A Simple Life : ความผูกพันธ์ของสายใย

Home / วิจารณ์หนัง / A Simple Life : ความผูกพันธ์ของสายใย

วันหนึ่งโรเจอร์กลับบ้านมาเจอคุณป้าเถาเป็นลมหมดสติเพราะเส้นเลือดในสมองตีบ เขารีบพาคุณป้าไปโรงพยาบาลซึ่งต่อมาเธอบอกกับโรเจอร์ว่าเธออยากลาออกแล้วย้ายไปอยู่บ้านพักคนชราแทน โรเจอร์ช่วยป้าเถาหาที่พักจนสุดท้ายได้ห้องในบ้านพักที่เพื่อนเก่าเป็นคนดูแลกิจการ ป้าเถาย้ายเข้าไปอยู่แล้วเริ่มทำความรู้จักกับ ?ครอบครัวใหม่? พอโรเจอร์ได้เริ่มมาสนใจดูแลเอาใจใส่ป้าเถา เขาก็เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของตัวป้ากับชีวิตเขา ซึ่งแม่เขาแนะนำให้เอาอพาร์ทเมนต์ของครอบครัวมายกให้ป้าเถาใช้เป็นบ้านหลังสุดท้ายของตัวเธอเอง แต่สุขภาพของป้าเถาก็เริ่มย่ำแย่ลงจนเริ่มน่ากลัวสำหรับ โรเจอร์ ลี

A Simple Life เป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากเรื่องจริงเกี่ยวกับคนรับใช้ที่ชื่อ ชันชุนเถา หรือคนที่รู้จักกับป้าแกดีจะเรียกว่า อาเถา ที่ทำงานให้กับครอบครัวร่ำรวยครอบครัวนึงมา 60 กว่าปีตั้งแต่เธอนั้นอายุได้เพียง 10 ขวบ โดยเมื่อเรื่องจริงน่าสนใจขนาดนี้ จึงไม่พลาดอย่างแน่นอนที่จะมาเป็นหนัง ว่าแล้วผู้กำกับหญิงชาวจีนอย่าง แอน ฮุย ก็เลยหยิบเรื่องนี้มาดัดแปลงเป็นหนัง โดยให้ หลิวเต๋อหัว และ เยี่ยเต๋อเสียน ที่เล่นหนังด้วยกันมานับเรื่องไม่ถ้วน มาเล่นเป็น พระเอก และ คนใช้ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สิ่งที่ดีที่สุดของหนังเห็นจะไม่ใช่ด้านของตัวบท หรือ อารมณ์ธีมของหนังที่ส่งมาให้คนดู แต่เห็นจะเป็นการแสดงของ 2 ตัวละครหลักอย่าง โรเจอร์ และ อาเถา ที่รายแรกนั้น หลิวเต๋อหัว สามารถถ่ายทอดบทของ นายน้อย ที่อยากตอบแทนบุญคุณคนใช้ได้อย่างสุขุมแต่นุ่มลึกตามสไตล์

ต่างกับ เยี่ยเต๋อเสียน ที่มารับบทเป็น คนใช้ อย่าง อาเถา ที่สามารถปล่อยพลังด้านการแสดงให้กับบทนี้ได้อย่างเต็มที่ โดยจะไม่แปลกเลยถ้าหากตอนจบคนดูจะต้องน้ำตาซึม โดยที่หนังไม่ต้องใส่เพลงประกอบบิ้วอารมณ์เลยสักนิด แต่เป็นเพราะการแสดงที่ดูน่าสงสารของ เยี่ยเต๋อเสียน เพียงผู้เดียวเท่านั้น และนอกจากนั้นสิ่งที่โดดเด่นควบคู่ไปกับการแสดงใน A Simple Life คงหนีไม่พ้นการที่หนังเล่าเรื่องราวความเป็นดราม่าออกมาได้ไม่ซีเรียสเกินไป โดยการพยายามใส่ฉากความประทับใจ , ความอบอุ่น และ ฉากตลกคลายเครียด ที่สามารถผสมผสานไปกับบทหนังที่ออกมาแนวดราม่าหนักอึ้งได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ

พร้อมทั้งการที่ผู้กำกับ แอนน์ ฮุย ยังสามารถเลือกใช้ประโยชน์จากสภาวะรอบข้างของบทได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการให้ตัวละคร อาเถา ออกมาค่อนข้างเสียดสีคนรับใช้สมัยนี้ ที่ไม่ค่อยมีความซื่อสัตย์ต่อเจ้านาย หรือแม้แต่การวางตัวละคร โรเจอร์ ให้เปรียบเสมือนกับการเสียดสีเหล่า นายน้อย สมัยนี้ที่ไม่ค่อยจะได้ตอบแทน บุญคุณ ของคนที่เลี้ยงเรามา ไม่ว่าจะเป็น คนใช้ หรือ พ่อแม่ ก็ตาม แต่ที่เป็นจุดเด่นของการเลือกใช้สภาวะแวดล้อมของหนังจริงๆเห็นจะเป็นการที่ผู้กำกับ แอนน์ ฮุย เลือกที่จะเสียดสีวิธีการเลี้ยงดู คนแก่ ที่บ้านพักคนชราของฮ่องกง ที่เปิดโปงวิธีการว่าบ้านพักคนชรานั้นไม่ค่อยจะเอาใจใส่เหล่า คนชรา อย่างที่โฆษณาไว้จริงๆนัก เพราะฉะนั้นถ้าหากที่บ้านคุณมี คนแก่ คนชรา ก็ขอให้เลี้ยงดูท่านด้วยตนเองอย่างที่เขาเลี้ยงเรามาจะดีกว่า

แต่ก็อย่าว่าอย่างนู้นเลย ถึงแม้ว่าตัวหนังจะมีการแสดงที่ดี หรือว่ามีประเด็นการเสียดสีมากเท่าไหร่ แต่ความเห็นส่วนตัวของผมสำหรับโดยรวมของตัวบทหนัง และ โครงเรื่อง ของหนังนั้นรู้สึกว่าจะค่อนข้างธรรมดาไปนิด และไม่ค่อยมีอะไรหวือหวามากไปกว่าหนังดราม่าเกี่ยวกับการตอบแทนบุญคุณเรื่องนึงสักเท่าไหร่นัก โดย A Simple Life ถ้าจะให้พูดจริงๆคือ มันก็คล้ายๆหนังแนวลูกกตัญญูตอบแทนคุณแม่ เพียงแต่ว่าเรื่องนี้เปลี่ยนจากตัวละครของ แม่ กลายมาเป็น คนใช้ ให้ดูแล้วซึ้งมากกว่าเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากคุณมีเวลาว่างก็อยากให้คุณไปลองสัมผัสหนังเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ที่เทศกาลหนังฮ่องกง

โดยสรุปแล้ว A Simple Life ถือว่าเป็นหนังฮ่องกงที่โดดเด่นด้านของ การแสดง , ประเด็นเสียดสี และวิธีการเล่าเรื่องของหนังที่สามารถทำให้ความดราม่านั้นไม่รู้สึกเครียดจนเกินไป แต่โดยรวมของตัวบทหนังสำหรับผมนั้น ยังถือว่าจัดอยู่ในขั้นค่อนข้างธรรมดา และ ไม่ได้มีอะไรหวือหวาเป็นพิเศษสำหรับหนังแนวนี้

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด