คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ : 2 วัน 3 คืน กับภารกิจพิชิตยอดหัวใจของยัยตัวป่วน

Home / วิจารณ์หนัง / คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ : 2 วัน 3 คืน กับภารกิจพิชิตยอดหัวใจของยัยตัวป่วน

เป็นหนังไทยแนว โรแมนติค คอมเมดี้ เรื่องที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ของปีนี้ ที่ความพิเศษของหนังก็อยู่ตรงที่ว่าเป็นการกำกับครั้งแรกของ นักร้อง นักแสดง อย่าง แดน วรเวช ที่คราวนี้ชวนเพื่อนซี้ และ แฟนสาว อย่าง บีม และ แพตตี้ มาร่วมจอยในหนังเรื่องแรกของเขาที่เขียนบทเอง และ กำกับเอง เลยทีเดียวหละ

ชวด หนุ่มครีเอทีฟและโปรดิวเซอร์ประจำรายการเรียลลิตีตามติดชีวิตดารา ตกหลุมรัก ต้นหลิว พิธีกรสาวสวยทรงเสน่ห์จากรายการผีที่ดึงดูดหนุ่มๆ เขาหลงต้นหลิวอย่างหัวปักหัวปำ จนตัดสินใจแล้วว่าชีวิตนี้จะขอจีบต้นหลิวอย่างจริงจัง และหวังที่จะเป็นแฟนกับต้นหลิวให้จงได้ แต่สำหรับคนที่แค่เห็นหน้าสาวก็ขาสั่นอย่างชวด ความรักครั้งนี้ดูจะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าเขาไม่ได้รับการช่วยเหลือจาก เพ็ญ ประชาสัมพันธ์สาว เพื่อนสนิทของต้นหลิว ที่ชวดบังเอิญเจอ ซึ่งเพ็ญก็ยอมช่วยเหลือชวดด้วยความจำยอมของตนเองทั้งนั่น แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกทำให้พวกเขาทั้งหมดมาพัวพันกัน และได้ค้นพบจังหวะชีวิตใหม่กับหัวใจ

คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ เป็นผลงานการกำกับเรื่องแรกของ นักร้อง นักแสดง อย่าง แดน วรเวช ดานุวงศ์ ที่เรื่องนี้อย่างที่บอกว่าเขาได้ควบเองทั้งด้านของ การเขียนบท และ การกำกับ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมคาดหวังในตัวของ แดน วรเวช เกินไปรึปล่าว เพราะก่อนที่จะดูเรื่องนี้ผมได้แอบคิดภาพของ แดน วรเวช ให้เหมือนกับลักษณะของนักแสดงดังๆที่ผ่านการแสดงมามากมาย และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากหนังที่แสดงมากำกับให้เป็นภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมเรื่องนึงดั่ง เบน เอฟเฟล็ค จาก Gone Baby Gone โดยสิ่งที่ผมคาดว่าจะได้เห็นจาก คืนวันเสาร์ ก่อนที่จะรับชมคือด้านตัวบทที่มีทั้งอารมณ์ความโรแมนติคแบบ เดอะ เมโลดี้ และ ความตลก แบบ แสบสนิท หรือ สคส.สวีทตี้ ซึ่งเป็นหนังที่ แดน วรเวช มีส่วนร่วมในการแสดงมาแล้วทั้งนั้น และน่าจะนำมาใช้เป็นประโยชน์แก่หนังได้

แต่ก็คงดูเหมือนว่าผมจะหวังมากไปจริงๆ เพราะหลังจากได้ดู คืนวันเสาร์ ก็ดูเหมือนว่าสิ่งที่สามารถจี้จุดตรงให้คนดูได้ร่วมสนุกไปกับหนังได้ดูเหมือนจะมีแค่ด้านของ มุกตลก ที่เป็นองค์ประกอบรองของหนังเท่านั้น โดยถึงแม้ว่า มุกตลก ในที่นี้ที่ผมพูดถึงจะมีการยืมจังหวะ ยืมวิธีการเล่นมุก ในสไตล์ของผู้กำกับคู่บุญอย่าง คุณยอร์ช ฤกษ์ชัย มามากพอสมควร แต่อย่างน้อยมันก็ยังเป็นสิ่งที่สามารถทำให้ดูรู้สึกมีส่วนสนุกร่วมไปกับหนังได้อย่างดีในองค์ประกอบ 2 เลยทีเดียว ต่างกันสุดขั้วกับด้านขององค์ประกอบหลักของหนังอย่างความเป็น โรแมนติค ดราม่า พยายามใส่ข้อคิดที่ แดน วรเวช พยายามใส่เข้ามาให้ลงตัวไปกับ มุกฮา

เพราะนอกจากด้านของฉาก โรแมนติค และ อารมณ์ความเป็นดราม่า จะไม่ค่อยเข้มข้น ด้านของ ไดอะล็อค สิ่งที่หนังพยายามจะสื่อยังกลับออกมาเป็นความตาลปัตร อย่างเช่นในทีแรกตัวหนังดูเหมือนกับว่าจะปูบท เรื่องราว รักป่วนๆ นี้มาเพื่อให้ตัวละครตัวนึงได้มี บทเรียน ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆจากเรื่องรักครั้งนี้ แต่ในตอนจบท้ายสุดกลับดูเหมือนว่าตัวละครที่หนังปูบทมาตั้งแต่ต้นกลับไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย แต่คนที่ได้เรียนรู้กลับเป็นอีกตัวละครนึงมากกว่า เป็นต้น พร้อมทั้งด้านของ ข้อคิด คำคม ที่ แดน วรเวช พยายามใส่มาให้ดูเหมือนหนังของ ยอร์ช ฤกษ์ชัย หลายๆเรื่อง ก็ยังหาที่ลงจังหวะไม่ค่อยได้นัก

ซึ่งทางด้านการแสดงของ 4 ตัวละครหลักนำโดย แดน วรเวช , บีม กวี , นุช นีรนาท และ แพทตี้ อังศุมาลิน ก็ดูเหมือนว่าคนที่จะสามารถรับหน้าที่ของตัวเองได้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น แพทตี้ อังศุมาลิน ที่นอกจากตัวบทของ แดน วรเวช จะส่งให้เธอมีความเป็นตัวเด่นแล้ว ด้านของการแสดงยังถือว่าออกมา น่ารักใสๆ ตามธรรมชาติ ต่างกับ 2 ตัวละครนำชายอย่าง แดน วรเวช และ บีม กวี ที่ถึงแม้ตัวหนังจะมีบทที่ทำให้ 2 ตัวละครนี้ดูเด่น แต่เพราะการแสดงที่ยังถือว่าห่วงหล่ออยู่บ้างพอสมควร จึงทำให้ตัวละคร ชวด และ ปกป้อง แลดูแข็ง และจืดชืด ส่วนอีกคนอย่าง นุช นีรนาท ถึงแม้จะแข็งๆไปบ้าง แต่โดยรวมพอมีราศีจับอยู่เยอะ

เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้ว คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์ ดูเหมือนว่าจะเป็นหนังที่น่าจะเหมาะกับการพาแฟนไปดู เพราะหนังมีมุกตลก และ ฉากโรแมนติค กุ๊กกิ๊กเบาๆพอยิ้มได้อยู่ แต่สำหรับการไปดูคนเดียวแล้ว ก็คงจะมีนั่งเซ็งกับด้านของ การดำเนินเรื่อง และ ไดอะล็อค ที่แลดูมั่วพอควร เพราะเป็นหนังเรื่องแรกอยู่

เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด