Brave – เจ้าหญิงหัวขบถ ผู้กอบกู้อาณาจักร

Home / วิจารณ์หนัง / Brave – เจ้าหญิงหัวขบถ ผู้กอบกู้อาณาจักร

นับเป็นความน่าสนใจอย่างยิ่งของปีนี้เมื่อ พิกซ่าร์?(Pixar Animation Studios) จะ นำเสนอภาพแอนิเมชั่นที่มีตัวนำเป็น ?ผู้หญิง? เป็นครั้งแรก ที่ตัวเอกมีบุคลิกอันโดดเด่นไม่ว่าจะเป็น ผมอันฟูฟ่องที่มาพร้อมสีส้มอันแสบตา ท่าทางทะมัดทะแมนแบบผู้ชายที่มาพร้อมธนู และนอกจากนี้ยังมาพร้อมฉากของเรื่องยุคโบราณในบรรยากาศแบบเทพนิยาย ที่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากหนังของพิกซ่าร์เรื่องอื่นๆ ผ่านมา ซึ่งสำหรับผมแล้ว Brave ถือเป็นแอนิเมชั่นที่ผมรอคอยที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้ และเฝ้าติดตามความคืบหน้ามาตั้งแต่เริ่มประกาศการสร้าง

Brave กำกับและพัฒนาบทโดย มาร์ค แอนดรู๊วส (Mark Andrews) และผู้ช่วย เบรนด้า แชปแมน (Brenda Chapman) 2 มือเขียนบทที่ได้ขึ้นมาจับงานใหญ่สักที โดยมีแอนดรู๊วสที่มีประสบการณ์ในการกำกับแอนิเมชั่นขนาดสั้นเรื่อง One Man Band (2005) มาก่อน เป็นหัวเรือใหญ่ของเรื่องนี้

ตำนานเรื่องนี้เกิดขึ้นในดินแดนสก็อตแลนด์ในอดีต เรื่องราวของ เมริด้า (ให้เสียงโดย เคลลี่ แม็คโดนัลด์) ธิดาหัวก้าวหน้าและนักธนูมือฉมังแห่งกษัตริย์เฟอร์กัส (ให้เสียงโดย บิลบี่ คอลเนลลี่) ที่ได้ถึงเวลาอันเหมาะสมที่จะมีคู่ครอง เจ้าชายจากแคว้นต่างๆ จึงเดินทางมายังอาณาจักรเพื่อหาผู้ที่คู่ควรกับเมริด้า นั่นจึงเป็นเหตุให้เมริด้าไม่พอใจอย่างมาก จนมีปากเสียงกับราชินีอีลินอร์ (ให้เสียงโดย เอ็มม่า ธอมป์สัน) พระมารดาของเธอผู้เคร่งครัดในธรรมเนียมปฎิบัิติที่สืบทอดกันมาแต่บรรพบุรุษ

เมริด้าต้องการที่จะหาทางหยุดยั้งธรรมเนียมเก่าแก่อันคร่ำครึของการอภิ เสกสมรสที่เธอไม่ต้องการให้ได้ และด้วยการนำทางของลูกไฟ (Will-o?-the-wisp) ซึ่งเป็นเรื่องเล่าในท้องถิ่นสก็อตแลนด์ว่า ลูกไฟจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของผู้ที่พอเจอซึ่งอาจมีทั้งดีและร้าย จึงทำให้เธอได้พบกับแม่มดและได้ขอความช่วยเหลือจากอำนาจของแม่มดตนนั้น ที่ทำให้แม่ของเธอถูกคำสาป!! ซึ่งนั่นกลายเป็นต้นเหตุของคำสาปที่ทำให้เรื่องราวบานปลายจนอาจนำไปสู่การ ล่มสลายของอาณาจักรของเธอ เมริด้าจึงต้องพยายามทุกวิธีทางเพื่อหยุดยั้งคำสาปให้จงได้ก่อนจะสายเกินไป

หนังพิกซ่าร์แต่ละเรื่องจะมีองค์ประกอบหรือคุณลักษณะพิเศษบางอย่างที่เมื่อเราชมก็แทบจะรู้ได้ทันทีว่ามันคืองานของพิกซ่าร์ แต่ Brave กลับมีองค์ประกอบที่แตกต่างจากความเป็นพิกซ่าร์พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องแบบเทพนิยาย องค์ประกอบต่างๆ เช่น กษัตริย์ เจ้าหญิง อาณาจักร แม่มด คำสาป ทั้งหลายทั้งมวลที่ Brave มี มันทำให้นึกถึงแอนิเมชั่นยุคคลาสสิคของ ดิสนี่ย์ (Walt Disney Pictures) จนบางขณะในการชมเกิดคำถามขึ้นในใจว่า เอ๊ะ! นี่เรากำลังดูแอนิเมชั่นของพิกซ่าร์อยู่จริงๆ น่ะหรือ? แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณค่าและเสน่ห์ที่พิกซ่าร์เคยมีมันหายไปกับแอนิเมชั่นเรื่องนี้ เพียงแต่มันมีอยู่ในระดับที่รู้สึกว่าเจือจางกว่าปกติ!

สิ่งที่น่าสนใจและเป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดใน Brave ก็คงไม่พ้นกับตัวเอกผู้หญิงคนแรกของพิกซ่าร์ เมริด้า เจ้าหญิงแสนสนหัวสมัยหรือจะชัดเจนไปเลยก็ต้องใช้คำว่าหัวขบถ เพราะเอาเข้าจริงแล้วเธอออกจะเป็นเด็กผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวและยึดมั่นความ คิดของตัวเองด้วย โดยไม่คำนึงถึงสถานการณ์โดยรวม อีกทั้งยังมีความก้าวร้าวและทำอะไรขาดความยั้งคิด ซึ่งทำให้เมริด้าไม่มีคุณลักษณะของตัวเอกในแบบทั่วไป ที่จะนึกถึงส่วนรวมและเปี่ยมคุณธรรมมากกว่านี้ ซึ่งนี่คือจุดใหญ่ที่สุดที่ทำให้ Brave แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ ยังดีที่ใส่ลักษณะของความเข้มแข้ง ความกล้าหาญ และเสน่ห์ของหญิงสาวที่ช่วยทำให้รู้สึกเกลียดเธอไม่ลงจริงๆ

ในเรื่องนี้พิกซ่าร์เลือกที่จะพูดในเรื่องของความรัก ความผูกพันธ์ในครอบครัวซึ่งเป็นพื้นฐานของสังคม โดยเน้นไปที่ปัญหาความขัดแย้งกันทางความคิดของคนในครอบครัว ผ่านทางราชินีอีลินอร์ผู้เป็นแม่และเมริด้าที่มีมุมมองต่อธรรมเนียมการเลือก คู่ที่แตกต่างกัน ซึ่งความขัดแย้งทางความคิดล้วนมีอยู่ในทุกระดับสังคม ไม่ว่าจะเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดอย่างครอบครัวเรื่อยไปจนถึงระดับชาติระดับ ประเทศ การยอมรับมุมมองทางความคิดที่แตกต่างและให้ความเคารพในความคิดของผู้อื่น เป็นสิ่งที่พึงมี แต่โดยพื้นฐานแล้วเราทุกคนมักมองตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง! จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะำทำกับการยอมรับต่อเหตุผลของผู้อื่น การเอาใจเขามาใส่ใจเรา ซึ่งอาจต้องอาศัยความ ?กล้า? ในการเปิดใจของตัวเองและความ ?กล้า? ในการบอกความคิดของตัวเราเองของทั้งสองฝ่าย

เราจะเห็นพัฒนาการในส่วนนี้อย่างชัดเจน หลังจากที่เมริด้าต้องพาราชินีอีลินอร์ที่ออกเดินทางเพื่อค้นหาวิธีการถอนคำ สาปออก หากไม่ทันเธอจะต้องเสียแม่ไปและนั่นอาจหมายถึงการล่มสลายของอาณาจักรของเธอ ย้อนรอยตำนานของอาณาจักรแห่งหนึ่งในอดีต การใช้เวลาอยู่ด้วยกันทำ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งที่ทำให้ม่านอคติแห่งความยึดมั่นถือมั่นของทั้งสองค่อยๆ เบาบางลง จนนำไปสู่การช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อแก้ไขคำสาปได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งสิ่งที่เมริด้ากอบกู้นั้นไม่ใช่อาณาจักรที่ทุกคนเีรียกเธอว่า ?เจ้าหญิง? แต่มันคือการกอบกู้ความสัมพันธ์และคนที่เรียกเธอว่า ?ลูก? ต่างหาก

งานภาพแอนิเมชั่นหรืองานเทคนิค 3 มิติ ของค่ายนี้ถือว่าหายห่วงเพราะสร้างมาตรฐานที่สูงไว้ตลอดและในครั้งนี้ก็เช่น เดียวกัน แต่เรื่องนี้กับมีปัญหาใหญ่ที่เรื่องของแสงสี เนื่องจากเหตุการณ์ส่วนใหญ่ของเรื่องเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน ส่งผลภาพในเรื่องดูอึมครึมและมืดมัวเกือบตลอดเวลาจนส่งผลกระทบให้บางฉากนั้น ดูไม่รู้เรื่องหรือไม่เห็นรายละเอียดองค์ประกอบของฉากได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะไคลแม็กซ์ในช่วงท้ายที่ถือเป็นความน่าผิดหวังที่สุดของเรื่องก็ดูจะ ไม่เิกินเลย แต่คิดอีกมุมหนึ่งในแง่ดี! มันก็สอดคล้องไปกับเรื่องราวดี หากมองว่าความมืดมิดในเชิงสัญลักษณ์ของจิตใจและความคิดอันมืดบอดของเมริด้า ที่นำคำสาปมาสู่อาณาจักร ซึ่งต่างจากช่วงต้นเรื่องที่เหตุการณ์ยังสงบสุขและฉากสุดท้ายที่เหตุการณ์ ร้ายๆ ได้คลี่คลายไปแล้ว

ในภาพรวม Brave ถือเป็นผลงานแอนิเมชั่นของพิกซ่าร์ที่ ทดลองนำเสนออะไรใหม่ๆ ออกมาบ้าง หลังจากที่วนเวียนกับการทำหนังภาคต่อ ราวกับหมดแล้วซึ่งแนวคิดใหม่ๆ มานำเสนอ แม้เรื่องราวจะดูเชยๆ และำหย่อนยานความสนุกในภาพรวมกว่าเรื่องอื่นๆ ก่อนหน้านี้ แต่เสน่ห์ของตัวละครและการนำเสนอเรื่องราวที่เป๊ะมากอันเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว ของพิกซ่าร์ ก็พอที่จะทำให้เราสามารถพูดได้ว่า Brave เป็นอีกหนึ่งแอนิเมชั่นของพิกซ่าร์ที่ ?พอใช้ได้?

Brave ผมให้ 3 ดาว (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree
http://charthree.wordpress.com