The Dictator : มะรุ้มมะตุ้มกับนายเผด็จการ

Home / วิจารณ์หนัง / The Dictator : มะรุ้มมะตุ้มกับนายเผด็จการ

กลับมาอีกครั้งกับหนังแนวตลก ล้อเลียน ที่แปลงโฉมนักแสดงสุดฮาอย่าง ซาช่า บารอน โคเอน ให้กลายเป็นใครก็ได้ โดยมาคราวนี้เขาจึงขอเลือกเป็นนายพลอลาดีน ที่ชอบระบบ เผด็จการ และเกลียด ประชาธิปไตย โดย The Dictator มีเปิดรอบพิเศษหลัง 2 ทุ่มเป็นต้นไปตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 11 กรกฏาคมเลยครับ

นายพลอลาดีน ผู้ปกครองจอมเผด็จการฝั่งแอฟริกาเหนือ เขาเป็นผู้นำสาธารณรัฐวาดิยาที่ซึ่งเขาไม่ยอมให้ประชาธิปไตยมากล้ำกราย มันไม่มีวันเกิดขึ้นได้ตราบใดที่เขายังคงเป็นผู้นำอยู่ แต่เมื่อถูกเรียกตัวให้ไปเข้าร่วมการประชุมกับสหประชาชาติที่สหรัฐอเมริกา อลาดีนไม่รู้ว่าชีวิตและประเทศของเขาต้องกลับตาลปัตร อลาดีนถูกลักพาตัวและถูกโกนหนวดเคราจนไม่มีใครจำได้ไม่มีใครเชื่อว่าเขาคือ ผู้นำประเทศ เขาจึงกลายเป็นคนเร่ร่อนในถิ่นต่างแดนแต่อลาดีนได้รับความช่วยเหลือจาก โซอี หญิงนักต่อสู้เคลื่อนไหวเพื่อสังคม เธอเสนองานและที่พักให้เขา โดยระหว่างนั่นเขาก็ต้องคิดแผนที่จะนำระบบเผด็จการของเขาคืน

The Dictator กำกับการแสดงโดย แลร์รี่ ชาร์ล และนี่เป็นการร่วมงานกันครั้งที่ 3 แล้ว สำหรับผู้กำกับจอมล้อเลียนเรื่องเชื้อชาติ และนักแสดงที่พร้อมแปลงโฉมทุกบทบาทอย่าง ซาช่า บารอน โคเอน โดยหลังจากหนัง 2 เรื่องแรกค่อนข้างประสบความสำเร็จในด้านคำวิจารณ์ และ รายได้ อย่าง Borat และ Bruno เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกถ้าหากหนังเรื่องที่ 3 ของพวกเขายังมาพร้อมกับลูกบ้าจากการแสดง และมุกตลกแนวเหยียดเชื้อชาติสุดเสื่อม ซึ่งต้องขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า ใครที่ไม่ชอบมุกตลก หรือว่าไม่ชอบประเด็นการล้อเลียนใน Borat ท่านคงไม่ชอบ The Dictator ด้วยอย่างแน่นอน เพราะใน The Dictator มันก็เต็มไปด้วยมุกตลกแนวเหยียดเชื้อชาติ และเต็มไปด้วยประเด็นที่ทำให้คนอเมริกาดูสูงส่งมากกว่าชาติอื่นๆ โดยใครที่ไม่ชอบ Borat ควรหลีกเลี่ยงเลยครับ

แต่ถ้าหากใครที่ไม่มีปัญหากับหนังเรื่อง Borat และมุกตลกแบบเสื่อมๆใน Bruno ผมก็เชื่อเลยว่าท่านจะขำจนตกเก้าอี้ไปกับหลายๆมุกใน The Dictator อย่างแน่นอน โดยถึงแม้มุกตลกใน The Dictator จะจัดเป็นหนังที่มีมุกตลกเบาที่สุดใน 3 เรื่อง แต่นั่นดูเหมือนไม่ใช่ปัญหาเลยจริงๆ เพราะสิ่งที่ผู้กำกับ แลร์รี่ ชาร์ล ยังสามารถคุมทางได้อยู่คือจังหวะการใส่มุกตลก ที่สลับไปมาระหว่างมุกที่ทำให้คนดูขำจนน้ำตาไหล และมุกตลกใส่เข้ามาพอให้คนดูได้หัวเราะกันอย่างไม่น่าเบื่อ แถมในเรื่องนี่การรับบทเป็น นายพลอลาดีน ของ ซาชา บารอน โคเอน ก็ยังถือว่าฮาพอตัว และ กัดจิก ได้ในระดับมาตรฐานเดียวกับ Borat อีกด้วยครับ

โดยสิ่งที่หนังของ 2 คนนี้ยังใส่เข้ามาทุกเรื่องยังคงหนีไม่พ้นด้านของ ประเด็นเสียดสี ที่หลังจากใน Borat ได้เสียดสีเรื่องราวของ เชื้อชาติ และ นิสัยของคนอเมริกัน , ใน Bruno ได้เสียดสีเรื่องราวความเห็นของสังคม ที่มีต่อเหล่า ตุ๊ด แต๋ว กระเทย และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเมื่อมาถึงหนังเรื่องต่อมา ก็แน่นอนว่าต้องหยิบเรื่องใหม่ๆมาเสียดสีเป็นธรรมดา และเรื่องที่ The Dictator หยิบมาเสียดสีคือเรื่องราวของ ระบบการปกครอง ระหว่าง ประชาธิปไตย และ เผด็จการ พร้อมทั้งยังใส่เรื่องราวการเสียดสีเชื้อชาติ และมุมมองของคน อเมริกัน ที่มีต่อคนอาหรับ โดยในเริ่มแรกการปูบทเสียดสีประเด็นของ The Dictator ก็ดูเหมือนจะออกมาดี และน่าจะเทียบชั้นความแสบได้เท่า Borat เลยทีเดียว แต่ไม่รู้ทำไมช่วงกลางเรื่องอยู่ดีๆหนังถึงกลับแผ่วลง และไปเน้นทำการตลาดด้านของมุกตลก

จนทำให้ช่วงองค์ประกอบที่ 3 ของหนังยังไม่สามารถนำพาประเด็นการเสียดสีเหล่านั่นไปให้ถึงจุดที่ดีได้เท่ากับ Borat ถึงแม้ว่าจะดีกว่า Bruno นิดหน่อยก็ตามที แถมในช่วงสุดท้ายปมปัญหาที่หนังสร้างมาเกี่ยวกับเรื่องราวของ ความรัก หนังก็ยังถือว่าหาทางออกง่ายไปนิดนึง แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากใครช่วงนี้ที่ยังคงเครียดกับปัญหาชีวิต และอยากจะหาหนังที่สามารถทำให้ขำจนน้ำตาเล็ดได้ โดยที่คุณไม่มีปัญหากับมุกตลกแนวเหยียดเชื้อชาติ และล้อเลียนผู้นำคนต่างๆ ผมว่า The Dictator ก็เป็นตัวเลือกที่ดี

โดยสรุป The Dictator อาจจะไม่สามารถเทียบชั้นกับ Borat ได้ แต่อย่างน้อยมันก็ยังถือว่ามีคุณภาพความฮามากกว่า Bruno อย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่เด็ดที่สุดคงหนีไม่พ้น มุกตลก และ การแสดงของ ซาชา บารอน โคเอน ที่ยังฮาได้อยู่ แต่ถ้าหากใครหวังการเสียดสีหนักๆแนว Borat ก็อาจจะผิดหวังหน่อยครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด