รัก 7 ปี ดี 7 หน ? ภาพยนตร์แห่งการเฉลิมฉลองของ GTH

Home / วิจารณ์หนัง / รัก 7 ปี ดี 7 หน ? ภาพยนตร์แห่งการเฉลิมฉลองของ GTH

ชีวิตคนเรากับตัวเลขล้วนมีความเกี่ยวข้องกันในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด วันครบรอบต่างๆ เสี่ยงโชค คิดคำนวณ ตรวจดูโชคชะตาราศี บางคนให้ความสำคัญกับตัวเลขต่างๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตค่อนข้างมาก แต่บางคนก็ถือว่าตัวเลขก็คือตัวเลขจะมามีอิทธิพลต่อชีวิตเราได้อย่างไร แต่ไม่ว่ามุมมองของแต่ละคนจะเป็นอย่างไร ตัวเลขก็ยังคงวนเวียนอยู่รอบตัวเราอยู่ดี หากเรามองด้วยใจเป็นกลางและทัศนะในแง่บวก คิดว่ามันการเป็นโอกาส หรือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา การนำตัวเลขมาเกี่ยวข้องก็นับเป็นแนวคิดที่ไม่เลวเลย เช่นเดียวกับค่ายหนัง Feel Good อย่าง GTH ที่ถือโอกาสในวาระครบรอบ 7 ปี ของค่ายที่สร้างสรรค์ภาพยนตร์คุณภาพและสร้างกระแสในแง่บวกของหนังไทยในสายตา ของผู้ชมมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้สร้างหนังที่ย้อนรำลึกถึงความสำเร็จที่ผ่านมากับภาพยนตร์ที่มีความ เกี่ยวข้องกับเลข 7? ในชื่อเรื่อง รัก 7 ปี ดี 7 หน ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ประกอบไปด้วยเรื่องราวความรัก 3 ตอน จาก 3 ผู้กำกับ และ 7 นักแสดงนำ

โดยตอนแรกของ รัก 7 ปี ดี 7 หน มีชื่อตอนว่า 14 ซึ่งกำกับโดย ปวีณ ภูริจิตปัญญา ผู้กำกับ บอดี้ ศพ 19 (2550), สี่แพร่ง (2551) ตอน ยันต์สั่งตาย, ห้าแพร่ง (2552) ตอน หลาวชะโอน เล่าเรื่องราวของคู่รักวัยรุ่นระหว่าง ป่วน (จิรายุ ละอองมณี) และ มิลค์ (สุทัตตา อุดมศิลป์) ที่อายุทั้ง 2 ครบ 7 ปีครั้งที่สอง หรือก็คือ 14 นั่นเอง ในสายตาภายนอกป่วนและมิลค์ก็เป็นคู่รักวัยรุ่นที่น่ารักทั่วๆ ไป ในยุคสังคมออนไลน์ที่มักจะแชร์เรื่องราวต่างๆ กิจกรรมที่ทั้งสองทำร่วมกัน ให้เพื่อนๆ ในโลกออนไลน์ได้รับรู้ แต่ป่วนดูจะเกินเลยขอบเขตจนละเลยความรู้สึกของมิลค์ไป?

ต้องถือเป็น 14 เป็นตอนที่มีความหวือหวาที่สุด ลูกเล่นเทคนิคการถ่ายทำจัดจ้านที่สุด ฮาที่สุด และมีอะไรให้ประหลาดใจมากที่สุดเช่นกัน ถือเป็นตอนเปิดของหนังรักฉลอง 7 ปี ได้อย่างยอดเยี่ยม! นอกจากนี้ยังเป็นตอนที่มีความสอดคล้องไปกับยุคสมัย ที่บทสรุปนั้นอาจทำให้เราต้องย้อนมาดูการกระทำของตัวเองเลยทีเดียว 14 มีตัวละครที่เคยปรากฎตัวในภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของ GTH จำนวนมาก ที่เข้ามาสมบทสร้างสีสันให้กับเรื่องราว ที่ไม่ใช่นึกจะใส่ก็ใส่เข้ามา แต่มันผ่านการคิดไตร่ตรองมาอย่างดี จึงทำให้แต่ละฉากที่ตัวละครสมทบเหล่านั้นมีบทบาทเป็นช่วงเวลาที่พิเศษ ทำให้เรานึกถึงหนังของ GTH ที่นักแสดงคนนั้นเคยแสดงมาก่อน ซึ่งการจะทำเช่นนี้ได้จังหวะต่างๆ ต้องลงตัวเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้กำกับ กอล์ฟ ปวีณ สามารถทำได้เป๊ะสุดๆ? ทำให้ตลอดการชมรู้สึกสนุกเพลิดเพลินไปได้ตลอด ในส่วนของ เก้า จิรายุ และ ปันปัน สุทัตตา ต่างทำหน้าที่ได้ดีทั้งซีนฮาและซีนอารมณ์ แม้ในภาพรวมจะรู้สึกเหมือนตัวหนังมีความทีเล่นทีจริงอยู่พอสมควร แต่เมื่อถึงตอนท้ายหนังก็เปลี่ยนเป็นโทนจริงจังในระดับมากพอที่ทำให้ใครหลาย คนอดสะท้อนใจไปกับเรื่องราวของป่วนและมิลค์ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ตอนที่สองของ รัก 7 ปี ดี 7 หน มีชื่อว่า 21/28 กำกับโดย ปิ๊ง อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม ผู้กำกับที่โด่งดังจากการกำกับภาพยนตร์ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ (2552) ที่เล่าเรื่องราวความรักของอดีตคู่รักคู่ขวัญของภาพยนตร์ที่เคยโด่งดังเมื่อ 7 ปี ที่แล้ว ที่เป็นจุดเริ่มต้นและจุดจบของความรักของคนทั้งสอง ณ ปัจจุบันแหม่ม (คริส หอวัง) ต้องการที่กลับมาเป็นนางเอกเบอร์หนึ่งอีกครั้ง เมื่อผู้สร้างภาพยนตร์ต้องการจะสร้างภาคต่อภาพยนตร์ที่ทำให้ทั้งสองเคยโด่ง ดัง โดยมีเงื่อนไขต้องได้พระนางคู่เดิมมารับบท! แหม่มจึงต้องกลับไปตื้อจอน (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) พระเอกของเรื่อง ใ้ห้กลับมาแสดงหนังคู่กัน ซึ่งปัจจุบันจอนมีความสุขดีกับการเป็นผู้ดูแลสัตว์น้ำใน Siam Ocean World และไม่อยากกลับไปเพื่อรื้อฟื้นเรื่องราวเก่าๆ ที่ทั้งสองเคยมีร่วมกัน?

21/28 เป็นเรื่องราวความรักตามสูตร ที่พอจะเรียกได้ว่าเป็นสูตรของ GTH ที่เคยใช้ได้ผลมาแล้วทั้ง รถไฟฟ้ามาหานะเธอ, กวน มึน โฮ (2553), ATM เออรัก เออเร่อ (2555) จนสามารถสร้างกระแสความนิยมของหนังรัก GTH เป็นอย่างสูง พร้อมทั้งทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ ตอนที่ 2 นี้ จึงเป็นหนังที่เอามุขต่างๆ ที่เคยใช้แล้ว นำมารวมกันทำเป็นยำรวมมิตร! ที่บทสนทนาและการเล่าเรื่องทำให้นึกถึงหนังรักที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้น ส่วนที่ดีที่สุดของ 21/28 นั้นคือเคมีของนักแสดงนำทั้งสองที่เข้ากันได้ดีเหลือเกิน แสดงเหมือนไม่แสดง แม้การเล่าเรื่องตัดสลับระหว่างสองช่วงอายุจะทำออกมาได้คลุมเครืออยู่บ้าง แต่ก็ชดเชยด้วยการมุขตลก เสน่ห์ของนักแสดง และบทสนทนาที่อาจทำให้ใครที่มีรักที่กำลังระหองระแหงหรือมีปัญหากันอยู่อาจ ถึงตายได้เลย!

42.195 คือตอนสุดท้ายของหนังฉลองครบรอบ 7 ปี ของ GTH กำกับโดย พี่เก้ง จิระ มะลิกุล ผู้กำกับคุณภาพที่สร้างหนังไทยคุณภาพเช่นกันอย่าง 15 ค่ำ เดือน 11 (2545) และ มหา?ลัยเหมืองแร่ (2548) เล่าเรื่องราวของ ผู้ประกาศข่าวสาววัยใหญ่ (สู่ขวัญ บูลกุล) คู่กับ สายรุ้ง (โอปอล์ ปาณิสรา พิมพ์ปรุ) ที่ได้พบกับ หนุ่มนักวิ่ง (นิชคุณ หรเวชกุล) จากอุบัติเหตุโดยบังเอิญ แต่มันกลับกลายมาเป็นจุดเปลี่ยนที่ไม่บังเอิญในความสัมพันธ์ของทั้งสอง เมื่อเขาได้ชวนหล่อนเข้าแข่งขันวิ่งมาราธอน ซึ่งหล่อนก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงได้ไปวิ่ง แต่ทำให้หล่อนได้ค้นพบความหมายบางอย่างที่หล่อนไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนใน ชีวิตและเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวที่ทำให้หล่อนอยากมีชีวิตต่อไป หลังจากที่ต้องสูญเสียคนที่รักไปแบบไม่มีวันกลับ?

เรื่อง 42.195 เป็นตอนสุดท้ายของ รัก 7 ปี ดี 7 หน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการวิ่งมาราธอน เปรียบเปรยได้ดั่งกับการวิ่งบนเส้นทางของชีวิต เส้นทางแห่งความฝันอันแสนยาวไกล บางคนก็สามารถไปถึงเส้นชัยสมดังความตั้งใจ บางคนก็ล้มลงหยุดวิ่งไปซะก่อน หนังเรื่องนี้ถือว่ามีประเด็นที่ความจริงจังที่สุดในบรรดาหนังทั้ง 3 ตอน แปลกแตกต่างด้วยการนำเสนอที่เป็นลักษณะของการบรรยายแบบเรื่องที่เปี่ยมด้วย ความอบอุ่น เจืออารมณ์ขันเล็กๆ การสูญเสียคนที่รักไปไม่ได้หมายความว่าชีวิตของเราต้องจบลงตามไปด้วย เราซึ่งยังมีลมหายใจต้องสู้ต่อแทนคนที่จากไปแล้ว แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข็มแข็งด้วยตัวเอง บางครั้งเราก็ต้องการใครสักคนที่เข้ามาโอบอุ้มพยุงให้เราลุกขึ้นในวันที่เรา ท้อแท้ที่สุด หนุ่มนักวิ่งก็คือคนผู้นั้นของผู้ประกาศสาวใหญ่ ที่เข้ามาเปิดหัวใจ เปิดความหวังให้กับชีวิต การดำเนินเรื่องและประโยคสนทนาต่างๆ นั้นไหลลื่น แฝงคติ อิงปรัชญา สำหรับบางคนที่เผชิญความไม่แน่นอนของชีวิตมาไม่ มาก แต่กลับคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะนี่คงเป็นตอนที่ดีที่สุดเลยทีเดียว! นักแสดงหน้าใหม่ทั้ง สู่ขวัญ และ นิชคุณ ต่างมอบการแสดงที่ดูเป็นธรรมชาติดีเหลือเกิน โดยเฉพาะในรายของ สู่ขวัญ ที่ไม่เคยผ่านงานด้านนี้มาก่อนเลยแต่กลับสามารถทำให้เรารู้สึกเห็นใจและ เอาใจช่วยในตัวละครตัวนี้ได้สำเร็จ มั่นใจว่าชื่อของเธอต้องมีบทบาทบนเวทีแจกรางวัลในอนาคตอย่างแน่นอน! นอกจานี้ 42.195 นับเป็นผลงานที่ท็อปฟอร์มของ พี่เก้ง จิระ มะลิกุล แม้จะห่างไปจากการกำกับภาพยนตร์นานถึง 7 ปีก็ตาม!

เนื้อหาและประเด็นของหนังทั้ง 3 ตอนนั้น มีความแข็งแรงพอที่จะทำเป็นหนังเดี่ยวของตัวเองได้ทั้งนั้น แต่เรื่องค่อนข้างมีความเป็นเอกเทศ แต่เมื่อถูกจับมาอยู่ในเรื่องเดียวกัน ก็มาสามารถไปด้วยกันได้อย่างเนียนๆ ไม่มีตอนใดเด่นกว่าตอนใดเป็นพิเศษ แต่ละตอนถูกสร้างขึ้นมาให้เหมาะกับผู้ชมแต่ละช่วงวัย?จึงเป็นภาพยนตร์ที่ดู ได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ GTH กับภาพยนตร์แนว Feel Good อย่างที่เคยมีมาได้อย่างเหนียวแน่น การตัดสินว่าเรื่องใดดีกว่าเรื่องใดจึงเป็นเรื่องที่ป่วยการ เพราะต่างก็มีข้อดีข้อเด่นแตกต่างกันไป ระดับความชอบมากชอบน้อยจะขึ้นอยู่กับว่ามุมมอง ทัศนะคติ ประสบการณ์ที่ได้พบเจอของแต่ละคนว่าจะไปสอดคล้องกับเรื่องราวใด

รัก 7 ปี ดี 7 หน เป็นภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่สมกับการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 7 ปี ของค่าย GTH จริงๆ และเป็นงานที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่งของค่ายนี้ ที่ครั้งนี้ยอมรับว่างานต่างๆ ทำออกมาได้ค่อนข้างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว เป็นงานที่ย้อนกับไปบอกเล่าเรื่องราวถึงความสำเร็จที่ผ่านมา นอกจากนี้บางฉากในเรื่องอาจทำให้รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ GTH กำลังทดลองและได้ใส่เข้ามาในภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งคงจะเด่นชัดมากยิ่งขึ้นในผลงานชิ้นต่อๆ ไป ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด! เราจะได้เห็นแนวภาพยนตร์ในแบบที่ GTH ไม่เคยทำมาก่อนและเราไม่คิดว่า GTH จะทำกันในอนาคตข้างหน้านี้

สำหรับผู้ชมทั่วไปแล้ว รัก 7 ปี ดี 7 หน ถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่ถึงพร้อมด้วยคุณภาพอีกเรื่องของปีนี้ ที่สามารถสร้างเสียงหัวเราะ และความซาบซึ้งให้กับผู้ชมได้มอบความบันเทิงในระดับครบเครื่อง และน่าจะเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่รวบรวมดาราดังในไทยมาอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง เดียว (ถ้าไม่นับประเภท ภาพยนตร์แห่งสยามประเทศ) แต่สำหรับแฟนคลับของค่าย GTH แล้วละก็ รัก 7 ปี ดี 7 หน คือ ผลงานแสนอบอุ่นที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบแทนความรัก ความศรัทธา ของแฟนคลับที่มีต่อค่ายหนัง GTH อย่างแท้จริง!

เกร็ดจากหนัง ? บางคนอาจจะสงสัยว่าตอนสุดท้ายของ?รัก 7 ปี ดี 7 หน ที่มีชื่อว่า 42.195 ตัวเลข 42.195 นั้นคืออะไร? ถ้าให้ตอบสั้นๆ ก็คือ ตัวเลขระยะทางตามมาตรฐานสากลของการวิ่งมาราธอน (Marathon) ซึ่งจะอยู่ที่ 42.195 หรือถ้าเป็นทางยุโรป อเมริกา จะใช้ระยะทาง 26 ไมล์ 385 หลา ส่วนที่มาระยะทางนั้นต้องย้อนไปเมื่อ 2,500 ปีก่อน สมัยอาณาจักรโรมันยังเรืองอำนาจ ครั้งหนึ่งเมื่อโรมันสามารถชนะข้าศึก จึงต้องส่งทหารไปแจ้งผลของการศึกต่อเจ้าเมืองเอเธนส์ โดยทหารศึกนามว่า เพอร์ดิฟพิดีส (Pherdippides) นับหน้าที่วิ่งส่งสาร เนื่องจากม้าศึกได้ตายหมด! เขาได้วิ่งจากทุ่งมาราธอนจนถึงเอเธนส์เป็นระยะทางกว่า 42.195 กิโลเมตรโดยไม่หยุดพักและถึงถึงกรุงเอเธนส์เขาได้ประกาศชัยชนะและสิ้นใจอยู่ ณ ที่นั้น การวิ่งมาราธอนจึงคล้ายเป็นการเฉลิมฉลองต่อวีรกรรมของผู้ส่งสารผู้นั้นนั่น เอง

รัก 7 ปี ดี 7 หน ผมให้? 5 (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree
http://charthree.wordpress.com