวที่จะนำมาบอกเล่า และหากเรื่องราวที่จะนำมาบอกเล่านั้นมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงใน ประวัติศาสตร์ ความน่าสนใจของตัวหนังก็จะมีมากยิ่งขึ้นและฝ่ายการตลาดของหนังก็จะสามารถทำ การประชาสัมพันธ์หนังได้ง่ายขึ้นด้วย เช่นเดียวกับเรื่อง Chernobyl Diaries ที่ได้นำเหตุการณ์จริงในอดีตที่เคยเกิดขึ้นที่มีชื่อเรียกว่า โศกนาฏกรรมที่เชอร์โนบิล (Chernobyl Disaster) มาเป็นจุดขาย!

Chernobyl Diaries กำกับโดย แบรดลี่ย์ พาร์คเกอร์ (Bradley Parker) อดีตผู้กำกับกองสองของ Let Me In (2010) ที่ได้รับโอกาสขึ้นมาเป็นผู้กำักับหนังเต็มตัวเป็นครั้งแรก เรื่องราวเิริ่มต้นเมื่อกลุ่มนักท่องเที่ยว คริส (เจสซี่ แมคคาร์ทนี่ย์)และแฟนสาวนาตาลี (โอลิเวีย เทย์เลอร์ ดัดลี่ย์) พร้อมด้วยเพื่อน อแมนด้า (เดวิน เคลลี่ย์) ที่เดินทางไปทั่วยุโรปจนมาถึงเมืองเคียฟ ประเทศยูเครน เพื่อพบกับ พอล (โจนาธาน ชาโดวสกี้) พี่ชายของคริส ซึ่งพอลก็เป็นเจ้าบ้านที่ดีด้วยการแนะนำทัวร์สุดพิเศษ เมืองพริพยาท (Prypiat) อันเป็นส่วนหนึ่งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลที่ตอนนี้กลายสภาพเป็น เมืองร้าง โดยการนำของ ยูริ (ดิมิทรี่ เดียทเชนโก้) หัวหน้าทัวร์เจ้าถิ่น ซึ่งพวกเขาหารู้ไม่ว่าการตัดสินใจไปทัวร์ในครั้งนี้อาจเป็นการออกทัวร์ครั้งสุดท้ายในชีวิต!

ย้อนอดีตกันสักนิด! วันที่ 26 เมษายน ค.ศ. 1986 หรือเมื่อ 26 ปีก่อน นิคมเชอร์โนบิล ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนีเปอร์ ใกล้เมือง พริเพียต ทางตอนเหนือของ ยูเครน ใกล้ชายแดน เบลารุส ซึ่งในขณะนั้นยูเครน และ เบลารุสยังเป็นส่วนหนึ่งของ สหภาพโซเวียต ได้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ขึ้นที่โรงไฟฟ้าโรงที่ 4 ได้ระเบิดขึ้น เกิดไฟไหม้อย่างต่อเนื่องหลายวันและมีการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสีที่ มากเกินกว่าจะควบคุม มีผู้เสียชีวิตทันทีกว่าครึ่งร้อย และต้องอพยพผู้คนที่อาศัยอยู่แถวนั้น สุดท้ายพื้นที่ดังกล่าวได้กลายสภาพเป็นเมืองร้าง ปัจจุบันบางพื้นที่ได้ถูกปรับสภาพจนสามารถอาศัยอยู่ได้ แต่บางส่วนนั้นยังคงเป็นพื้นที่หวงห้ามเนื่องจากยังมีสารกัมมันตรังสีตก ค้างอยู่เป็นจำนวนมหาศาล เหตุการณ์นี้ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและเป็นระยะเวลายาวนาน และมีประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อปี 2005 สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA : International Atomic Energy Agency) และ องค์การอนามัยโลก (WHO : World Health Organization) ได้ประมาณการว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากการระเบิดโดยตรงมากกว่า 600,000 คน มีผู้เสียชีวิตทันทีจากการระเบิด 56 คน และมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งจากการสัมผัสกัมมันตรังสีกว่า 4,000 คน

เมื่อพิจารณากับเหตุการณ์ข้างต้นก็พอจะเข้าใจว่าทำไมเรื่องราวของเชอร์โน บิลถึงได้มีเสน่ห์ และถูกนำมาเสริมเติมแต่งสร้างเรื่องราวในหลายรูปแบบโดยเฉพาะเกมคอมพิวเตอร์ ที่หากใครเคยเล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลมา ก่อนเมื่อเห็นตัวอย่างหนังก็พอจะเดาเนื้อเรื่องได้เลย! อย่างไรก็ตามเพียงแค่ตัวอย่างหนังที่ออกมาให้ชม ก็นับว่าเป็นหนังอีกเรื่องที่ทำตัวอย่างออกมาได้น่าสนใจดีทีเดียว แม้จะรู้สึกว่าเรื่องราวคล้ายๆ กับเกมบ้างก็เถอะ แต่ก็หวังว่าใน Chernobyl Diaries จะมีอะไรที่มากกว่าตัวอย่างหนังมี เมื่อได้ โอเรน เพลี่ (Oren Peli) ผู้สร้างไตรภาคสุดหลอน Paranormal Activity มาดูแลงานสร้างและร่วมเขียนบทภาพยนตร์

ช่วงแรกของหนังปูเรื่องราวความสัมพันธ์ของตัวละครไว้น่าสนใจ ทั้งเรื่องของคริสที่หวังจะขอแฟนสาวนาตาลีแต่งงานที่มอสโก จึงได้แวะมาบอกพี่ชายที่จากบ้านไปนาน ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องคริสและพอลที่รู้สึกว่าพอลจะเคยทำอะไรไว้ไม่ดี กับครอบครัวจนต้องออกมาใช้ชีวิตคนเดียวเพียงลำพัง ที่พอลดูจะพยายามแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นพี่ที่พึ่งพาได้ และการสานสัมพันธ์ของพอลที่มีต่อสาวอแมนด้าที่แม้ว่าฝ่ายหญิงดูจะไม่มีใจแต่ ทั้งคู่ก็มีบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน หนังวางให้ผู้ชมเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ร่วมเดินทางไปทัวร์ด้วยกัน ฉะนั้นการทำความรู้จักให้เราทราบที่มาที่ไปของตัวละครก็นับว่าเป็นสิ่งที่ ถูกต้อง ซึ่งช่วงแรกของทัวร์เป็นไปด้วยความสนุกสนาน แม้จะมีสิ่งที่เป็นลางบอกเหตุไม่ดีอยู่บ้างก็ตาม จนทำให้นึกไปว่าเรากำลังจะได้ดูหนังเขย่าขวัญชั้นดีอีกเรื่อง แต่นั่นคือความเข้าใจที่ผิด!

หนังมาพร้อมกับลูกเล่นๆ เดิม มุมกล้องเดิมๆ ซึ่งจะตอบสนองได้ดีต่อผู้ที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสดูหนังประเภทนี้ แต่หากเป็นคนที่เคยดูหนังแนวนี้มาก่อนจะไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับวิธีการ เล่าเรื่อง และถึงแม้เป็นแบบนั้นหนังก็ยังทำได้ดีในระดับหนึ่ง ในการสร้างเงื่อนไขมาบีบคั้นต่อสถานการณ์ในเรื่อง เมื่อพื้นที่โดยรอบเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ยังคงมีสารกัมมันตรังสีตก ค้างอยู่ที่สามารถสร้างอันตรายต่อผู้ที่เข้าใกล้ เมืองร้างซึ่งอยู่ในเขตหวงห้ามที่ห่างจากความช่วยเหลือจากโลกภายนอก และความมืดมิดที่สร้างความไม่น่าไว้วางใจให้หนักข้อขึ้นไปอีก และด้วยการที่เรื่องราวโฟกัสไปที่กลุ่มทัวร์เพียงจุดเดียวก็เป็นอีกเงื่อนไข หนึ่งที่ทำให้ผู้ชมรู้เรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้าเท่าๆ กับที่ตัวละครในเรื่องรู้ ซึ่งนั่นยิ่งเพิ่มความอยากรู้อยากเห็นให้มากขึ้นไปอีกว่าสิ่งที่มาโจมตีตัว ละครนั้นมันคืออะไร? เป็นซอมบี้ วิญญาณ หรือคนที่กลายสภาพหลังจากได้รับสารกัมมันตรังสี!

ด้วยเหตุผลข้างต้นทำให้เราสามารถติดตามการหลบหนีออกจากโรงไฟฟ้า และพยายามเอาใจช่วยให้มีใครสามารถรอดออกไปได้บ้าง แต่ด้วยความสมเหตุสมผลที่ Chernobyl Diaries ดูจะมีปัญหา! พลอยทำให้ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อหนังในช่วงต้นค่อยๆ ลดลงเมื่อเข้าสู่กลางเรื่องและแทบไม่เหลือเมื่อฉากสุดท้ายได้จบลง อันเรื่องจากการกระทำของตัวละครดูไร้สติเกินไป เพียงแค่เสียงแปลกๆ ที่ได้ยินก็ทำให้ตัวละคร 2 ตัว เลือกที่จะออกจากสถานที่ปลอดภัย ไปเผชิญกับสิ่งที่ไม่รู้ว่าคืออะไรข้างนอกท่ามกลางความมืดมิด และรอดกลับมาเพียง 1 คน แถมบาดเจ็บสาหัสเป็นตัวถ่วงของทีมไป หรืออีกเหตุการณ์ที่เห็นได้ชัดถึงความไร้สติการที่กลุ่มตัวละครได้แผนที่ของ โรงไฟฟ้าแต่ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์อะไรได้เลย ทุกคนต้องการที่จะหนีออกจากที่แห่งนี้แต่สุดท้ายกลายเป็นถลำลึกเข้าเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว (ได้ยังไง?) นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ยิบย่อยอีกพอสมควรที่หากเราตกอยู่ในสถานการณ์เดียว กับตัวละครคงรู้ถึงอันตรายและไม่มีทางทำแน่ๆ

กลายเป็นว่าสิ่งที่ดีที่สุดใน Chernobyl Diaries คือ เรื่องราวที่หยิบจับขึ้นมาทำหนัง ตัวอย่างหนังและช่วงแรกของเรื่อง ที่พอจะให้้เรารู้สึกตื่นเต้นวนติดตาม แต่หลังจากนั้นจนไปสู่บทสรุปในตอนท้าย?ลืมมันไปเถอะ!! เมื่อดูจบแล้วเกิดความรู้สึกหดหู่ หดหู่ในที่นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับชะตาของตัวละครในเรื่อง แต่หดหู่กับวิธีการนำเสนอของหนังที่ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างไปกับการสร้าง เสียงกรีดร้องและความน่าสะพรึงกลัวที่ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกว่านั่นคือความ บันเทิง! และเลือกที่จะละเลยองค์ประกอบดีๆ ที่สร้างขึ้นมาเอง ทั้งความสัมพันธ์ของตัวละครที่พอมีอะไรให้จับต้อง รายละเอียดที่สามารถเติมแต่งให้ได้กับสิ่งมีชีวิตปริศนาในโรงไฟฟ้าเชอร์โน บิล และสุดท้ายความลึกลับของตัวโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลที่ถูกทิ้งร้างนั้น เบื้องหลังมีอะไรซุกซ่อนอยู่ ที่เมื่อจบแล้วพบแต่ความว่างเปล่าคงเหลือแต่คำถามที่ไม่ได้คำตอบเช่นเดียว กับสารกัมมันตรังสีที่ตกข้างอยู่ในโรงไฟฟ้า!

Chernobyl Diaries ผมให้ 1 ดาว (เต็ม 5)

โดย Charthree
http://charthree.wordpress.com