36 : เหตุเกิดจากความเหงา

Home / วิจารณ์หนัง / 36 : เหตุเกิดจากความเหงา

เป็นหนังไทยอิสระเล็กๆอีกเรื่อง ที่หลังจากไปเวียนฉายตามหอศิลป์และสถานที่อื่นๆมาแล้ว และชื่อเสียงเรียงนามของหนังเรื่องนี่ก็คือเป็นหนังที่ถูกจองตั๋วล่วงหน้าเต็มก่อนทุกที่นั่ง และเป็นหนังของมือเขียนบทอย่างคุณ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ที่ในหนังเรื่องนี่เขาได้ผันตัวเองมาเป็นผู้กำกับหนังใหญ่เป็นครั้งแรก

หนังเริ่มต้นเรื่องด้วยการเดินทางหาโลเคชั่นถ่ายหนังของทีมงานสองคนไปในที่ต่างๆ ในการหาที่หาทางที่เหมาะสม เธอและเขาจำเป็นต้องใช้กล้องถ่ายภาพนิ่งในการบันทึกภาพเหล่านั้นไว้ ด้วย ?เครื่องบันทึกภาพร่วมสมัย? อย่างดิจิตัล ที่สะดวก ประหยัด ไม่ต้องนำไปล้างและอัดมาเป็นภาพอีกครั้ง แค่นำเข้าใส่เครื่องคอมพิวเตอร์ก็เพียงพอ ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ของคนสองคนก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ จะเป็นความรักฉันท์เพื่อนคนรักกัน เป็นเรื่องที่ผู้ชมจะต้องไปติดตามเอาเอง คนบางคนผ่านเข้ามาในชีวิตเราแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ ถ้าเราไม่มีสิ่งเตือนความจำ เราจะยังจำเขาคนนั้นได้หรือเปล่า ถ้าเราไม่เห็นคนนั้นอีก

36 เป็นภาพยนตร์ที่กำกับการแสดงโดย คุณเต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ที่อย่างที่ได้บอกไปในข้างต้นว่าเป็นมือเขียนบทชื่อดังที่โลดแล่นให้คอหนังได้ติดตามในวงการภาพยนตร์มาสักพักนึงแล้ว ซึ่งงานเขียนบทดังๆของเขาคนนี่ก็ได้แก่ Top Secret : วัยรุ่นพันล้าน ที่เพิ่งเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว , หนังสั้นตอนนึงในหนังเรื่อง ‘รัก 7 ปี ดี 7 หน’ ในตอนที่มีชื่อว่า ’14’ หรือแม้แต่หนังสั้นที่เคยฉายให้ชมทางช่อง 3 จนทำให้ผู้กำกับคนนี่โด่งดังมาอย่าง ‘มั่นใจว่าคนไทยฯ เกลียดเมธาวี’ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยที่จะมีผู้ชมตามไปดูหนังเรื่องล่าสุดของเขาอย่าง 36 จนเต็มโรงขนาดนี่ ซึ่งก่อนที่จะเข้าสู่ความเห็นของผมต่อหนังเรื่อง 36 ผมต้องขอบอกก่อนเลยว่า 36 เป็นหนังที่ตัวผมไม่รู้ว่าเข้าใจตัวหนังตามที่ผู้กำกับพยายามจะสื่อออกมาหรือไม่ หรือว่าเข้าใจหมดครบถ้วนรึไม่

เพราะ 36 เป็นหนังที่จะถูกเล่าเรื่องด้วยภาพเคลื่อนไหวจำนวน 36 ช็อตที่ไม่ต่อเนื่องกัน โดยในแต่ละช๊อตก็จะมีทั้งความสั้น ความยาว แตกต่างกันไปตามใจของผู้สร้าง และในแต่ละตอนนั้นก็จะมีความหมายแอบแฝงอยู่ตั้งแต่ตอนเริ่ม ‘ชื่อตอน’ และเนื้อหาภายในตอนนั่นเช่นเดียวกัน ซึ่งไม่ว่าตัวหนังนั้นจะสามารถทำให้คนดูทั่วๆไปสามารถเข้าใจได้ทุกประการหรือไม่ แต่สิ่งแรกที่ผมรู้สึกว่าน่าจะเป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของ 36 คงหนีไม่พ้นด้านของ วิธีการเล่าเรื่อง เพราะตัวหนัง 36 เป็นหนังที่เลือกจะใช้วิธีถ่ายแบบ ลองเทค ออกมาทั้งหมดเป็น 36 ตอนและเอามันมารวมเข้าด้วยกัน โดยสิ่งที่น่าแปลกใจของ 36 คือหนังมันเหมือนกับมีมนต์สะกดตรงที่ว่า ตัวหนังไม่ได้ปูพื้นรองด้านของความเป็นมาของ ตัวละคร มาก่อนเลย แต่หลังจากที่หนังดำเนินเรื่องไป คนดูกลับรู้สึกอินกับ ความทรงจำ ได้

นั่นคงเป็นเพราะการที่หนังได้เล่าเรื่องแบบที่กล่าวมา จึงทำให้เหมือนกับว่าคนดูได้เริ่มรู้จักไปกับความทรงจำของตัวละคร ทราย แบบ สเต็ปบายเสต็ป และในที่สุดคนดูทุกคนก็จะเหมือนกับถูกความทรงจำเหล่านี่กลืนเข้าไปและเข้าใจกับตัวหนังได้ไม่ยาก ซึ่งอีกสิ่งนึงที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วยให้ 36 ดูเป็นหนังที่มีจุดขายเป็นอารมณ์ความเหงา และ เศร้า ร่วมไปด้วย คงหนีไม่พ้นด้านของ การถ่ายภาพ และ การแสดง ที่ออกมาในอารมณ์สไตล์ของหนังอาร์ตเมืองไทยทั่วๆไป ซึ่งมาพร้อมกับนักแสดงที่เราอาจจะไม่คุ้นชื่อ แต่ก็ยังถือว่าสามารถแสดงออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ และน่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง โดยด้านของความดีความชอบของหนังเรื่อง 36 ยังถือว่าไม่ชอบแค่นั้น เพราะสิ่งที่หนังยังถือว่า หนักแน่น ไม่แพ้ด้านการถ่ายภาพ และ การเล่าเรื่อง คงหนีไม่พ้นด้านของ ‘ประเด็นแฝง’ ครับ

ที่อย่างที่ได้บอกไปข้างต้นว่าตัวผมเองไม่รู้ว่าจะเข้าใจสิ่งที่ผู้สร้างต้องการจะสื่อถูกหรือไม่ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกชอบมากกว่าเรื่อง ‘ความทรงจำสีจางๆ’ ใน 36 กลับเป็นด้านของการที่หนังออกมาในรูปแบบ ‘เสียดสีสังคมคนยุคดิจิตอล’ ด้วยการมีหลายๆฉาก หลายๆตอน ที่พูดออกมาตรงๆว่า ในยุคดิจิตอล อะไรๆมันก็ง่าย เช่นเวลาการหาไฟล์ก็แค่พิมพ์คำลงไปในช่อง ‘เซิร์จ’ เราก็จะเจอสิ่งที่เราเก็บไว้ ไม่ต้องลำบากยากเย็นแบบสมัยก่อนที่ต้องไปค้นรูปที่อยู่ตามซอกซอย แต่สิ่งที่เรากลับไม่คิดในยุคดิจิตอลคือ ‘ถ้าหากในวันนึงอุปกรณ์ที่เราเก็บความทรงจำเหล่านั้นกลับเสียไปหละ’ พร้อมกับนำพาคำถามอีกหลายคำถามมาอีกนับไม่ถ้วน โดยสิ่งทั้งหมดนั่นหนังสื่อผ่านนิสัยการถ่ายภาพของ 2 ตัวละครอย่าง ทราย และ อุ้ม ออกมาได้อย่างแนบเนียน และอาจจะพูดได้ค่อนข้างเต็มปากว่า ‘ลึกซึ้ง’

แต่อย่างไรก็ตามผมก็ไม่สามารถพูดได้ว่า 36 จะเป็นหนังที่เหมาะกับทุกคน เพราะตัวหนังค่อนข้างนิ่งและจับทางยากพอสมควร เป็นหนังที่เหมาะกับคนที่ชอบหนังสไตล์นิ่งๆ เงิบๆ และมีสิ่งชวนให้คิดตามอยู่เสมอมากกว่าครับ ซึ่งตัวหนัง 36 มีคิวเข้าฉายอีกทีวันที่ 28-29 กรกฏาคม เฉพาะที่โรง เฮ้าส์ อาร์ซีเอ ที่เดียว

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

โดย? ลูกอบรสเขียด